บริหารสมองให้เสื่อมช้า วัยสูงอายุกับอาการหลงลืมมักจะมาคู่กันเสมอ จนบางครั้งตัวผู้สูงอายุเอง หรือผู้ดูแลอดสงสัยไม่ได้ว่านี้คืออาการของโรคสมองเสื่อมหรือเปล่า หากเป็นประเภทหลงลืมเป็นครั้งคราว เช่น จะออกจากบ้านเพิ่งไขกุญแจล็อคไปยังไม่ทันพ้นหน้าบ้านก็ลืมต้องกลับเข้าไปดูใหม่ อย่างนี้พอจะเรียกว่ายังไม่ถึงขนาดรุนแรง สมองยังอาจไม่ถึงขั้นเสื่อมเพราะเป็นกันได้แทบทุกคน เพียงแต่ตั้งใจตั้งสติให้อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่ตลอดก็จะช่วยบรรเทาอาการหลงลืมแบบนี้ได้ แต่หากเป็นภาวะหลงลืมจากสมองเสื่อม ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่สมองสูญเสียหน้าที่การทำงานในภายหลังอย่างเรื้อรังนั้น มักจะแสดงออกโดยการจำอะไรไม่ได้เลยว่าเคยทำอะไร หรือลืมทำอะไรไปบ้าง และจะเป็นหนักขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป ซึ่งคงต้องสังเกตอากัปกิริยาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น บุคลิกภาพ พฤติกรรม อารมณ์ เปลี่ยนไปด้วยหรือไม่อย่างไร บางคนพอจำสิ่งที่เพิ่งทำไปไม่ได้ก็ทำให้สนใจต่อเรื่องต่าง ๆ ลดลง ไม่สามารถทำสิ่งใหม่ ๆ ได้ เกิดความกังวลสับสน และซึมเศร้าหากเป็นหนักก็อาจถึงขั้นจำตัวเองและผู้อื่นไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่สมองเสื่อมจะยังรู้ตัวดี มีอารมณ์เสียใจดีใจกังวลอับอายเหมือนคนทั่วไป ใครที่มีญาติผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป คงต้องคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของท่านกันมากหน่อย "ต้องบริหารสมองบ้าง" แท้จริงแล้วสมองก็เหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่จำเป็นต้องบริหารเป็นประจำไปตลอดชีวิตเพื่อสร้างความแข็งแรง การฝึกสมองเพื่อให้การสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาททำงานได้ดีขึ้น จะช่วยบำรุงสติปัญญา ชะลอการเสื่อมถอยให้ช้าลง ไม่ว่าจะเป็นคนที่สมองยังเป็นปกติหรือแม้แต่คนที่เข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมแล้วก็ตาม การดูแลที่สำคัญก็ยังมุ่งเน้นไปที่การคงสภาพหรือชะลอให้สมองเสื่อมช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เวลาไปเดินตามสวนสาธารณะตอนเช้า ๆ คุณคงเคยสังเกตเห็นกลุ่มผู้สูงอายุที่นั่งจับกลุ่มเล่นหมากล้อม หมากรุก หรือเล่นไพ่ เกมต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความคิดเหล่านี้เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยบริหารสมองได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับคนที่ยังคงทำงานอยู่แม้ว่าจะเลยวัยเกษียณแล้ว อย่างเช่นการรับเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กร บริษัทต่าง ๆ หรือนักคิด นักเขียนที่จะต้องรื้อฟื้นความคิดความทรงจำสร้างสรรค์เรื่องราวต่าง ๆ อยู่เสมอ เราจะสังเกตได้ว่าท่านเหล่านั้นมักจะมีร่างกายแข็งแรง มีจิตใจแจ่มใสสามารถจดจำอะไรต่าง ๆ ได้แม่นยำ เพราะสมองได้รับการบริหารอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือ มีอายุยืนยาว "หากิจกรรมดี ๆ บริหารสมอง" ดังนั้นใครที่มีญาติผู้ใหญ่กำลังเข้าสู่วัยสูงอายุ หรือวัยหลังเกษียณลองแนะนำให้ท่านมองหากิจกรรมต่าง ๆ ทำเพื่อช่วยบริหารสมองให้แข็งแรง ชะลอการเสื่อม ยกตัวอย่างเช่น - อ่านข่าวประจำวันทางหนังสือพิมพ์ - อ่านหนังสือ นิตยสาร พ็อคเก็ตบุ๊คส์ต่าง ๆ - เขียนหนังสือ เรื่องสั้น นิยาย - จดบันทึกประจำวัน - พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง - โทรศัพท์คุยกับเพื่อน - รับเป็นที่ปรึกษาในงานที่ถนัด - ช่วยกิจการในบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ใช้สมอง เท่าที่พอจะทำได้อย่างเช่นหากที่บ้านทำกิจการร้านค้าอาจให้ท่านช่วยทำหน้าที่เก็บเงิน ทอนเงิน จัดของเข้าตำแหน่ง - ใช้เวลาทำงานอดิเรก เช่น งานศิลปะ งานประดิษฐ์ต่าง ๆ - เล่นเกมที่ต้องใช้ความคิด เช่น หมากรุก หมากล้อม ฯลฯ - ฝึกใช้คอมพิวเตอร์ ท่องโลกอินเตอร์เน็ต - ติดตามดูรายการต่าง ๆ ทางโทรทัศน์เป็นประจำ - ฯลฯ "หาวิธีกระตุ้นเตือนความจำ" หรือในกรณีที่ผู้สูงอายุเริ่มมีอาการหลงลืมเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้สูงอายุเองหรือผู้ดูแลก็ควรหาวิธีกระตุ้นเตือนความจำ ด้วยการจดบันทึกนัดหมายและเหตุการณ์ต่าง ๆ บนสมุดพก หรือติดตั้งแผ่นกระดานสำหรับจดไว้บนผนังที่เห็นชัดเจน หากเกิดอาการจำวันเดือนปีไม่ได้ก็ใช้ปฏิทินมาช่วยกำหนดให้รู้วัน-เวลา การหมั่นเข้าไปพูดคุยกับท่านเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีต หรือหาสิ่งกระตุ้นเตือนความจำ เช่น โปสการ์ด รูปถ่ายเก่า ๆ มาให้ท่านดูเพื่อให้รำลึกถึงความหลัง และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง นอกจากจะช่วยกระตุ้นสมองของผู้สูงอายุแล้วยังทำให้ท่านรู้สึกดีว่าตัวเองเป็นบุคคลที่มีคุณค่าทั้งยังทำให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ชีวิตในอดีตของผู้ใหญ่ในครอบครัวอีกด้วย แหล่งข้อมูล : HealthToday THAILAND
เยี่ยมมากค่ะ krutoi ก็ชอบซื้อสมุดสวยๆไว้ เปิดดู แต่ไม่ได้บันทึกอะไร ฮา... ไอ้ที่บันทึกส่วนใหญ่จะเป็นกระดาษห่อกล้วยแขก สลิปใบเสร็จ เป็นต้น สมุดสวยๆ ไม่อยากเขียนเพราะเขียนไม่สวย 555+
ขอบคุณมากครับ เป็นบทความที่มีประโยชน์มาก