สมัยหนุ่มๆ ผมเคยสอนตนเอง ว่าอย่าทำตัวเป็นนักฉวยโอกาสเพื่อประโยชน์ตน     ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง   ไม่เป็นนักล่าตำแหน่ง    เพราะผมเห็นตัวอย่างของคนที่ทำตัวเป็นนักล่าตำแหน่งอย่างประเจิดประเจ้อ   ผมมองว่าคนที่ทำตัวเช่นนั้นไม่น่านับถือ    ไม่น่าไว้วางใจ

 

ชีวิตที่ยาวนานมาจนแก่ สอนผมว่า   ผลเสียของคนแบบนี้ นอกจากเสียต่องานที่เขาเข้าไปทำ   เพราะเขาจะไม่มุ่งมั่นทำงานที่รับผิดชอบ   แต่จะอาศัยตำแหน่งปัจจุบันเป็นช่องทางไล่ล่าหาตำแหน่งที่สูงขึ้นไป หรือให้ผลประโยชน์มากขึ้น   ผลเสียที่สำคัญที่สุด คือต่อตัวเขาเอง

 

คนแบบนี้ เป็นคนเพาะนิสัยจับจดให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว    เขาจะไม่มีโอกาสทุ่มเทชีวิตอุทิศให้แก่งาน    เขาจะไม่ได้รับผลของการฝึกฝนตนเองเช่นนี้   โอกาสเติบโตจากภายใน จากการทำงานแบบทุ่มเท จะไม่มี   ผมพบว่า คนหลายคนที่ผมนับถือในความฉลาดปราดเปรื่อง    แต่เลือกดำเนินชีวิตเป็นนักล่าตำแหน่ง    ในระยะยาวผมพบว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควร    แม้บางคนจะได้ตำแหน่งสูงสุดของราชการ   แต่ผมก็ยังมองว่าเขาควรจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่านั้น    คือได้ความ สูงสุด หลังชีวิตราชการด้วย  ได้ ชีวิตอุดม ด้วย   แต่เขาไปไม่ถึง เพราะฝึกตนเองมาเพียงแค่ระดับ เพื่อตำแหน่ง

 

จุดสูงสุดของชีวิต คือชีวิตที่อุดมได้โดยไม่ต้องมีตำแหน่ง

 

วิจารณ์ พานิช

๑๓ ต.ค. ๕๑