เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ไวรัสวาริเซลลา (Varicella virus) หรือ Human herpes virus type 3 เป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดงูสวัด
การติดต่อ
ติดต่อโดยการสัมผัสถูกตุ่มน้ำโดยตรงหรือ สัมผัสถูกของใช้ (เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ที่นอน) ที่เปื้อนถูกตุ่มน้ำของคนที่เป็น อีสุกอีใสหรืองูสวัด หรือสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำ ผ่านเข้าทางเยื่อเมือกระยะฟักตัว 10-20 วัน
อาการของโรค
เด็กที่เป็นจะมีไข้ต่ำ อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร ส่วนผู้ใหญ่มักจะมีไข้สูง มีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวคล้ายไข้หวัด ขณะเดียวกันก็จะมีผื่นขึ้นพร้อมๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือ 1 วันหลังมีไข้ โดยในระยะแรกจะขึ้นเป็นผื่นแดงราบก่อน ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มนูน มีน้ำใสๆ และคัน ต่อมาอีก 2-3 วันก็จะตกสะเก็ด ผื่นและตุ่มเหล่านี้จะขึ้นตามไรผมก่อนแล้วกระจายไปตามใบหน้าและลำตัว แผ่นหลัง บางคนจะมีตุ่มขึ้นในช่องปากทำให้ปากและลิ้นเปื่อย จะเกิดอาการเจ็บคอ บางคนอาจไม่มีไข้ มีเพียงผื่นและตุ่มขึ้นเท่านั้น ผื่นจะขึ้นมากที่สุดที่ใบหน้าและลำตัว เด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่มักจะมีอาการรุนแรงและมีตุ่มขึ้นมากกว่าเด็ก โดยทั่วไปผื่นหายได้โดยไม่มีแผลเป็น ยกเว้นมีเชื้อแบคทีเรียมาแทรกซ้อน โรคนี้เมื่อหายแล้วมักจะมีเชื้อหลบอยู่ที่ปมประสาท ซึ่งอาจจะออกมาเป็น งูสวัด ในภายหลังได้ เนื่องจากผื่นและตุ่มที่ขึ้นนี้จะค่อยๆขึ้นทีละระลอก ไม่ขึ้นพร้อมกันทั่วร่างกาย บางทีจะขึ้นเป็นผื่นแดงราบ บางทีขึ้นเป็นตุ่มน้ำใสๆ บางทีขึ้นเป็นตุ่มกลัดหนอง และบางทีเริ่มตกสะเก็ด จึงทำให้คนสมัยก่อนเรียกโรคนี้ว่า อีสุกอีใส
อาการแทรกซ้อน
ที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนบนผิวหนัง ทำให้กลายเป็นหนองและมีแผลเป็นตามมา ในบางรายเชื้อแบคทีเรียที่แทรกซ้อนอาจกระจายเข้าไปในกระแสเลือดทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษและปอดบวมได้ ในผู้ใหญ่ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่นได้รับยารักษามะเร็ง หรือ สเตอรอยด์ เชื้ออาจจะกระจายไปยังอวัยวะภายในเช่น สมอง ปอด ตับ ได้
การรักษา
เนื่องจากเป็นโรคที่หายเองได้ โดยอาจจะมีไข้อยู่เพียงไม่กี่วัน ส่วนตุ่มจะตกสะเก็ดและค่อยๆหายใน 1-3 สัปดาห์ ผู้ป่วยจึงควรพักผ่อน และดื่มน้ำมากๆ ถ้ามีไข้สูงใช้ยา พาราเซตามอล เพื่อลดไข้ได้ ไม่ควรใช้ แอสไพริน เพราะอาจทำให้เกิดอาการทางสมองและตับ ทำให้ถึงตายได้ ควรอาบน้ำและใช้สบู่ฟอกผิวหนังให้สะอาด ควรตัดเล็บให้สั้นและหลีกเลี่ยงการแกะเกา เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ ในรายที่คันมากๆ อาจให้ยาแก้คัน เช่น คลอเฟนิรามีน ช่วยลดอาการคันได้ ในปัจจุบัน มียาที่ใช้ยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส แต่ต้องใช้ในขนาดสูงและราคาแพงมาก นอกจากนี้จะต้องเริ่มใช้ภายในวันแรก มิฉะนั้นอาจไม่ได้ผล หรือไม่ได้ผลดี
[แก้] การดูแลรักษา โรคอีสุกอีใส
1. การดูแลทั่วไป โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่ไม่รุนแรง โดยปกติแล้วจะเป็น เองหายเอง อาจจะมีข้อยกเว้นบ้างโดยเฉพาะในผู้ใหญ่ ซึ่งอาจจะมีอาการรุนแรงกว่า เช่น เป็นไข้หรือมีอาการ ทางผิวหนัง เช่น แผลมีการติดเชื้อหรือมีอาการคันรุนแรง หรือมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น อาการปอดบวมจาก เชื้อไวรัส ในกลุ่มที่อาการไม่รุนแรงนี้ การให้ยาบางชนิด เช่น ยาบรรเทาอาการคัน การใช้น้ำสะอาดหรือ น้ำเกลือประคบ จะช่วยทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้น ในเด็กควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้จำพวกแอสไพริน เพราะอาจ จะทำให้มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาได้
2. การรักษาแบบเจาะจง คือการใช้ยาต้านเชื้อไวรัสอีสุกอีใส ซึ่งควรจะให้ในระยะเวลา 24-48 ชั่วโมง หลังมีผื่นขึ้น ซึ่งเชื่อว่าการที่สามารถให้ยาได้ทันและมีปริมาณพอเพียง ในช่วงนี้สามารถทำให้การตก สะเก็ดของแผล ระยะเวลาของโรคสั้นลง การทำให้แผลตกสะเก็ดเร็วขึ้น โอกาสการเกิดแผลติดเชื้อหรือแผลที่ลึกมากก็น้อยลง ดังนั้น แผลเป็นแบบหลุมก็น้อยลงด้วย อย่างไรก็ตามยาในกลุ่มนี้ก็มีราคาแพงมาก การพิจารณาเลือกใช้ยากลุ่มนี้จึง ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์และของผู้ป่วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดูและผิวในระยะ ที่มีผื่นอย่างถูกต้อง เช่น ทำความสะอาดแผลให้ปราศจากสิ่งสกปรกหรือป้องกันการแทรกซ้อนของเชื้อแบคทีเรีย
วัคซีน
วัคซีนอีสุกอีใสที่ค้นพบในระยะแรกมีข้อจำกัดที่ต้องเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำถึง -20 แต่ปัจจุบันสามารถพัฒนาเป็นวัคซีนที่เก็บให้คงประสิทธิภาพได้ที่อุณหภูมิ 2-8 องศา ซึ่งเป็น อุณหภูมิตู้เย็นปกติ เก็บได้นาน 2 ปี ภายใต้ชื่อการค้า " VARILRIX " ของบริษัท SMITH KLINE BEECHAM
ในสหรัฐอเมริกา วัคซีนนี้ได้ถูกบรรจุให้อยู่ในตารางการให้วัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก ปกติที่มีอายุในช่วง 12-18 เดือนแล้ว และกำหนดให้ฉีดให้เด็กอายุ 11-12 ปี ที่ยังไม่เคยรับวัคซีนและยัง ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนด้วย
ในประเทศไทย เนื่องจากวัคซีนอีสุกอีใสมีราคาค่อนข้างสูง จากรายงานทางระบาดวิทยาพบ ว่า 50 % ของอีสุกอีใสเป็นในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ซึ่งมักมีอาการไม่รุนแรง จึงยังไม่กำหนดให้เป็น วัคซีนที่บังคับฉีดในเด็กไทย อย่างไรก็ตามมีข้อแนะนำว่า สำหรับเด็กไทยที่อายุอยู่ในช่วง 10-12 ปี ถ้ายังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน ก็น่าจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส เนื่องจากในวัยเด็กช่วง อายุ 1-12 ปี การสร้างภูมิต้านทานของร่างกายจะตอบสนองกับวัคซีนได้ดี การได้รับวัคซีนเพียงเข็มเดียว ก็เพียงพอแล้ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปต้องได้รับวัคซีน 2 เข็มใน ระยะห่าง 4-8 สัปดาห์ จึงเพียงพอที่จะกระตุ้นให้สร้างภูมิต้านทานได้สูงพอที่จะป้องกันโรค ส่วนผู้ที่เคย เป็นอีสุกอีใสมาแล้ว จะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติอยู่แล้วไม่ต้องฉีดวัคซีนอีก
วัคซีน VARILRIX ใช้ฉีดครั้งละ 0.5 ml. เข้าใต้ผิวหนัง [SUBCUTANEOUS] เท่านั้น ผู้รับ การฉีดวัคซีน จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสร้างภูมิต้านทานต่อโรค ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน พบว่าอาจมีไข้หรืออาการร้อนแดงตรงตำแหน่งที่ฉีดยา (5 %) อาจมีผื่นคล้ายผื่นอีสุกอีใสเกิดขึ้น แต่ไม่รุนแรง (3-4 %) แต่ส่วนใหญ่ของผู้รับวัคซีนไม่พบความผิดปกติใดๆ วัคซีนอีสุกอีใสนี้ห้ามฉีดในหญิงมีครรภ์ สำหรับสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ฉีดวัคซีนนี้ ควรหลีกเลี่ยงการ ตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือน หลังจากฉีดยา
เนื่องจากวัคซีนอีสุกอีใสในปัจจุบันยังมีราคาค่อนข้างแพง สำหรับครอบครัวที่เศรษฐกิจดีอาจ ให้บุตรหลานรับการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 12 เดือน แต่ครอบครัวที่ยังไม่พร้อมนัก หวังว่าข้อมูลข้างต้น คงพอจะช่วยในการตัดสินใจว่าจะฉีดวัคซีนหรือไม่ เมื่อไร อย่างไรไม่มากก็น้อย
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับอีสุกอีใส
1. โรคนี้เมื่อเป็นแล้วอาจมีโอกาสเป็น งูสวัด ได้ในภายหลัง
2. ควรแยกผู้ป่วยออกต่างหากเพื่อป้องกันการติดต่อ โดยระยะแพร่เชื้อจะเริ่มตั้งแต่ 24 ชม. ก่อนที่ผื่นหรือตุ่มแห้งหมด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน
3. ไม่มีของแสลง
4. ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรค อีสุกอีใส แล้ว
กะลังเริ่มเป็นวันแรกครับ เป็นไข้มา 3 วันพอมาวันนี้ ตุ่มเริ่มขึ้นเลยไปหาหมอ ก็บอกว่าเป็นอีสุกอีใส ก็ไปเอายา อาไซเวียร์ 800 มากิน 35 เม็ด ราคา 550 เค้าบอกว่าเป็นยาต้านไวรัส จริงแท้ ยังไงก็คงต้องดูกันต่อไปครับ อิอิ คันจริงๆเลยตอนนี้ T-T มาเป็นอะไรตอน อายุ 26 ว๊า เนี้ย ดีนะ ปิด กีฬาแห่งชาติพอดี 1 เดือน เหอ ๆ
-อากาศเย็นลง แวะมาเยี่ยมค่ะ
-มาเรียนรู้เรื่องอีสุกอีใส ยังมีอีดำอีแดงที่เคยได้ยินชาวบ้านพูดคุยกัน หากรู้จักช่วยไขความลับหน่อยค่ะ
-เคยเป็นนะคะ ตอนเด็กๆ คุณแม่เอาใบมะลิ มาบี้ๆกับน้ำฝนทาตัว หายคันค่ะ และไม่มีแผลเป็น
-มีภาพขุนเขามาฝากค่ะ ให้สดชื่นดังอากาศที่เห็น และยิ่งใหญ่ดังขุนเขานะคะ
แงงงงงงงงง
เปงเอาตอนจะสอบ
เซงเลยยยยยยยยยยยยย
ทำไงดี
ขอบคุณค่า
ทำไมต้องเปนด้วยนะ
รำคาญชิบเปงเลย
ขอบคุณคับกำลังเป็นอยู้พอดีเลน♂♂♥♂♂
หนูอยากถามว่าทำไมหนูฉีดยาแล้วถึงเปนโรคนี้ได้อ่ะคร๊า
เรามีผู้ดูแลอย่างถูกวิธีคะ www.baan-oun-rak.com
ตอนนี้แผลเป็นที่เกิดจากอีสุกอีใสค่ะ
มันไม่หายมัวิธีไหนบ้างค่ะ
บ้านอุ่นรักเนอร์สซิ่งแคร์ เราคือ:ผู้ดูแลผู้ป่วย ดูแลผู้สูงอายุ พี่เลี้ยง เด็กแม่บ้าน แม่ครัว บ้านอุ่นรักยินดีรับใช้ผู้มีอุปการคุณทุกท่านคะ
พนักงานบ้านอุ่นรักทุกตำแหน่งล้วนมีประสบการณ์ มีความซื่อสัตย์
ในหน้าที่ รักที่จะบริการด้วยความจริงใจในงานที่ได้รับ
:บ้านอุ่นรักเนอร์ซิ่งแคร์:
"ดูแลด้วยรักและห่วงใย อุ่นใจดังเราคือคนในครอบครัว"
www.baan-oun-rak.com
วางใจให้เราดูแลคุณ:(แนะนำFireFox3 ค่ะจะได้ดูเว็บบ้านอุ่นรักสวยสวยๆ)
ตอนนี้ดรีมเป็นอยู่คะเป็นมาได้4วันแล้วยังไม่มีทีท่าว่ทาจะหายเลยคะ
มีคนแนะนำว่าให้ใช้ยาสีฟันคอลเกตรสดั้งเดิมท่าแล้วตุ่มจะยุบเร็วขึ้น
อยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า
แล้วจะมีผลเสียอะไรหรือเปล่าอะคะ......
หลานชายเป็นได้ 7-8 วันแล้ว อยู่บ้านแม่
แผลกำลังแห้ง
ถ้าเราจะเอาลูกไปเที่ยวบ้านแม่ แล้วลูกเราจะติดไหม รบกวนผู้รู้ตอบด้วย
เป็นมา3วันแล้วว
รำคาญมากเลย เมื่อไหร่จะหายย
คันก็คัน นอนไม่หลับเลย เบื่อมาก
มีทางรักษาที่ทำให้ตุ่มหายเร็วขึ้นรึเปล่าคะ
ถ้าเป็นแล้วรู้สึกคันมากใช้ยาสีฟันสมายออนก็ได้นะผสมนำเล็กน้อยมันจะช่วยให้หายคันได้ ถ้าแผลกำลังแห้งก็ทายาได้แล้ว แผลแห้งแล้วไม่ติดหรอกค่ะ ขอให้ทุกคนหายเร็ว ๆ นะค่ะเอาใจช่วย
ทำไมเป็นนานจังมันคันมากจนอยากเกาแต่ไม่กล้ากลัวเป็นเยอะ
ติดกับเพื่อนเร็วมากเลยทั้งที่เคยเป็นตอนเด็กแล้วตั้งสองครั้งกลัวไม่ได้ไปโรงเรียนเพิ่งเป็นได้สองวันอีกสามวันก็จะสอบย่อยพละอยู่แล้ว
ถ้าเป็นแล้วจะอาบน้ำได้ไหมค่ะ
ถ้าเป็นอีสุกอีใสสามารถอาบนำได้ถูสบู่ได้นะค่ะ ถ้ามันคันมาก ๆ ก็ทายาสีฟัน
สมายออนนะค่ะผสมนำเล็กน้อย ขอให้หายเร็ว ๆนะ
ไม่อยากเปงเลยกลัว
แ ง แ ง แ ง แ ง แ ง แ ง
ดั น ม า เ ป ง ต อ น ส อ บ ซ ะ งั้ น
หื อ หื อ . . . . . .