"เป็นหัวหมาดีกว่าเป็นหางเสือ" สำนวนนี้ผมยังจำได้ดีไม่เคยลืม ผมจำไม่ได้แล้วว่าไปจำมาจากไหน หรือใครพูดให้ฟัง แต่เท่าที่จำได้ก็เคยใช้สำนวนนี้หากิน มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าหมายความว่าอะไร เป็นหัวหมาดีกว่าเป็นหางเสือ ความหมายของมันก็คือ เป็นคนสำคัญหรือผู้นำขององค์กรเล็กๆดีกว่าเป็นแค่ตัวประกอบหรือผู้ตามในองค์กรใหญ่ๆ ในชีวิตส่วนตัวผมเป็นอย่างนี้จริงๆครับ ตั้งแต่สมัยเรียนประถมแล้วครับ พอถึงม.ต้นแทนที่ว่าจะเลือกเรียนในโรงเรียนใหญ่ๆแต่ผมกลับเลือกที่จะเรียนโรงเรียนขยายโอกาสใกล้บ้านคือเลือกที่จะเป็นหัวหมามากกว่าครับ พอมาถึงตอนเรียนม.ปลายก็เช่นเดียวกัน แทนที่จะเลือกเรียนโรงเรียนที่อยู่ในตัวจังหวัด แต่ผมกลับเลือกที่จะเรียนโรงเรียนประจำอำเภอ ซึ่งระยะทางไป-กลับก็พอๆกัน ตอนไปเรียนรามก็เช่นกันครับ ผมเลือกอยู่ซุ้มเล็กๆมากกว่าที่จะอยู่ซุ้มใหญ่ๆ เพื่อที่จะได้มีโอกาสเป็นคนสำคัญหรือผู้นำมากกว่า ตอนนี้ทำงานแล้วก็ยังไม่วายที่จะเป็นหัวหมา(คนสำคัญหรือผุ้นำ)อีกนั่นแหละ คืออย่างงี้ครับ มันทำให้เรารู้สึกว่าเรามีคุณค่ามีประโยชน์มากกว่าการไปเป็นหางเสือ(ตัวประกอบหรือผู้ตาม)ในองค์กรใหญ่ๆบางที่ แล้วเรามีโอกาสที่จะเรียนรู้งานได้เร็วกว่าครับ ใครที่กำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ก็ลองนำไปเป็นแนวทางดูนะครับ เผื่อจะรุ่ง ไม่รู้เป็นไรครับ เขียนได้ไม่เยอะเหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้าสักที สงสัยต้องใช้เวลาฝึกกันอีกนานกว่าจะได้เป็นจอมยุทธิ์ (แหม่ ! พูดยังกะหนังจีนกำลังภายใน) ไม่ไหวแล้วครับ ขอจบแค่นี้ละกันครับ