ในขั้นตอนของการวางแผน เราพบว่า มีสิ่งต่างๆมากมาย

  • ที่อยากทำ
  • ที่ควรทำ
  • ที่จำเป็นต้องทำ
  • ที่ทำได้ในขณะนี้

หากว่าเราบรรจุทุกอย่าง "ที่อยากทำ" ลงไปในแผน แน่นอนว่าเรามิได้วางแผนเพื่ออื่นใดเลยนอกจากเพื่อความล้มเหลว เพราะแม้ว่าองค์กรจะมั่งคั่งด้วยทรัพยากรการบริหารเพียงใด ก็ไม่อาจทำทุกอย่างที่อยากทำได้ทั้งหมด

เราคงต้องเลือกทำ ในสิ่งที่ ควรทำ จำเป็นต้องทำ หรือในบางสถานการณ์ บางองค์กร อาจทำได้เฉพาะสิ่งที่พอทำได้ ณ ขณะนั้นเท่านั้นเอง หรือขึ้นอยู่กับนโยบาย กลยุทธ์ งบประมาณ และปัจจัยต่างๆขององค์กร

ความสำเร็จหรือล้มเหลวของ การวางแผน จึงอยู่ตรงนี้ หาใช่อยู่ที่ ทฤษฎี หรือ หลักการบริหาร ก็หาไม่

อีกประการหนึ่งก็คือ แม้แผนนั้นจะดีเยี่ยมเพียงใด หากบริบทที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนไป ทั้งจากภายในองค์กรเอง หรือปัจจัยภายนอก หรือทั้งสองส่วน เราย่อมจำเป็นต้องปรับและเปลี่ยนแผนให้สามารถเผชิญกับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น ความสามารถและความรวดเร็วของการปรับเปลี่ยนก็เป็นอีกปัจจัยของความสำเร็จหรือล้มเหลวของแผนนั้นๆ

สุดท้ายคือ การกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามแผน ซึ่งมักได้รับความสำคัญเพียงเล็กน้อย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ การรายงานผลการดำเนินงานที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งรายงานดังกล่าวได้ถูกนำไปต่อยอดในการวางแผนครั้งถัดไป

เราจึงมีแผนที่ถูกวางบน ขอเท็จจริง ที่คลาดเคลื่อน และมันจะบังคับให้เรา รายงานบนความคลาดเคลื่อน ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ นี่กระมังทีเขาว่ากันว่า "วางแผนเพื่อล้มเหลว" ซึ่งเกิดจาก"ความล้มเหลวในการวางแผน"

และที่หนักไปกว่านี่คือ เมื่อวางแผนก็ทำตามแผนไม่ได้ จึงทำโดยไม่วางแผนเสียเลย ให้รู้แล้วรู้รอด ฮิๆ อันนี้อาการหนัก

แต่ก็มีเกิดอยู่ทั่วไป ลองสำรวจดูซิครับ