"Amena"  In Nisa Variety Magazine           
 
          ดิฉันต้องขอขอบคุณ นิตยสาร "นิสา วาไรตี้"  มา ณ. โอกาสนี้ที่อนุญาตให้ดิฉันนำข้อมูลมาลงในบล๊อกนี้ และขอขอบคุณ คุณ เบดูอิน ที่นำเสนอบทความนี้ลงในนิตยสาร นิสาวาไรตี้ ปีที่8 ฉบับที่79 เดือนกรกฏาคม 2550 รวมทั้งการเผยแผ่ในเว็ปไซด์ " Nisavariety.com " 
 
          “จังหวัดกาฬสินธุ์ ดินดำ น้ำชุ่ม” ที่อำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งติดเขตแดนอำเภอโพธิ์ชัยจังหวัดร้อยเอ็ด มีโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ที่มีชื่อเดียวกับอำเภอคือโรงเรียนร่องคำ มีนักเรียนมากกว่าสองพันคน ครูอีกร้อยคน ท่าม กลางผู้คนมากมาย หากใครผ่านไปคงต้องสะดุดตากับครูคนหนึ่งที่แต่งตัวไม่เหมือนคนอื่นแต่ผสมกลมกลืนกับทุกคนได้ดี มองก็รู้ว่านี่ต้องเป็นมุสลิมแน่ๆ ใช่!มุสลิมจริงๆและเป็นครูที่นี่ด้วยเธอ คือครูอมีนา ศิริเกษ   
                
              
 
                ท่ามกลางเหตุการณ์ความรุนแรงใน๓จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดการฆ่ากันรายวัน ไม่ทราบว่ามุสลิมส่วนอื่นจะคิดอย่างไร แต่ยังมีมุสลิมที่ห่างไกลอีกส่วนหนึ่งรู้สึกเจ็บปวดมาก ทุกครั้งที่มีระเบิด ทุกครั้งที่มีการฆ่าและการประท้วง(ของคนที่คลุม  ฮิญาบ)
                ข่าวครูถูกยิง โรงเรียนถูกเผา มีมุสลิมะฮ์(สตรีมุสลิม) อย่างน้อยๆคนหนึ่งที่เจ็บปวดมากกว่าใคร เพราะเธอคือครูที่จะต้องสอนเด็กๆ จะต้องตอบคำถามจากปัญหาที่เธอไม่ได้ทำ ที่สำคัญเธอไม่สามารถที่จะหลบหน้าหรือซ่อนตัวอยู่ที่ใดก็ได้ เพราะเธอจะต้องคลุมฮิญาบ(แต่งกายมิดชิดยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือตามหลักการอิสลาม) ไปสอนท่ามกลางบรรยากาศดินแดนที่ราบสูงอันมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทำไมมุสลิมถึงชอบความรุนแรง? น่าจะเป็นคำถามยากที่จะตอบให้กับเพื่อนร่วมงานและนักเรียนให้เข้าใจได้ หลายครั้งเธอท้อใจอยากจะลาออกจากการเป็นครูแต่ในเสี้ยวหนึ่งของความคิดบอกเธอว่า “ถ้าเราลาออกแล้วใครจะฉายภาพมุสลิมสันติและสมานฉันท์ละ”

 

               

 

              เธอเล่าให้ฟังว่าเริ่มต้นบรรจุเป็นครูที่จังหวัดสระแก้ว แล้วย้ายมาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว อยู่ที่โรงเรียนร่องคำจนถึงปัจจุบัน สอนในกลุ่มสาระสังคม ศึกษาฯ ก่อนหน้านี้ก็ได้รับตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระฯ ปัจจุบันยังได้สอนในวิชาพระพุทธศาสนาอีกด้วย นอกจากจะสอนตามหลักสูตรแล้วก็อธิบายเปรียบเทียบให้นักเรียนได้เข้าใจในศาสนาอื่นๆไปด้วย ครูอมีนา เล่าต่อไปว่า “เมื่อก่อนไม่ได้ใช้ชื่อนี้ มาเปลี่ยนภายหลังเพื่อนๆที่เรียนมาด้วยกันอาจจะงงๆก็ได้ การที่เราเป็นมุสลิมคนเดียวอยู่ในกลุ่มที่มิใช่มุสลิมส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เรามีความจริงใจให้กัน ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก เราอยู่มาสิบกว่าปีก็ไม่เคยทะเลาะกับใคร มีบ้างที่ผู้ร่วมงานเข้าใจผิด แต่เราก็ใช้การอธิบายให้เข้าใจ แต่กับเหตุการณ์ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้บอกตรงๆว่าอธิบายยากมาก ท่านเป็นมุสลิมที่อยู่ในกลุ่มมุสลิมอาจจะไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ แต่ฉันอยู่ท่ามกลางสังคมที่มีฉันเป็นมุสลิมคนเดียวและคลุมฮิญาบด้วย บอกตรงๆ ว่าลำบากมาก บางครั้งยากจะบอกว่าหยุดฆ่าผู้บริสุทธิ์ หยุดเผาโรงเรียนเถอะฉันเจ็บปวดมาก” ครูอมีนากล่าวด้วยความรู้สึกที่อยากจะอธิบาย

 

 

           ผอ.กิตติพร อินทะสีดา ผู้อำนวยการโรงเรียนร่องคำ กล่าวถึงครูอมีนาว่า “เป็นครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ รักและเมตตาลูกศิษย์ทุกคน พัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่องให้ทันเหตุการณ์ตลอดเวลา สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมได้เป็นอย่างดี  มีทัศนทางสังคมสมานฉันท์ จึงสมควรได้รับการยกย่อง เป็นแม่พิมพ์ที่ดีของชาติบ้านเมือง”
             ครูสุภาภรณ์ ภูพลอยซึ่งเป็นครูในกลุ่มสาระเดียวกัน ได้ฉายภาพถึงครูอมีนาว่า “ในการทำงานครูอมีนาไม่ได้หวังเรื่องขั้น เรื่องผลประโยชน์ เรื่องหน้าเรื่องตา จะเป็นผู้บูรณาการในการทำงาน บ้านพักจะมีบริเวณอยู่ก็จะใช้ชีวิตแบบพอเพียง ปลูกพืชผักไว้บริโภค เลี้ยงไก่ไว้กินไข่ เลี้ยงแพะไว้ดื่มนม และนำมูลของสัตว์ไปใส่ต้นไม้ที่สำคัญได้ให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องความพอเพียง” ครูอมีนาเป็นคนที่มีความรักเด็กมากบางครั้งเด็กไม่สบายก็พาไปโรงพยาบาลหรือพาเด็กไปส่งถึงบ้านแม้จะเลิกเรียนแล้วเป็นคนรับผิดชอบมาก ในส่วนกับผู้ร่วมงานเป็นคนที่มีความจริงใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคนจะสนิทหรือไม่ก็จะให้ความจริงใจเหมือนกัน เวลาผู้ร่วมงานไม่สบายใจก็ให้กำลังใจ ในส่วนของความแตกต่างด้านความเชื่อครูสุภาภรณ์กล่าวว่า “ไม่เป็นปัญหา เพื่อนที่ไม่ทราบข้อปฎิบัติเธอก็จะบอกให้ทราบ เช่นเรื่องอาหารเวลามีงานในโรงเรียน ก็ไม่เคยบอกต้องเตรียมอาหารอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่เคยพูด บางครั้งในโต๊ะไม่มีอาหารที่จะกินได้เลย ก็ไม่เคยแสดงอาการอะไร ยังนั่งกับเพื่อนๆ ผู้ร่วมงานตลอด เขาเคยพูดว่าอย่าให้ตัวเขาคนเดียวต้องเป็นภาระกับคนส่วนใหญ่

 

 

             ต้นปี 2550 ครูอมีนาได้เข้าค่ายฝึกอบรม ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ขั้นความรู้ชั้นสูงที่ค่ายบุรีพรหมลักขโณ อ.ห้วยผึ้ง ในจำนวนผู้เข้าอบรมเกือบสองร้อยคนเธอเป็นมุสลิมคนเดียวและได้แต่งชุดลูกเสือที่คลุมมิดชิด เมื่อเสร็จจากภาคสนามเธอก็จะปฏิบัติศาสนกิจละหมาด จนเพื่อนที่พักในกองเดียวกันกล่าวกับเธอว่า ผมจะปฏิบัติเหมือนที่อาจารย์ทำได้หรือไม่ อาจารย์เคร่งขนาดนี้ไม่เห็นเป็นปัญหาเลย ครูอมีนาเล่าถึงการเข้าค่ายและกล่าวเพิ่มเติมว่า “ทุกคนดีมากแรกๆ เพื่อนในกลุ่มเดียวกันเกร็ง เราก็กลุ้มใจว่าเราจะเป็นตัวปัญหา แต่ทุกคนก็เรียนรู้ได้เร็วมาก ที่สำคัญเราต้องทำให้เห็นว่า ความเป็นมุสลิมไม่ใช่อุปสรรค”

 

 

             ผู้อำนวยการฝึก ผอ.ชำนาญ สุวรรณเรือง  กล่าวถึงลูกเสืออมีนาว่า “เขาตั้งใจอบรม ไม่ได้สร้างความหนักใจให้เพื่อนๆ ตอนแรกผมก็วิตกเหมือนกัน แต่ที่ไหนได้อมีนากลายเป็นคนที่ทุกคนจะต้องพูดถึง เข้ากับเพื่อนๆได้ ลูกเสือนี่เน้นเรื่องความสามัคคี ผมมักจะยกตัวอย่างอมีนาให้ทุกคนฟังเสมอ เขาเป็นมุสลิม เรื่องอาหาร การเป็นอยู่เขาช่วยตัวเองตลอดอันนี้ก็เป็นแบบอย่างที่ชี้ไปถึงมุสลิมด้วย” ผอ.ชำนาญกล่าวด้วยความชื่นชมครูอมีนาคือครูมุสลิมะฮ์ (สตรี) ที่เป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เข้าได้กับชาวบ้าน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์เธอก็จะใช้เวลาออกเยี่ยมเด็กๆตามบ้านทำความรู้จักกับผู้ปกครอง เธอออกไปไหนก็จะคลุมฮิญาบตลอด จนเป็นที่ชินตาของผู้คนในละแวกนั้น เธอฉายภาพในดินแดนที่ราบสูงให้รู้ว่ามุสลิมไม่ได้เป็นอย่างที่ภาพและข่าวนำเสนอ อย่างน้อยๆ เธอคนหนึ่งละคือภาพของความสันติ เธอพยายามชี้ให้ทุกคนเห็นว่าการฆ่าผู้บริสุทธิ์นั้นผิดหลักการของศาสนา การฆ่าคนนั้นเป็นบาปใหญ่ อิสลามไม่ได้สอนให้ฆ่าคน ในภาพอันเลวร้ายของมุสลิมก็ยังมีภาพสตรีมุสลิมคนหนึ่งที่จะพยายามตะโกนว่่า"อิสลามสันติ"
 

 

             โรงเรียนร่องคำเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความสมานฉันท์ ที่ทุกคนต้องเอาเป็นแบบอย่าง มุสลิมตัวเล็กๆ คนหนึ่งอยู่ท่ามกลางเพื่อนต่างศาสนามากมาย ได้รับการต้อนรับจากผู้บริหาร เพื่อนครูและนักเรียนตลอดจนผู้ปกครองอย่างอบอุ่น ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับข่าวที่โรงเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พี่น้อง มุสลิมคงจะต้องขอบคุณโรงเรียนร่องคำและพี่น้องชาวอีสานโดยรวมด้วย  ที่ทำให้ความสมานฉันท์เกิดได้ขึ้นจริงๆที่ภาคอีสาน
 
 
เว็ปไซด์อ้างอิง  :  www.nisavariety.com
ขอขอบคุณนิตยสาร  นิสาวาไรตี้