“มาทำไหร ไม่เห็นเคยสนใจวิชาการ นิทรรศการอะไรกับเขานี่หว่า..หมึง ”

บทแทรก นิทรรศการ(ก่อนหลวมตัวเซ็นสัญญา)

 

เรายังไม่ได้พูดคุยอะไรกับเธอ มากไปกว่าประโยคสองประโยค

ประโยคแรกเราทักไปว่า เด็กตอก็มีรับน้องหรือ

เพื่อนของเธอเป็นคนตอบก่อนว่า พูดชื่อย่อโรงเรียนเขาไม่ถูก เดี๋ยวเด็กโรงเรียนตัวจริงจะโกรธเอานะ

 

เธอจึงค่อยหันหน้ามามองเราชัด ๆ แล้วพูดจาด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำว่า

เขาเรียกย่อ ๆ ว่าเด็ก ตอ ออ ไม่ใช่เด็กตอ

ย้ำแถมท้ายอีกด้วยว่า รู้เอาไว้ด้วย

สุ้มเสียงเอาเรื่องเชียวล่ะ

 

จากวันนั้นมาอีกหลายเดือน รับน้องเดือนพฤษภาคม จนกระทั่งเดือนกันยายน ใช่..วันที่ ยี่สิบสี่ กันยายน ทำไมเราจึงจำวันที่ได้ ก็โธ่ เป็นงานนิทรรศการ วันมหิดลของคณะที่เธอเรียนอยู่น่ะสิ เธอกำลังเป็นพี่เลี้ยง เอ หรือเรียกว่าวิทยากรจำเป็น ใช่หรือเปล่า ยืนคุมบอร์ดให้ความรู้เรื่องโรคภัย หรือเรื่องสุขศึกษา อะไร ๆ ทำนองนี้แหละ อยู่ที่ลานกว้าง ๆ หน้าศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เราเกร่ ๆ เข้าไปใกล้ ๆ อีกแล้ว เจอนาย..เพื่อนเรา...มันส่งเสียงกัดมาแต่ไกลว่า มาทำไหร ไม่เห็นเคยสนใจวิชาการ นิทรรศการอะไรกับเขานี่หว่า..หมึง

 

แต่เธอไม่ทำท่าว่าได้ยิน ให้เราเขิน หันมาชวนคุย ชวนถาม ทำหน้าที่อธิบายเนื้อหาบนบอร์ดอย่างตั้งอกตั้งใจ

เรามัวมองแต่หน้า ไม่เชิง มองริมฝีปากที่มีไฝเม็ดเล็ก ๆ พอเหมาะ เม็ดหนึ่งบนมุมปาก เหนือริมฝีปากบน มุมขวาน่ะ ริมฝีปากเธอขยับขึ้นลงตามคำอธิบายแจ้ว ๆ แต่เรา ประสาทสัมผัสทางหูเสียชั่วขณะ เหมือนไม่ได้ยินอะไร อ้อ ได้ยิน ได้ยิน แต่แผ่ว ๆ เหมือนปลิวมาเบา ๆ ดั่งสายลมโชย

 

จนเธอถามเสียงค่อนข้างดัง และดุ...ว่า..

ว่าไงคะ เป็นอยู่ หรือเคยเป็น หรือถ้าไม่แน่ใจ ไม่กล้าปรึกษาที่นี่ ก็ต้อง สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องไปตรวจ ที่คณะแพทย์ก็ได้ หรือที่คลินิกคุณหมอ หมอผู้ชายก็ดีค่ะ

 

เราจึงละจากภวังค์ และหันมาสนใจจริงจังกับคำถามของเธอและเนื้อหาวิชาการบนบอร์ด

อ้าว...นี่มันบอร์ดโรคน่ากลัว น่าสยองทั้งนั้นเลยนี่(หว่า) โรควีดี..บรื๋อส์

แล้วเมื่อกี๊เธอว่าไงนะ....

เป็นอยู่ หรือเคยเป็น...บ้าแล้ว นี่เธอเห็นเราเป็นอย่างไร........