ประสบการณ์เกี่ยวกับศิษย์ที่ผ่านมา ทำให้เรียนรู้และอบรมศิษย์รุ่นต่อ ๆ มาว่า

แปลกเหมือนกันสอนนักเรียนมากว่า ๒๐ ปี อยู่มา ๓ โรงเรียน เพิ่งได้คิด เพราะไปอ่านความภาคภูมิใจครูแต่ละคนจากบันทึกของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ซึ่งเล่าถึงการเรียนการสอนและลูกศิษย์ตัวเอง เดชาได้โควต้าเรียนแพทย์แต่สละสิทธิ์ นอกจากนั้นตอนอยู่ ม.ต้น เคยได้รางวัลที่ ๑ การแข่งขันทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ เจนวิทย์ได้ทุนจาก สวทช. ให้เรียนต่อถึงระดับปริญญาเอก ฯลฯ อ่านแล้วได้แต่อิจฉา เพราะนักเรียนผมไม่เคยมีอย่างนี้

นึกทบทวนตลอดชีวิตครูของผมนั้น ภาคภูมิใจกับนักเรียนคนใดบ้าง มีหลายคนครับ แต่ขอยกตัวอย่างสัก ๓ คนใน ๓ โรงเรียน ซึ่งไม่เคยลืม แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมานานแล้ว

คนที่ ๑ : น.ส.เพียรศรี นาร่อง

เป็นนักเรียนโรงเรียนโนนสังวิทยาคาร โรงเรียนแรกในชีวิตการทำงาน เธอผิวคล้ำ รูปหน้ากลม ไม่สูงนัก ค่อนข้างท้วม อยู่ ม.๔/๒ แผนวิทย์-คณิต สมัยนั้นมีชั้นละ ๒ ห้อง ผมเหมาสอนชีววิทยาทั้งหมด ตั้งแต่ ม.๔ จนถึง ม.๖ ผลการสอบชีววิทยาในครั้งแรก ๆ หมายถึง ตอนอยู่ ม.๔ แทบทุกครั้งเธอจะสอบได้คะแนนเกือบบ๊วยของห้อง แต่พอขยับไปจนอยู่ชั้น ม.๖ เทอมแรก ก่อนผมย้าย..ผลการสอบชีววิทยาของเธอพลิกกลับมาเป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดของห้องอย่างไม่น่าเชื่อ จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ว่าเธอเรียนอย่างไร ทำอย่างไร แต่ไม่เคยลืมชื่อเธอเลย และเล่าเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียนในปัจจุบันเสมอ  

"อย่าดูถูกตัวเอง หัวไม่ไป เรียนไม่ไหว สอบเมื่อไรก็บ๊วย ครูเห็นมาแล้ว ความพยายามสำคัญกว่าความเก่ง ตอนเป็นนักเรียนครูกลัวคนขยัน ไม่กลัวคนเก่ง โดยเฉพาะคนเก่งที่ขี้เกียจ ลูกศิษย์ครูคนหนึ่งตอนอยู่ ม.๔ สอบได้คะแนนบ๊วยตลอด แต่พออยู่ ม.๖ ท็อปเลย! ในระดับชั้นเสียด้วย เขาทำได้อย่างไร มิใช่ความพยายามดอกหรือ ครูจำชื่อลูกศิษย์คนนี้ได้แม่นยำ..เพียรศรี นาร่อง"

คนที่ ๒ : ด.ช.ปราโมทย์ อุ่ยเจริญศักดิ์

เป็นนักเรียนโรงเรียนวังมะด่านพิทยาคม โรงเรียนที่สองในชีวิตครู บันทึกเก่า ๆ ที่ผมมีอยู่เล่มเดียว บันทึกไว้ว่า เช้าวันหนึ่งที่หน้าเสาธง ขณะนั้นรับผิดชอบงานปกครอง ถึงวันตรวจผมประจำเดือนแล้ว ผมเลือกนักเรียนผมยาวออกมาจากแถว เพื่อลงโทษด้วยการเฆี่ยนและกร้อนผม นักเรียนคนหนึ่ง ปราโมทย์นั่นเอง ไม่ยอม! ครูในโรงเรียนทุกคนรู้ว่า ปราโมทย์เรียนเก่งที่สุด เรียบร้อยที่สุด มีน้ำใจที่สุด ตัวผมเองเห็นปราโมทย์ผมยาวยังตะลึงเลย แต่ต้องลงโทษให้เหมือนคนอื่น ๆ

ปราโมทย์ชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล จำรายละเอียดไม่ได้ สรุปไม่ให้ทั้งเฆี่ยนและกร้อน ปณิธานกับตัวเองไว้แล้วเช่นกัน "ถ้าไม่เข้าใจ ครูไม่ลงโทษเด็ดขาด" พอตกบ่ายโรงเรียนเกือบเลิกแล้ว ปราโมทย์มาพบที่ห้องทำงาน "ผมขอโทษเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ ผมผิด..มาให้อาจารย์เฆี่ยนและกร้อนผมครับ" ได้แต่อึ้ง! เพราะตั้งแต่เช้าหลังเหตุการณ์ คิดสับสนทั้งวัน "ไม้เรียวแก้ปัญหาได้จริงหรือ?"

ในที่สุดพูดอะไรไม่ออก คว้าไม้เรียวข้างโต๊ะทำงานหวดไปที่ก้นปราโมทย์ ซึ่งยืนตรงกอดอกอยู่ตรงหน้า เสียงดังสนั่นในห้องที่เงียบกริบ พร้อมคว้ากรรไกรกร้อนผมไปอีกสองสามฉึก โดยไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

ผมชอบปราโมทย์มาก ตรงกล้าคิดและกล้าทำ จนเดี๋ยวนี้ "เถียงครูได้เลย ถ้าด้วยเหตุด้วยผล ครูยิ่งชอบ แต่อย่าข้าง ๆ คู ๆ " สอนเด็กอย่างนี้มาเสมอ เพราะเรียนรู้มาแล้วจาก..ปราโมทย์ อุ่ยเจริญศักดิ์

คนที่ ๓ : น.ส.ทัดดาว บุญคำ

ทัดดาวจบ ม.๖ ที่โรงเรียนบ้านกร่างวิทยาคม เมื่อสัก ๗-๘ ปีที่แล้ว ปัจจุบันเธอจบปริญญาตรีทางพืชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่พิษณุโลก เรียนไม่ค่อยเก่ง แต่ลูกพยายาม ความมุมานะที่เธอมี ดูจะไม่แพ้ใครเลย

เธอหาเงินเรียนด้วยตนเองมาตลอด ตั้งแต่อยู่ชั้น ม.ต้นแล้ว เธอเล่าว่าทุก ๆ ปิดเทอมจะเข้าไปทำงานที่กรุงเทพ มีโรงงานประจำของเธอ เปิดเทอมก็กลับมาเรียน อย่านึกว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะไปกับผู้ปกครองนะครับ เธอไปเอง อาจมีเพื่อนไปด้วยกันบ้างเท่านั้น

ปัญหาครอบครัวที่มีมากมาย ทำให้เธอต้องดิ้นรนอย่างหนัก เพื่อส่งตัวเองเรียนจนจบ ม.๓ จบ ม.๖ และจบปริญญาตรีในที่สุด

แล้วครูอย่างผมจะไม่ทึ่งเธอได้อย่างไร ถามตัวเอง "ถ้าชีวิตวัยเด็กของผมเป็นเช่นทัดดาว จะมีปัญญาทำได้ดีเท่าเธอหรือ?" ความมุมานะ ความพยายาม ขยัน สู้ ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทำให้..ทัดดาว บุญคำ ประสบผลสำเร็จได้

ประสบการณ์เกี่ยวกับศิษย์ที่ผ่านมา ทำให้เรียนรู้และอบรมศิษย์รุ่นต่อ ๆ มาว่า

๑. เธอต้องขยัน ต้องพยายาม อย่ายอม "อะไรที่สำคัญ (ชีวิตที่ดีของเธอ) คงไม่ได้มาง่าย ๆ ที่ได้มาง่าย ๆ มักไม่สำคัญ" คนเราฉลาด-โง่ไม่ต่างกันสักเท่าใดดอก เชื่อครู! สิ่งที่จะต่างและปรับแก้ได้คือขยันและพยายาม

๒. เธอต้องกล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ ถ้าพิจารณาว่าสมควรแล้ว ด้วยเหตุด้วยผล ถูกต้อง ดีงาม ทำไปเลยอย่ากลัว..

ดูตัวอย่างเพียรศรี ปราโมทย์ หรือ ทัดดาวสิ!