การจัดการความรู้
1. การจัดการความรู้มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ
เนื่องจากความรู้เป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับองค์การ องค์การจึงจำเป็นต้องพัฒนาความรู้ให้โดดเด่น อันเป็นต้นทุนที่สำคัญขององค์การเพื่อความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน และเพิ่มคุณค่า และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งการจัดการความรู้ เป็นกระบวนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบที่เน้นการพัฒนากระบวนงาน (Business Process) ควบคู่ไปกับการพัฒนาการเรียนรู้ (Learning Process) ผ่านกระบวนการจำแนก วิเคราะห์ และจัดระเบียบความรู้ เพื่อสรรหา คัดเลือก จัดการ และเผยแพร่สารสนเทศที่ถูกต้องเหมาะสม และจะเป็นประโยชน์เอื้ออำนวยให้เกิดการแบ่งปันความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งขององค์การ เพื่อปรับปรุง หรือเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขัน หรือเพื่อให้ได้มุมมองในองค์การมากขึ้น
2. ความรู้ หมายถึงอะไร
ตอบ
ความรู้ เป็นความคิดของแต่ละบุคคลที่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์จนเกิดความเข้าใจ และนำไปใช้ประโยชน์ในการสรุปและตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ จนได้รับการยอมรับโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งของสังคม ซึ่งสามารถแบ่งความรู้ออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. ความรู้ที่ฝังลึก หรือความรู้ที่ซ่อนเร้น(Implicit or Tacit Knowledge)
2. ความรู้แจ้งชัด หรือความรู้ที่แสดงออกมาให้เห็น(Explicit Knowledge)
3. ความรู้โครงสร้าง หรือความรู้ที่ต่อยอดจากความรู้เดิม(Structural Knowledge)
3. ความรู้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยองค์ประกอบใดบ้าง
ตอบ
1. ประสบการณ์
2. ความจริงขั้นพื้นฐาน
3. ความสลับซับซ้อน
4. การวินิจฉัยหรือการตัดสินความ
5. กฎของการสืบค้นโดยลองผิดลองถูกและการรู้โดยสัญชาตญาณ
6. ค่านิยมกับความเชื่อ
7. ความรู้จักคิด
4. วงจร หรือกระบวนการของความรู้เป็นอย่างไร
ตอบ
วงจร หรือกระบวนการของความรู้โดยทั่วไปจะมีการถ่ายเท หรือไหลจากด้านบนลงด้านล่าง แต่สำหรับองค์การที่มีการจัดการความรู้ ข้อมูลจะไหลเวียนทั้งในระดับแนวราบและแนวดิ่ง คือไหลไปทั่วทั้งองค์การ โดยมีองค์ประกอบ 4 ประการ คือ
1. การค้นหาความรู้ที่มีอยู่
2. การรวบรวมจัดการและสร้างความรู้
3. การแลกเปลี่ยนความรู้
4. การใช้ความรู้
5. การจัดการความรู้มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
ตอบ
1. การวินิจฉัยองค์การ
2. การกำหนดวิสัยทัศน์การจัดการความรู้
3. การสื่อสารการจัดการความรู้
4. การละลายพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลง
5. การแสวงหาความรู้
6. การแบ่งปันความรู้
7. การสร้างความรู้
8. การจัดเก็บและการสืบค้นความรู้
9. การเข้าถึงความรู้
10. การซึมซับความรู้
11. การประยุกต์ใช้ความรู้
12. การประเมินผล
6. การจัดการเรียนรู้ในองค์การควรจะมีการปรับพฤติกรรมการเรียนรู้ของบุคคลในด้านใด
ตอบ
1. ความรู้ เช่น เปลี่ยนจากไม่รู้ให้รู้
2. ทักษะ เช่น เปลี่ยนจากทำไม่เป็นให้ทำเป็น
3. ทัศนคติ เช่น เปลี่ยนจากความรู้สึกไม่ชอบให้ชอบ
7. การวินิจฉัยองค์การมีความสำคัญอย่างไร
ตอบ
การวินิจฉัยองค์การ เป็นการประยุกต์วิธีการวิจัย เป็นการตรวจสอบสาเหตุของปัญหา เพื่อให้ทราบสภาพปัจจุบันขององค์การ และค้นหาวิธีเพื่อแก้ปัญหา หาโอกาสและยกระดับการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้บริหารได้นำข้อมูลไปสร้างหรือพัฒนาแผนงานการจัดการความรู้ สำหรับการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงองค์การให้เกิดประสิทธิผลต่อไป การวินิจฉัยองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ คือ
1. การวินิจฉัยองค์การระดับองค์การ
2. การวินิจฉัยองค์การระดับกลุ่ม
3. การวินิจฉัยองค์การระดับบุคคล
8. การจัดการความรู้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในองค์การอย่างไร
ตอบ
การจัดการความรู้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในองค์การ เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยน แบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะทำให้ความเชื่อและพฤติกรรมที่องค์การต้องการเกิดขึ้น และสามารถซึมลึกเข้าไปในบรรทัดฐาน และค่านิยมของคนในองค์การจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์การ โดยต้องอาศัยการละลายพฤติกรรม การเปลี่ยนแปลง และการสร้างพฤติกรรมใหม่
9. การแสวงหาความรู้ สามารถรวบรวมความรู้ได้จากแหล่งใดบ้าง
ตอบ
1. ภายในองค์การ เช่น การให้ความรู้กับพนักงาน การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง การลงมือปฏิบัติ เป็นต้น
2. ภายนอกองค์การ เช่น การจ้างที่ปรึกษา ความร่วมมือจากองค์การอื่นๆ หนังสือหรือบทความต่างๆ เป็นต้น
10. วงจรการเรียนรู้ขององค์การ คืออะไร
ตอบ
วงจรการเรียนรู้ขององค์การ คือ การที่บุคลากรขององค์การแต่ละคนมีพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ระหว่างกันในการทำงาน โดยวงจรการเรียนรู้ แบ่งออกได้เป็น 5 ลักษณะ คือ วงจรการเรียนรู้ของบุคคล วงจรการเรียนรู้ระหว่างในกลุ่ม วงจรการเรียนรู้ของกลุ่ม วงจรการเรียนรู้ระหว่างกลุ่มในองค์การ วงจรการเรียนรู้ขององค์การ
มาเรียนต่อ ดีครับขอบคุณ
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ