โครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน วิกฤตหรือโอกาสของนักเรียนไทย
"One World One Dream" เป็นคำขวัญที่แปลว่า "โลกเดียวกัน ความในเดียวกัน" การเดินทางไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนธรรมดาอย่างเรา เรา ท่านท่าน
เมื่อปี 2547 เป็นปีแรกที่มีโครงการนี้เกิดขึ้น มีนักเรียนทุนกว่า 800 คนจากทุกอำเภอทั่วประเทศไทย โครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนนี้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เรียนดี แต่ยากจน อยู่อย่างไกล ได้มีโอกาสในการศึกษาต่อในประเทศหรือในต่างแดน ย่อมเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ปรารถนา ตามสาขาที่ตนเองสนใจ อีกทั้งเงื่อนไขยังไม่กำหนดอีกว่าต้องกลับมาใช้ทุนในหน่วยงานราชการ เพียงแต่ว่าให้กลับมาทำงานตามความรู้ที่ศึกษามาที่ประเทศไทยเท่านั้น
ปัจจุบันนักเรียนทุนรุ่นที่ 3 จะมีการเลื่อนสอบ 1 อ.1 ทุนออกไป เป็นต้นเดือน มีนาคม 2551 เพราะว่าชนกับการสอบ โอเน็ต เอเน็ต ส่วนในปีการศึกษา 2552 จะมีการร่วมมือกับเอกชนให้มีส่วนช่วยในการระดมทุนด้วย
สำหรับเกณฑ์อย่างคร่าว ๆ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 3.0
“ข้อสอบที่ใช้จัดสอบนั้น สายสามัญศึกษา สอบวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา ส่วนสายอาชีวศึกษา สอบวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และความถนัดทางวิชาชีพ โดยทุกวิชานักเรียนจะต้องได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไปถึงจะผ่านการคัดเลือก และถึงแม้จะได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1-3 ของอำเภอ แต่หากคะแนนไม่ถึงร้อยละ 60 ก็จะไม่ได้รับการคัดเลือกเช่นกัน รวมทั้งหากอำเภอใดไม่มีใครสอบได้ถึงร้อยละ 60 ก็จะไม่มีการสอบคัดเลือกใหม่ด้วย ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ได้เด็กที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ” นางจรวยพร กล่าว
ทุนนี้เป็นทุนที่รัฐบาลได้ออกค่าใช้จ่ายให้กลับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อำเภอละ 1 คน ไปศึกษาต่อในประเทศที่รัฐบาลประสานไว้ อาทิ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี มาเลเซีย อินเดีย จีน เป็นต้น ขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการดีดีให้โอกาสเด็กด้อยโอกาสมากมาก
ในระยะแรกโครงการนี้ไปได้สวย นักเรียนต่างช่วงชิงกันเพื่อให้ได้รับคัดเลือก ครูบางท่านที่สอนอยู่ในโรงเรียนแถวชนบท (เจริญน้อย) ที่ส่งลูกไปเรียนในเขตเมือง (โรงเรียนดังดัง) ถึงขนาดย้ายลูกตัวเองกลับมาเพื่อให้ได้มีโอกาสในการเป็นตัวแทนของอำเภอก็ว่าได้ บางแห่งมีระบบการคัดเลือกที่ไม่โป่งใสนัก ตัดโอกาสนักเรียนบางคนที่เข้าเกณฑ์ แต่ให้โอกาสนักเรียนบางคนแทน (ที่ถูกใจ)
โครงการเริ่มดำเนินการไปเรื่อยๆ ผ่านมาหลายปี ผลที่เกิดขึ้น คือ นักเรียนที่ได้ไปศึกษาต่อไปไม่รอด ต้องกลับมาเริ่มเรียนที่เมืองไทย เริ่มนับหนึ่งเข้าปี 1 ใหม่ หลายคน (หลายคนมาก)
จากการสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น คือ
- นักเรียนไม่สามารถปรับตัวได้ (ทั้งที่ให้การอบรมไปแล้ว..เขาว่างั้น)
- ได้ไปอยู่ในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น อิตาลี นักเรียนต้องเรียนภาษา 1 ปี แต่ก็ยังไม่ก้าวหน้า ถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาได้แล้ว แต่ก็ตามไม่ทัน (สรุป ไปไม่รอด)
- เกิดความกดกัน ต้องจบ ต้องได้ (น้อง ๆ รอดูความสำเร็จอยู่นะ)
- หน่วยงานที่ประสานดูแลนักเรียนในระยะอยู่ต่างประเทศ ให้การดูแลนักเรียนไม่ต่อเนื่อง นักเรียนบางคนได้รับคำพูดว่า "โตแล้ว ไม่ต้องบ่อยก็ได้ ความช่วยเหลือน่ะ" (จากปากนักเรียน..ขอบอก)
- อีกนานาปัญหา ฯลฯ
สรุปแล้ว ขณะนี้โครงการนี้ได้ข่าวว่ายังคงมีอยู่ แต่เว้นระยะนานเหมือนกัน แต่ก่อนปีเว้นปี ตอนนี้ปีเว้นสองปีแล้ว แล้วต่อไปปีเว้น.......(คิดเอาเอง)
ไม่ใช่คนมองโลกในแง่ร้าย ขอบคุณที่รัฐบาลให้โอกาสเด็กชนบท แต่เมื่อช่วยเหลือแล้ว ท่านต้องดูแลให้ตลอดรอดฝั่ง ดูแลตั้งแต่โอกาสของนักเรียนที่เข้าเกณฑ์จริง ๆ ที่สมควรได้ไปศึกษาต่อ และดูแลในระหว่างที่เขาอยู่ต่างแดน (ยอมรับว่าเด็กไทยบางคน..ไม่แกร่ง..ที่จะเดินได้..แบบปลอดภัย)
ภาพที่นำมาให้คือนักเรียนของโรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์ นายอำพล อินทะคง ที่ได้รับทุนรุ่นที่ 2 ในขณะนี้ยังศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส สาขาวิศวอุตสาหกรรมและการซ่อมบำรุง ยังอยู่ดีและน่าจะมีความสุขอยู่ ...(โชคดี เกิดมาแกร่ง)
ส่วนนักเรียนทุนรุ่นที่ 1 ของคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์คงแกร่งไม่พอ ต้องกลับจากอิตาลีมาศึกษาต่อ(นับหนึ่งใหม่) ในประเทศไทย


ขอชมว่า...เด็กกลุ่มนี้ โชคดี เกิดมาแกร่ง
สวัสดีค่ะ
มาชื่นชมและเป็นกำลังใจนะคะ
เห็นด้วยค่ะ One World One Dream" เป็นคำขวัญที่แปลว่า "โลกเดียวกัน ความในเดียวกัน" การเดินทางไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนธรรมดาอย่างเรา เรา ท่านท่าน
รักและคิดถึงนะคะ
สวัสดีค่ะ
เป็นโอกาสที่ดีของน้องๆมากครับ แต่ความทานทนของน้องๆก็ต่างกัน ทำให้หลายคนพลาดโอกาสที่ได้มาอย่างน่าเสียดาย
โครงการ จุดมุ่งหมายของโครงการ นั้นดีมากๆ
แต่
บุคคลที่คัดสรรและ ให้โอกาส เด็ก นี่ซิครับ
ทำให้ เด็ก หลายคน ท้อ อยู่ในใจ
เด็กเส้น ลูกท่านหลานเธอ เด็กฝาก....
ไม่ได้มองโลกในแง่ ลบ นะครับ
ผมเห็นด้วย กับ โครงการ ดีๆ แบบนี้ครับ
แวะ มาทักทายครับ ฤดูฝนแล้ว ดูแลสุขภาพเยอๆนะครับ
มาชื่นชมโครงการดีๆค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ+++++
สวัสดีครับ
ขอเข้ามาชื่นชมด้วยครับ
โดยภาพรวม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากครับ
แต่อาจจะมีข้อจำกัดบ้าง เล่นพรรคเล่นพวกบ้าง คงต้องทำใจ
ขอบคุณสำหรับันทึกดีๆครับ
แวะมาทักทาย
และดูกิจกรรมดีๆค่ะ
มีแต่สิ่งดีๆในทุกๆวัน
นะคะ
ทุนนี้บางลี่ได้ไปแล้ว 2 รุ่น 2 คน คนหนึ่งไปอยู่ประเทศ นอร์เวย์ อีกคนหนึ่งไป อยู่ปักกิ่งได้ช่วยงานโอลิมปิคด้วย ทั้งสองคนนอกจากเรียนเก่งแล้วยัง ทำกิจกรรมที่ รร.เก่งมากๆ เช่นทั้ง 2 คนจะพูดหน้าเสาธงได้ดีมาก ดีกว่าครูอีกหลายคนเลยทีเดียว กลับมาเยี่ยมบ้านทุกปี นอร์เวย์ ได้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละประมาณ 50,000 บ.ได้เงินไปซื้อ โนต๊บุ๊คคนละ 50,000 บ.ค่าใช้จ่ายส่วนตัวมากน้อยต่างกันตามค่าครองชีพในแต่ละประเทศ นอกนั้นรัฐดูแลทั้งหมด ปีนี้รุ่นแรกคนนอร์เวย์จะจบ ช่างเป็นความโชคดีอะไรอย่างนั้น ไม่รู้เด็กพวกนี้ทำบุญด้วยอะไร ถ้าไม่มีทุนแบบนี้เด็กบ้านนอกพวกนี้คงยากที่จะได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับพวกเขาคือประสบการณ์วัฒนธรรม ภาษา มิตรภาพจากเพื่อนต่างแดน......ขอบคุณพระเจ้า(ไม่รู้จะขอบคุณใครดี)
สวัสดีค่ะ