|

...
เป็นที่ทราบกันดีว่า มหาชัยและบริเวณใกล้เคียงเป็นชุมชนที่มีชาวมอญ สัญชาติไทยอยู่มาแต่ก่อน วัดแถวๆ นี้มีเสาหงษ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาวมอญอยู่หลายแห่ง เช่น วัดหงษ์ วัดเจริญสุขาราม ฯลฯ
ทุกวันนี้มีพี่น้องชาวมอญ-พม่า(สัญชาติพม่า) และชาวพม่าเข้ามาทำงานแถวนี้มากมาย จะเท่าไร... ไม่มีใครทราบแน่ รู้แต่อยู่กันเป็นหลักแสน
...
ผู้เขียนเรียนถามชาวพม่าที่ทำงานแถวนี้มา 8 ปี ท่านบอกว่า ประมาณ 2 แสน ถามแท็กซี่ที่เคยบวชพระมานาน(ก่อนจะลาสึก) ท่านบอกว่า 5 แสน
วันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2551 เป็นวันออกพรรษา... วันออกพรรษาปีนี้มีความพิเศษสำหรับชาวมอญ-พม่า และชาวพม่าที่เข้ามาทำงานแถวนี้มาก เพราะท่านเหล่านี้ร่วมเงิน ร่วมแรง และร่วมใจกันสร้างพระเจดีย์ทรงพระชเวดากองไว้ที่วัดหงษ์มาร่วม 2-3 ปี
...
"วันไหนทำงานก็ทำงานไป วันไหนว่างก็ออกแรงสร้างพระเจดีย์" ชาวพม่าที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องเล่าให้ฟัง
แรงงานมอญ-พม่าและพม่าที่มาทำงานแถวนี้ส่วนหนึ่งจบปริญญามาก่อน ทุกวันนี้ชาวพม่าไม่เก่งภาษาอังกฤษเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว บางคนเรียนปริญญาโท(สาขาคณิตศาสตร์)จบแล้วก็พูดอังกฤษไม่ได้
...
ทุกวันนี้ชาวพม่าที่พูดอังกฤษคล่องส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นเก่า เป็นคนรุ่นใหม่ที่คนรุ่นพ่อรุ่นปู่สอนภาษาอังกฤษให้ หรือลงทุนไปเรียนพิเศษเอง ไม่ใช่เก่งอังกฤษจากห้องเรียน
คุณอู ตอง หนุ่ย อุปัฏฐากพระไทย(ท่านเคยมาทำงานก่อสร้างแถวๆ ปทุมธานี 14 ปี เลยพูดไทยชัด แต่ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เพราะกลับไปพม่าแล้วไม่ค่อยได้ใช้ภาษาไทย) บ้านอยู่ที่เมาะละแหม่ง เขตมอญ พม่าบอกว่า ลูกของท่าน 2 คนจบชั้นมัธยมฯ ทำงานอยู่แถวมหาชัย อีกคนจบปริญญาแล้วหางานทำไม่ได้ ไปทำงานทำความสะอาดบริษัทแถวๆ ลาดกระบังกับแม่ 2 คน
...

ภาพที่ 1 > ภาพคำขวัญเตือนโยมที่วัดเจริญสุขาราม(บางไผ่เตี้ย) ตำบลบางกระเจ้า อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
-
ผู้เขียนตามพระอาจารย์ชาวพม่ามาที่วัดเจริญสุขารามก่อน ที่นี่จะมีพระพม่ามาสมทบจากอยุธยา(เข้ามาเรียนในไทย)บ้าง นครปฐม(เข้ามาสอนกรรมฐาน)บ้าง เพื่อรับบิณฑบาตอีกหลายรูป
- ใต้ถุนกุฏิวัดนี้มีคำเตือนดีๆ มาฝากญาติโยม (โปรดอ่านเองครับ)
...

ภาพที่ 2 > เสาหงษ์แบบนี้พบที่ไหน... บอกว่า เป็นศิลปวัฒนธรรมแบบมอญ พม่ารับไปอีกต่อหนึ่ง
-
แถวมหาชัยมีเสาหงษ์จากการสร้างของพี่น้องชาวมอญในไทย
-
วัดเจริญสุขาราม สมุทรสาครมีเสาหงษ์นี้เช่นกัน
- แถวลำปางมีเสาหงษ์ในวัดหลายแห่งจากการสร้างของพี่น้องชาวพม่าในไทย ซึ่งเข้ามาทำไม้(รับช่วงต่อจากบริษัทอังกฤษในยุคอาณานิคม)
...

ภาพที่ 3 > ชาวมอญ-พม่าได้ชื่อว่า เป็นชาวพุทธที่จริงจังกับการทำบุญมากที่สุดในพม่า
- วันพระหรือวันหยุดจากการทำงาน(เสาร์-อาทิตย์)... ท่านเหล่านี้จะมาถือศีล 8 ที่วัด
...
-
ผู้หญิงพม่าไปวัดนิยมสะพายผ้าสไบ(คลุมไหล่)สีกลักน้ำตาลเข้ม ผู้หญิงมอญ-พม่านิยมสะพายผ้าสไบถักด้วยมือสีขาวเวลาไปทำบุญ(ถ้าถือศีล 8) หรือสีอื่นๆ (ถ้าไม่ได้ถือศีล 8)
- การทำบุญจะเริ่มจากการนิมนต์พระมาให้ศีล... เวลาพระเดินเข้าศาลานิยมถอดสไบลงวางกับพื้น ปูให้พระเดินผ่าน
...

ภาพที่ 4 > ชาวมอญ-พม่าเข้ามารับศีล 8 ในศาลา
...

ภาพที่ 5 > ชาวมอญ-พม่าและชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในไทยจัดพิธีใส่บาตรฉลองพระเจดีย์ที่วัดหงษ์
- คนเดินนำหน้าจะสวมชุดประจำชาติ หมวกกาวบาวแบบนี้มีขายสำเร็จรูป ทำด้วยไม้ไผ่สานด้านใน ด้านนอกเป็นผ้าพับไว้อย่างดี
...
-
โปรดสังเกตว่า หน้าขบวนมีคนเดินนำเชิญธงชาติไทยมาด้วย คนถัดไปถือธงเหลือง "ภปร." ตาม ชาวมอญ-พม่าและชาวพม่าที่เข้ามาทำงานที่นี่รักเมืองไทย และเคารพในหลวง
- ปีกลาย (ปี 2550) มีการบวชถวายเป็นพระราชกุศล บวชกันหลายร้อยรูป ทว่า... ไม่เป็นข่าว
...

ภาพที่ 6 > พระเดินนำ คนถือถุงปุ๋ยเดินตามเนื่องจากคนใส่บาตรกันมาก งานใส่บาตรออกพรรษาปีนี้ต้องจัดกัน 2 วัน เนื่องจากพระมีน้อย คนใส่บาตรมีมากเกิน
- โปรดสังเกตว่า วัยรุ่นที่นี่ส่วนใหญ่จะสวมโสร่งสีฟ้าเป็นส่วนใหญ่ ที่ใส่กางเกงมีเหมือนกัน แต่เป็นส่วนน้อย
...
- ชาวมอญ-พม่าและชาวพม่านิยมทำบุญกันเป็นกลุ่มๆ ด้วยความเชื่อว่า ชาติหน้าจะได้ทำบุญร่วมกันอีก
- ผู้ชายที่สวมโสร่งสีฟ้าในงานนี้มีเป็นร้อยคน ตัวแทนของกลุ่มเล่าให้พระพม่าว่า เป็นกลุ่มที่รวมกันสวดพระมหาปัฏฐานเป็นประจำ สวดครั้งหนึ่งยาวประมาณ 20 นาทีเศษ
...
-
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ว่า เมื่อพระธรรมจะอันตรธาน(เสื่อม) พระอภิธรรมจะเสื่อมก่อน โดยพระมหาปัฏฐานจะเสื่อมเป็นอันดับแรก ชาวมอญ-พม่าและชาวพม่าจึงช่วยกันสวดพระมหาปัฏฐานกันทุกวัน เพื่อช่วยกันรักษาพระธรรมไว้ไม่ให้เสื่อม
- พระมหาปัฏฐานฉบับเต็มใช้เวลาสวดประมาณ 5 วัน 4 คืน... นิยมสวดกันแบบ "ผลัดมาราธอน" โดยจะนิมนต์พระมาสวดรูปละ 1 ชั่วโมง สวดติดกันทั้งวันทั้งคืน
...
-
ผู้หญิงมอญ-พม่าและพม่าที่นุ่งผ้าถุงเรียบร้อยในงานนี้ก็ไม่น้อยหน้าฝ่ายชาย ท่านเหล่านี้จะรวมกันสวดพระสูตรเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มสวดพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร(พระสูตรแรกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง) ฯลฯ
- ทุกวันนี้ชาติที่นับถือพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทเหลือเพียง 5 ชาติในโลก และที่มีการใส่บาตรเหลือเพียง 4 ชาติในโลก คือ พม่า ไทย ลาว และกัมพูชา (การใส่บาตรในศรีลังกาอันตรธานไปหมด หรือเกือบหมดแล้ว)
...

ภาพที่ 7 > ภาพงานใส่บาตรที่วัดหงษ์
- โปรดสังเกตอีกครั้งว่า วัยรุ่นที่นี่รวมกลุ่มกันสวดพระมหาปัฏฐาน อยู่แบบเรียบ ง่าย ประหยัด และพอเพียง ถึงรายได้น้อยก็มีเงินส่งให้แม่ให้พ่อใช้
...

ภาพที่ 8 > ภาพสาวๆ ชาวมอญ-พม่ารอใส่บาตร
- วัยรุ่นแบบนี้ไม่เสพติดยา เย็นลงก็มารวมกลุ่มกันสวดสาธยายพระสูตร มีพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นต้น
...

ภาพที่ 9 > คนนี้มอญ-พม่าปลอม
-
ถึงปลอมแต่ก็มีชื่อพม่าครับ ชื่อ "ขิ่น เมา มยิต์ (Khin Maung Myint)"
- แต่งแบบนี้เชยครับ จริงๆ ควรจะสวมเสื้อแขนยาวสีขาว จึงจะเข้ากับบรรยากาศ
...

ภาพที่ 10 > งานใส่บาตร
- โปรดสังเกตเสาหงษ์ที่สร้างขึ้นใหม่ใกล้ๆ กับพระเจดีย์
...

ภาพที่ 11 > งานใส่บาตรแบบนี้ต้องมีรถเข็นถุงปุ๋ยไว้ใส่ของใส่บาตร
- สำหรับชาวมอญ-พม่าหรือชาวพม่า... การทำงานวัดหรืองานบุญ(เรียกว่า "กัปปิยะ" หรือคนทำกิจของสงฆ์ให้สมควร)นี่ นับเป็นเกียรติแบบสุดๆ บางวัดในพม่าต้องเข้าคิวรอ เพราะมีคนอยากทำบุญกันแยะ
...

ภาพที่ 12 > ภาพคนรอใส่บาตร
- รายได้น้อย แต่ศรัทธาท่านไม่น้อยเลย
...

ภาพที่ 13 > เด็กน้อย
- ชาติในหมู่ประเทศอาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) มี 2 ชาติที่มีลูกกันน้อย (สิงคโปร์กับไทย)
...
- ทว่า...ชาวมอญ-พม่ากับชาวพม่ายังคงมีคำกล่าวกันเล่นๆ ว่า "เอเอ เซเซ กเลมวย" หมายถึง "สบายๆ ลูกเลยดก(ไปหน่อย)" หมายถึงว่า ค่ำลงก็ไม่รู้จะทำอะไร ไปไหนก็ไม่ได้ เพราะไม่ค่อยมีสตางค์ ลูกเลยดก
...

ภาพที่ 14 > พระเจดีย์ที่วัดหงษ์ สมุทรสาคร
- แน่นอนว่า พระเจดีย์ที่นี่เป็นทรงเดียวกับพระมหาเจดีย์ชเวดากอง โปรดสังเกตเสาหงษ์ที่อยู่คู่ศิลปวัฒนธรรมมอญ ที่นี่จะเป็นศูนย์รวมจิตใจ ทำให้แรงงานมอญ-พม่าคลายความคิดถึงบ้านได้
...

ภาพที่ 15 > พระพุทธรูปและพระปัญจวัคคีย์
- ด้านข้างพระเจดีย์มีพระพุทธรูปหลายพระองค์ ซึ่งชาวมอญ-พม่าและชาวพม่าคงจะหาเวลาว่างจากการทำงานมาสร้างกันต่ออีกหลายปี
...

ภาพที่ 16 > อาหารแบบมอญ-พม่า
- สำรับกับข้าวปกติของแรงงานมอญ-พม่าไม่ได้สุดหรูแบบนี้ ปกติจะมีข้าวสวยและกับข้าวสักอย่างสองอย่างเท่านั้น
...
-
งานนี้เป็นงานฉลองพระเจดีย์ จึงมีการเตรียมกับข้าวมากมายไว้ถวายพระ และคนที่มาร่วมงานบุญ
- กับข้าวพม่าจะหนักไปทางแกงใส่ถั่วใส่น้ำมัน มีซุปผักเปรี้ยวๆ เค็มๆ แทนน้ำ (ชาวพม่าไม่นิยมดื่มน้ำระหว่างกินข้าว ใครดื่มถือว่า อิ่ม... ถ้าเผลอไปดื่มน้ำบางงาน อาจจะมีคนเก็บข้าวไปเลย)
...
-
กับข้าวมอญจะคล้ายอาหารไทยมีผัก มีปลา มีแกงที่ไม่ใส่ถั่วและน้ำมัน งานนี้อร่อยมากครับ (ภาษาพม่าคือ "อยตา ฌิ แด" หรือ "มีรส")
- ยกเว้นนมรสสตรอเบอรี่ใส่น้ำตาลแบบเข้มข้นที่หวานแบบสุดๆ (หวานในความหมายของชาวพม่าหรือมอญนั้น... สำหรับคนไทยคือ หวานจัดกับหวานแบบสุดๆ)
...

งานนี้ผู้เขียนดีใจมากที่มีโอกาสพบเห็นพุทธบริษัทในพระธัมมวินัยของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ามาร่วมกันทำบุญฉลองพระเจดีย์ที่วัดหงษ์ สมุทรสาคร
ดีใจมากๆ ที่ได้มีส่วนร่วมทำบุญสร้างพระเจดีย์ส่วนที่ยังสร้างไม่เสร็จได้แก่ ลานพระเจดีย์ พระพุทธรูป และสิ่งอื่นๆ อีกหลายอย่าง
...
ขอบุญที่ผู้เขียนได้ทำแล้วพึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ชาวไทย ชาวมอญ-พม่า และชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในไทยมีความสุข ความเจริญ พึงได้เมตตากัน ปรารถนาดีซึ่งกันและกัน
เมืองไทยเราขาดแคลนแรงงาน... การมีพี่น้องชาวมอญ-พม่าหรือชาวพม่าเข้ามาทำงานในไทยมีส่วนทำให้คนไทยส่งสินค้าราคาถูกไปแข่งกับชาติอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะชาติที่มีต้นทุนแรงงานต่ำมาก เช่น จีน เวียดนาม ฯลฯ
...

เมืองไทยเรามีปัญหาแหล่งท่องเที่ยว "ใกล้อิ่มตัว (nearly saturated)" มากขึ้นเรื่อยๆ แหล่งท่องเที่ยวที่เรามีอยู่เริ่มจะเป็นของ "เดิมๆ" มากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเราส่งเสริมให้ครูบาอาจารย์จากเพื่อนบ้านเข้ามาแนะนำ สั่งสอนศิลปวัฒนธรรม โดยอาจจัดเป็นสถาบันศิลปวัฒนธรรมพม่า สถาบันศิลปวัฒนธรรมลาว สถาบันศิลปวัฒนธรรมกัมพูชาในไทยให้ได้... น่าจะเป็นผลดีกับเมืองไทย
...
เรื่องนี้คล้ายๆ กับที่นักลงทุนสิงคโปร์เคยจ้างคนไทยไปทำงานด้านการท่องเที่ยว และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของสิงคโปร์ได้ เช่น ฟาร์มจระเข้ ฯลฯ มาแล้ว
ตัวอย่างเช่น พม่ามีชาวอินเลที่พายเรือด้วยเท้าจนดังไปทั่วโลก ฯลฯ... ถ้าเราเชิญครูบาอาจารย์ชาวอินเลมาทำหมู่บ้าน "อินเล" ในไทย สอนวิธีการพายเรือด้วยเท้าให้ได้ โดยให้ใบอนุญาตทำงาน (work permit) ระยะยาว หรือให้สัญชาติถ้าสอนได้ครบเท่านั้นเท่านี้ปี
...
เมืองไทยจะได้แหล่งท่องเที่ยว "แม่เหล็ก" ใหม่ๆ มากมาย ผลดีด้านการท่องเที่ยวจะตกอยู่กับไทย และเพื่อนบ้านของเราก็จะได้มีโอกาสเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน (คนเราที่ทะเลาะเบาะแว้งกัน... ส่วนหนึ่งเกิดจาก "ความไม่เข้าใจ" กัน)
ถึงตรงนี้... ขอพวกเราพึงได้เมตตา และได้บุญโดยทั่วกันเทอญ
...
ที่มา
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์แพทย์ชุมชน (CMU) แม่สัน-เมืองยาว โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 20 ตุลาคม 2551.
|
ความคิดของคุณหมอเป็นสิ่งดีที่น่าจะมีผู้เริ่มสืบสาน..สิ่งแรกน่าจะมีการเรียนภาษาประเทศเพื่อนบ้านของเรา..จะเป็นภาษามอญ ภาษาพม่า กระเหรี่ยง ให้กับคนไทยผู้ที่สนใจได้มีโอกาศศึกษาซึ่งนอกจากจป็นความรู้แล้วยังเป็นประตูสู่ความเข้าใจ..ซึ่งและกัน ทุกวันนี้คนไทยมีสาวใช้เป็นพม่าเขาเข้าใจภาษาเราแต่เราไม่มีโอกาศจะเข้าใจภาษาเขาได้ เราเสียเปรียบ....ไม่น่าแปลกเดี๋ยวนี้ฝรั่งพูดไทยชัดแจ๋ว...ทำไมเราจะพูดอ่านภาษาเพื่อนบ้านไม่ได้.....
ขอขอบคุณ... คุณยายธี
ถ้ามีสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานอะไรก็ได้จัดทำสื่อการสอนภาษาสำคัญๆ ในโลกได้แก่ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น อาหรับ สเปน และภาษาเืืพื่อนบ้านของเราเป็นชุดการสอน เช่น VCD, DVD ฯลฯ รวมภาษาพม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ฯลฯ ได้
การรับข้าราชการ พนักงานของรัฐ ครู และรัฐวิสาหกิจรุ่นใหม่ควรมีการบังคับสอบภาษาอังกฤษพื้นฐาน