ฉบับที่ ๑๐

กานต์วลี ที่คิดถึง
ปี ๒๕๔๐ คนไทยตกงานมากกว่า ๙๐๐,๐๐๐ คน
บริษัทเลิกและล้มละลาย มากกว่า ๕๕,๐๐๐ บริษัท
เศรษฐกิจหดตัว (ปี ๒๕๔๑) - ๑๐.5%
ค่าเงินบาท ลดเหลือ ๔๒-๔๓บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม ๒๕ บาท
รัฐเสียหายจากสถาบันการเงินมากกว่า ๑.๔ ล้านล้านบาท๑
ฟังแล้วช่างน่าตกใจนะ กานต์วลี จากความฟูเฟื่องทางเศรษฐกิจในช่วง ๒๕๓๐-๒๕๓๙ สร้างให้ทุกฝ่ายสำคัญผิดคิดว่า เศรษฐกิจไทยจะรุ่งเรืองต่อไปอีกนาน อย่างมิอาจจะหยุดยั้งได้ ไทยจะต้องเป็นเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย แต่กานต์วลี เพียงกลางปี ๒๕๔๐ สภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ กลับทรุดฮวบพังลงอย่างรวดเร็ว และไทยกลับกลายเป็นแมวตัวที่หนึ่งแห่งเอเซีย
คนไทยใช้จ่ายเกินตัว ก็เป็นผลพวงมาจากความไม่สมดุลระหว่างความคาดหวังที่สูงล้ำของคนไทยกับพฤติกรรมของคนไทยเอง จากการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับ ร้อยละ ๘ การเจริญเติบโตมาพร้อมกับการจ้างงานในระดับสูง ผู้คนส่วนใหญ่มีรายได้ เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลมีรายได้และความมั่งคั่งจากภาษีอากรที่เพิ่มขึ้นมาก จนสามารถใช้จ่ายเงินในโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย และประชาชนคิดว่าสภาพเช่นนี้จะดำรงอยู่ตลอดไป
สภาพความเป็นจริง การขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับนี้ ต้องมาจากการลงทุนจากภาครัฐ และเอกชนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูนกำลังการผลิต เงินทุนดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากเงินออมทั้งสิ้น หากมีไม่พอก็ต้องกู้ ปัญหาของคนไทยที่ขาดนิสัยของการออมก็คือ เงินออมมีไม่เพียงพอ จึงต้องหาเงินกู้จากต่างประเทศ ๒
จากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราสูง ทำให้ไทยกำหนดนโยบายที่จะพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาคไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯฉบับที่ ๖ (๒๕๓๐-๒๕๓๔) และฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๓๙) โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี ๒๕๓๓ ด้วยการผ่อนคลายระเบียบกฎเกณฑ์และข้อจำกัดต่าง ๆ โดยให้มีการจำกัดขอบเขตการดำเนินธุรกิจให้น้อยที่สุดเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับภาคธุรกิจได้อย่างเต็มที่ เปิดเสรีทางการเงิน (Financial Liberalization) โดยเพิ่มมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เงินทุนจากต่างประเทศ หลั่งไหลเข้ามาไทยได้สะดวกยิ่งขึ้นและเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ แต่อัตราเงินกู้ภายในประเทศอยู่ในระดับสูง การที่มีส่วนต่างมาก ทำให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ แข่งขันกันทำกำไร เร่งนำเข้าเงินทุนระยะสั้นจากต่างประเทศมาปล่อยกู้ ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ เป็นช่วงที่เงินตราต่างประเทศไหลเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก สถาบันการเงินภายในประเทศได้เพิ่มขยายสินเชื่อในอัตราที่สูงและความต้องการใช้จ่ายรวมของประเทศสูงขึ้น เรียกว่าเป็น “สภาวะเศรษฐกิจที่ร้อนแรง” ๑
และเมื่ออัตราดอกเบี้ยภายในประเทศ ถูกกำหนดให้อยู่ในระดับค่อนข้างสูง การลงทุนผลิตสินค้าจึงขยายตัวได้น้อย ทำให้การขยายสินเชื่อสู่ภาคการผลิตสินค้ามีขอบเขตจำกัด เหลือแต่ภาคการผลิตที่มีการเก็งกำไร เช่นที่ดิน ,อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคฟุ่มเฟือยจากต่างประเทศ กานต์เชื่อไหม เฉพาะกระเป๋าเวอร์ซาเซ่ ยี่ห้อเดียว คนไทยไปซื้อจากต่างประเทศในช่วงนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๖๐๐ ล้านบาท ๒ มีการใช้สินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งมีผลทำให้หนี้สินต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น ราคาที่ดินเพิ่มสูงมาก มีการใช้เงินตราต่างประเทศไปในทางไม่ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ เช่นการท่องเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น
เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากรากฐานที่มั่นคง เพราะการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ มีการใช้ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ทั้งแรงงานและทุนเพิ่มขึ้น ต้นทุนในการผลิตสินค้าสูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลกด้อยลง ประจวบกับค่าเงินดอลลาร์แข็งตัวขึ้น โดยไม่ ทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อในไทยสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าของไทยแพงขึ้นและมีผลสะท้อนมายังระดับการส่งออก
ภาวะเศรษฐกิจได้กลับทรุดตัวอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ การขยายตัวของการส่งออกหยุดชะงัก ดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุล เป็นจำนวนมาก และสูงเป็นประวัติการณ์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยน ค่อนข้างคงที่ ทำให้ค่าเงินบาทสูงกว่าเงินบาทที่แท้จริงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อเจ้าหนี้และนักลงทุนต่างประเทศ ต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจไทยและต่อค่าเงินบาท
คนรอถอนเงินจากธนาคาร
|
คนถอนเงินออกจากธนาคารศรีนคร |
สถาบันการเงินเริ่มประสบปัญหาการลงทุนที่ผิดพลาด เจ้าหนี้ต่างประเทศเริ่มไม่มั่นใจต่อมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินที่มีปัญหา เงินทุนต่างประเทศ
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"> เริ่มไหลออก</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"> เจ้าหนี้ต่างประเทศ เริ่มเข้มงวดการปล่อยเงินกู้และการต่ออายุสัญญาเงินกู้ เงินต่างประเทศเริ่มไหลออก นักค้าเงินก็หันมาเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน มีการโจมตีค่าเงินบาท ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามปกป้องค่าเงินบาท โดยใช้เงินทุนสำรองที่เป็นเงินตราต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างมากจนถึงขั้นวิกฤต จนรัฐบาลไทยต้องเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนมาเป็นแบบลอยตัว มีผลทำให้ค่าเงินบาทลดลงอย่างอย่างมากและต่อเนื่อง ซึ่งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจที่ต้องใช้จ่ายเงินตราต่างประเทศ ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดกิจการ เกิดปัญหาคนว่างงานจำนวนมาก ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและตกต่ำ ส่งผลนำไปสู่ปัญหาสังคมที่ร้ายแรงอื่น ๆ ตามมา</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;">
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr>
<td style="background-color: transparent; border: #ece9d8;">
<div class="shape" style="padding-right: 7.95pt; padding-left: 7.95pt; padding-bottom: 4.35pt; padding-top: 4.35pt;">
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขาดทุน</p>
</div>
</td>
</tr></tbody></table> </p>
พนักงาน ๕๖ Finance ประท้วง
วิกฤตการณ์ พ.ศ. ๒๕๔๐ นับเป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุด มีผลกระทบต่อฐานะการเงินการคลังของประเทศ และมีผลลุกลามไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เอเชียและประเทศอื่น ๆ กลายเป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งหนึ่งของโลกซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ โรคต้มยำกุ้ง (Tom Yam Kung Disease)
วิกฤตการณ์เศรษฐกิจไทย ครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการก่อหนี้ของภาคเอกชน ...ซึ่งเกิดจากการกู้หนี้ยืมสินอย่างขาดสติของสถาบันการเงินเอกชนจากต่างประเทศ จำนวน ๗๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ สรอ.(หรือ ๑,๘๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ๒๖ บาทก่อนค่าเงินบาทลอยตัว)๑ แต่การดำเนินนโยบายการเงินของรัฐก็มีส่วน ทำให้ปัญหาการก่อหนี้บานปลายอย่างแทบไม่มีขีดจำกัด ...ครึ่งหนึ่งของเงินกู้ที่ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ก่อให้เกิดวิกฤตในสถาบันการเงิน..๒ ,ความเพลี่ยงพล้ำในการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในกรณีเปิดตลาดเงินทุนเสรีและการใช้อัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างคงที่ รวมถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัวของคนไทย
กานต์วลีที่รัก ผมเฝ้าภาวนาว่า ผมจะไม่เจอปัญหาเหล่านี้อีกในประเทศไทย เพื่อนของกานต์พลาดพลั้งอย่างมหาศาล กับการบุกเบิกธุรกิจใหญ่โต ในขณะที่ฐานทางเศรษฐกิจยังไม่มั่นคงแน่นหนาพอ ผมจึงขอแสดงความเสียใจและห่วงใยด้วยใจจริง หวังว่าเขาจะลุกขึ้นสู้ ด้วยไฟฝันและความตั้งใจในการประกอบธุรกิจอย่างรอบคอบอีกครั้ง ผมเข้าใจว่ากานต์คงปรารถนาเช่นนั้นเหมือนกัน
ความผิดพลาดเป็นความทรงจำและบทเรียนของชีวิต
อภิษฐา