การช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานเข้าใจตนเองและโรคเบาหวาน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้ ดูแลตนเองและช่วยให้เพื่อนผู้ป่วยด้วยกันดูแลตนเองได้ด้วย ไม่มียาหรือเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัยใดๆ มาทดแทนได้

ตอนที่

ประมาณ ๑๒.๔๕-๑๔.๐๐ น. เป็น Lunch symposium ซึ่งมีการบรรยาย ๒ เรื่องคือ Practical management of glycemic control โดย นพ.เพชร รอดอารีย์ หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสึม วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล และ Landscape of insulin glargine in type 2 diabetes:Unique role and proposition โดย พญ.อภัสนี บุญญาวรกุล วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

ดิฉันไม่ได้ฟังการบรรยายช่วงนี้เพราะใช้เวลาคุยกับ นพ.นิพัธ กิตติมานนท์และทีมพุทธชินราชที่มาเป็นกำลังใจให้ทีม PCU บ้านป่าในการรับรางวัล Terumo Award และรับหมอฝน พญ.สกาวเดือน นำแสงกุล ที่เชิญมาเป็นวิทยากร ถือว่าเครือข่าย KM เบาหวานส่งตัวมาโชว์ว่าเราทำอะไรกันบ้าง หัวข้อที่ให้บรรยายคือ Advance in behavior management เราคุยกันว่าไม่รู้ของเรา advance หรือเปล่า หมอนิพัธบอกว่า “advance หรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าทำแล้วได้ผล”

 

คณะกรรมการสมาคมทั้งชุดเก่าและใหม่

ได้เวลา ๑๔.๐๐ น.กว่าเล็กน้อย เป็นเวลาของหมอฝน เดิมเตรียมจะบรรยายนำแล้วจะให้ดู VDO ที่เราใช้เปิดงานมหกรรม KM เบาหวาน ครั้งที่ ๒ part ที่เป็นเรื่องราวของชาวครบุรี แต่มีปัญหาต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับ LCD ไม่ได้ เราจึงฉาย VDO ไปก่อน

ผู้เข้าประชุมรู้สึกชื่นชอบ VDO ของเรา มีเสียงหัวเราะสนุกสนานเป็นพักๆ คุณหมอยุพินและคุณหมอเพชรที่ดูอยู่ด้วยก็ชอบใจ คุณหมอยุพินบอกว่าเอาไปฉายให้ผู้ป่วยดูระหว่างรอตรวจก็ได้ และชอบใจวิธีออกกำลังกายด้วยรอกที่ลุงหยาดคิดขึ้นมา ขอ CD คนละแผ่นด้วย (ตอนที่เขียนบันทึกนี้ได้จัดส่งให้แล้ว) ผู้เข้าประชุมมาถามว่าจะหาซื้อ CD ได้ที่ไหน ดิฉันจึงบอกให้ติดต่อที่ สคส.

หมอฝนบอกก่อนว่าชาวครบุรีเขาคิดว่าหมอฝนเป็น อสม. แต่เรียกพี่ฝอยใน VDO ว่า “หมอฝอย” สร้างบรรยากาศเป็นกันเองด้วยการถือไมค์เดินอยู่ท่ามกลางผู้เข้าประชุม ไม่อยู่บนเวที เล่าเรื่องการจัดกิจกรรมให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง จากประสบการณ์จริงๆ เอาตัวอย่างผู้ป่วยแต่ละรายมาเล่า เราได้รู้จักลุงเข่ง ลุงดี คุณตากลิ่น ฯลฯ ได้เห็นศักยภาพของผู้ป่วยแต่ละราย รวมทั้งเทคนิคการตามผู้ป่วยที่ขาดการ FU

 

ผู้เข้าประชุมเต็มห้อง <p style="text-align: center;"> </p>

หมอฝนมีข้อสรุปที่น่าสนใจ ดังนี้
๑. ทีมสุขภาพต้องเชื่ออย่างแท้จริงว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำได้และมีผลดีมากๆ ต่อสุขภาพของผู้ป่วยเรื้อรัง
๒. เชื่อว่าผู้ป่วยทำได้
๓. เข้าใจเขาให้ได้ว่าเขามีความเชื่ออย่างไร ผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้าง
๔. ฟังให้มากจึงจะแนะนำได้ตรงจุด
๕. จัดประสบการณ์ให้เรียนรู้จริงในคลินิก/ในค่าย
๖. สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ต่อเนื่องที่บ้านด้วย SMBG
๗. ขอให้ผู้ป่วยร่วมทำบุญกับเพื่อนร่วมโรค
๘. ทีมสุขภาพเป็นผู้ให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดี ส่งเสริมสุขภาพ ให้ความชื่นชม

สนุกสนานกันทั้งผู้บรรยายและผู้ฟัง จนดูเหมือนเวลาที่จัดให้จะน้อยเกินไป

การบรรยายหัวข้อสุดท้ายเป็นเรื่อง Advance in pharmacological management of diabetes โดย นพ.เพชร รอดอารีย์ คุณหมอเพชรบรรยายให้เข้าใจง่าย ทำให้รู้จักยารักษาเบาหวานตัวใหม่ๆ หลายตัว อาทิ
- GLP-1 analog เช่น exenatide, liraglutide ที่ยังไม่มีในเมืองไทย
- DPP-4 inhibitor เช่น sitagliptin, vildagliptin มีใช้มา ๒-๓ ปีแล้ว มีข้อดีคือกินแล้วไม่อ้วนขึ้น ให้ตัวเดียวไม่ทำให้เกิด hypoglycemia แต่ยังไม่มี long-term study
- Insulin inhaler – failed ไปแล้ว
- Rimonabant สกัดมาจากน้ำลายของกิ้งก่า ๕ นิ้วในอเมริกาใต้ (Gila monster) ปิดระบบ ECS (Endocannabinoid system) ที่ทำให้กินเก่ง สมัยก่อนมีการสกัดสารจากใบกัญชามาใช้งดบุหรี่แล้วพบว่าทำให้ผอมลงด้วย ความอยากอาหารลดลง Rimonabant ทำให้น้ำหนักลด Triglyceride ลด เส้นรอบเอวลด HDL เพิ่ม คงจะดีสำหรับ Lipid profile ลดน้ำหนัก A1C ก็ลดลงด้วย น่าจะเอามารักษาเบาหวานได้โดยเฉพาะในคนที่อ้วน แต่ยานี้ทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงเกิดซึมเศร้าได้
- SGLT2 มีฤทธิ์ในการยับยั้งการดูดซึมกลับของกลูโคสที่ไต ทำให้มีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ตามปกติกลูโคสเป็นของดีมีประโยชน์ ร่างกายจึงดูดกลับ นอกจากจะเกิน threshold ของไต ยาตัวนี้จะไปปิดรูรั่วไม่ให้ดูดกลูโคสกลับและอาจมีผลต่อการดูดซึมกลูโคสที่ทางเดินอาหารด้วย

ปิดการประชุมวิชาการครั้งนี้ก่อนเวลา ๑๖.๐๐ น. ได้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีและการรักษาโรคเบาหวาน รู้เท่าทันความก้าวหน้าด้านต่างๆ แต่การดูแลรักษาผู้เป็นเบาหวานให้ประสบความสำเร็จ คงหนีไม่พ้นเรื่องพื้นฐานที่หมอฝนได้พูดไว้คือการช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานเข้าใจตนเองและโรคเบาหวาน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้ ดูแลตนเองและช่วยให้เพื่อนผู้ป่วยด้วยกันดูแลตนเองได้ด้วย ไม่มียาหรือเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัยใดๆ มาทดแทนได้

วัลลา ตันตโยทัย