การจัดการความรู้

คำถามและคำตอบเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้

คำถาม

1.      การบริหารภูมิปัญญา คืออะไร ?

คำตอบ

            การบริหารภูมิปัญญา มาจากคำ 3 คำมารวมกัน ตามความหมายของพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525

            การบริหาร          หมายถึง            การดำเนินการ การจัดการให้บรรลุวัตถุประสงค์

            ภูมิ                    หมายถึง            พื้นเพ พื้น ชั้น สภาวะ

            ปัญญา              หมายถึง            ความรอบรู้ ความรู้ทั่ว ความฉลาดอันเกิดจากการเรียน

และคิด

ดังนั้น คำว่า  การบริหารภูมิปัญญาจึงเป็นกระบวนการบริหารงานรูปแบบใหม่ที่เน้นพัฒนากระบวนการ ควบคู่กับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยต้องอาศัยความสัมพันธ์ ระหว่างความคิดสร้างสรรค์และการประสานความรู้ (วีรวุธ  มาฆะศิรานนท์)

 

คำถาม

2.      การบริหารภูมิปัญญา มีกี่ขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนนั้นทำอย่างไร ?

คำตอบ

            การบริหารภูมิปัญญา มี 5 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะทำดังนี้

            ขั้นตอนที่ 1 : กำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน เพราะวิสัยทัศน์ คือความมุ่งมั่น ความคาดหวังที่จะมีสถานภาพเป็นอย่างไรในอนาคต

ขั้นตอนที่ 2 : กำหนดกลยุทธ์ที่จะดำเนินการ เช่น กลยุทธ์ชี้นำ กลยุทธ์ปลูกฝัง กลยุทธ์ปฏิรูป และกลยุทธ์ปรับตัว ซึ่งแต่ละกลยุทธ์ก็จะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่สภาพในองค์กรแต่ละองค์กร

ขั้นตอนที่ 3 : เริ่มด้วยการพัฒนารูปธรรมของการเรียนรู้ กำหนดให้มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ซึ่งสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานเพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้และมีระบบบริหาร การทำงานที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล

ขั้นตอนที่ 4 : เข้าสู้กระบวนการเรียนรู้ โดยเริ่มจากการปลูกฝังทัศนคติและค่านิยมของสมาชิกภายในองค์กรตลอดจนพัฒนาทักษะและความสามารถให้สมาชิกมีส่วนร่วมและเกิดความภาคภูมิใจ สิ่งที่สำคัญต้องลืมเรื่องเก่าๆ เสียก่อน แล้วมาเข้าสู่เรื่องปัจจุบัน เพื่อให้สามารถไปสู่เรื่องของอนาคตได้

ขั้นตอนที่ 5 : การวัดผลการเรียนรู้ มีการวัดรายบุคคล วัดตามกิจกรรม วัดจากตัวระบบ

คำถาม

3.      วิธีเร่งการเรียนรู้ ควรจะสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร

คำตอบ

สิ่งแรกในการเรียนรู้ ต้องเรียนรู้ควบคู่ไปกับการลงมือทำและการเรียนรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่ยังทำได้ไม่ดี เพื่อนำเอาไปใช้ในการลงมือทำงานจริงๆ หากทำคนเดียวแล้วไม่สามารถเกิดประสิทธิภาพที่ดีได้ก็ควรเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม เพื่อการสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ให้ชัดเจน และสร้างงานอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการเปิดกว้างทางความคิด เพื่อให้กิจกรรมนั้นดีมีประโยชน์และมีคุณค่ายิ่งขึ้น

 

คำถาม

4.      องค์กรแห่งการเรียนรู้ ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

คำตอบ

            องค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงต่อการเรียนรู้และสามารถปฏิบัติงานอย่างได้ผล ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติดังนี้

            1.มีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่จะพัฒนาองค์กร ด้วยการบริหารองค์ความรู้และทักษะให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมในการทำงานขององค์กรนั้นๆ

            2.มีการพัฒนาสินค้าและบริการ ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเสมอ

            3.มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ได้ประโยชน์เต็มที่ เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายในองค์กร

            4.มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์และมีคุณค่าที่จะช่วยพัฒนางานและลดเวลาในกระบวนการทำงานเพื่อให้องค์กรมีนวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง

            5.มีศักยภาพและความสามารถที่จะเผชิญต่อการเปลี่ยนแปลงได้ทุกรูปแบบอีกทั้งสามารถเป็นผู้สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้ด้วย

 

คำถาม

5.      การจัดการแฟ้มภูมิปัญญา สามารถแบ่งแฟ้มภูมิปัญญาได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

 คำตอบ

            แฟ้มภูมิปัญญา เป็นสิ่งที่เราใช้บันทึกเกี่ยวกับประสบการณ์ในการเรียนรู้ ขั้นตอนการทำงานต่างๆรวมไปถึงผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากการเรียนรู้ ตลอดจนข้อแนะนำต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของแฟ้มได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้

            1.แฟ้มภูมิปัญญาของบุคคล เป็นแฟ้มสำหรับเก็บรวบรวมรายละเอียดประวัติและประสบการณ์เรียนรู้ของปัจเจกบุคคล

            2.แฟ้มภูมิปัญญาของทีมงาน เป็นแฟ้มสำหรับหน่วยงานใดที่มีทีมประจำและต้องปฏิบัติงานพิเศษที่ได้รับมอบหมาย

            3.แฟ้มภูมิปัญญาขององค์กร เป็นแฟ้มสำหรับระบบงานทีมีขนาดใหญ่ที่องค์กรนั้นได้เรียนรู้และปฏิบัติ

 

คำถาม

6.      บทบาทของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (ยุคใหม่) มีลักษณะเป็นอย่างไร

 คำตอบ

      1.เน้นผลการเรียนรู้ ที่สนองต่อเป้าหมายทางธุรกิจเป็นประเด็นสำคัญ

      2.มุ่งหมายให้เกิดผลการเรียนรู้ที่มีคุณค่าแก่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอก ด้วยกิจกรรมต่างๆ

      3.เป็นหน่วยงานกลาง ที่ประสานงานและพัฒนาการเรียนรู้ขององค์กร ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม

            4.เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและทุกๆที่ในการปฏิบัติงาน รวมถึงเป็นที่ปรึกษา เพื่อปรับปรุงสมรรถนะการเรียนรู้แก่ทรัพยากรบุคคลในทุกๆฝ่ายงาน

 

คำถาม

7.      บทบาทของผู้บริหารด้านภูมิปัญญา มีลักษณะเป็นอย่างไร

 คำตอบ

            1.เป็นผู้ที่ใฝ่งานด้านธุรกิจขององค์กรและต้องเป็นผู้ออกแบบระบบการเรียนรู้

            2.เป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นที่ปรึกษาด้านการเรียนรู้ กระบวนการทำงาน

            3.เป็นผู้ดูแลด้านเทคโนโลยี สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี

            4.เป็นผู้จัดการกับสภาวะแวดล้อมให้สามารถทำงานได้ในทุกๆพื้นที่โดยรอบ

 

คำถาม

8.       องค์ประกอบที่สำคัญขององค์กรเรียนรู้ ประกอบด้วย

 คำตอบ

            1.ภาวะผู้นำสำหรับผู้ออกแบบ ครูผู้สอนและผู้ช่วยเหลือ

            2.การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม ช่วยกันแก้ปัญหาและพัฒนางานให้ทุกคนเป็นครูและทุกที่เป็นห้องเรียน

            3.การคิดและปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ต้องมีความเข้าใจในภาพรวมสามารถประสานงานกันและทำหน้าที่ที่ได้รับอย่างมีประสิทธิภาพ

            4.มีวินัยของการเรียนรู้ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศและมีรูปแบบที่เปิดกว้างสามารถสานต่อวิสัยทัศน์ได้

 

คำถาม

9.       ข้อจำกัดในการปฏิรูปองค์กรมีอะไรบ้าง

 คำตอบ

            1.โครงสร้างองค์กรและโครงสร้างการบริหารยังไม่คล่องตัว

            2.วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

            3.ขาดแผนงาน หรือมีก็ยังไม่ชัดเจน

            4.ขาดทักษะในการจัดการเชิงระบบ

            5.ขาดภาวะผู้นำในการโน้มนำผู้อื่นด้วยความเต็มอกเต็มใจ

            6.ขาดการเอื้ออำนาจ ไม่ไว้วางใจกัน ไม่ยอมรับความผิดพลาด

            7.ขาดทรัพยากรที่จำเป็น ไม่สามารถสร้างบรรยากาศที่ยอมรับของสมาชิกในองค์กรได้

            8.ไม่ยอมเผชิญความเสี่ยง

            9.ขาดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคต

            10.ขาดสมรรถนะที่เป็นเลิศในการแข่งขัน

      

 คำถาม

10.   ทำไมองค์กรธุรกิจในสหรัฐอเมริกา จึงสนใจแต่ TQM และปฏิเสธ ISO

 คำตอบ

            1.เพราะความคร่ำครึเหมือนระบบราชการซึ่งจะต้องทำเป็นรูปแบบของเอกสารจำนวนนมาก

            2.เน้นเฉพาะงานภายใน โดยลืมไปพัฒนากระบวนการปฏิบัติจริง มุ่งแต่ทำเพื่อให้ผ่าน

            3.ลูกค้ารายใหญ่มีอิทธิพลมากเกินไป ตัวมาตรฐาน ISO นั้นจึงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของลูกค้ารายใหญ่เป็นสำคัญ

            4. ISO เป็นเพียงกระดาษ 1 แผ่น ที่แสดงว่าเรามีระบบที่มีคุณภาพ แต่วิธีการทำงานนั้นเราตรวจสอบไม่ได้ ในขณะที่ TQM เป็นเรื่องของระบบที่จะต้องลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลดีต่อองค์กรและมุ่งไปสู่การเป็นองค์กรที่มีคุณภาพ

            5.ต้องให้บุคคลภายนอกมารับรอง ซึ่งบางองค์กรไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกมารับรู้ถึงจุดอ่อนภายในองค์กร

            6.ไม่อยากจ่ายเงินจำนวนมาก ให้แก่บริษัทที่รับติดตั้งระบบเพื่อที่จะให้ผ่าน ISO

            7.การเป็นชาตินิยม ซึ่ง TQM เป็นของสหรัฐอเมริกา แต่ ISO เป็นของทวีปยุโรป

* โดย วีรวุธ  มาฆะศิรานนท์ จากหนังสือเรื่อง การบริหารภูมิปัญญา