" แนวทางการพัฒนาโรงเรียนในฝันรุ่นที่ 2 เพื่อรองรับการตรวจเยี่ยม "

ต่อจากบันทึกที่แล้ว บันทึกนี้คงเป็นแนวทางและกรณีตัวอย่างที่จะพัฒนาโรงเรียนเพื่อไปสู่ความเป็นต้นแบบโรงเรียนในฝันซึ่งผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนและนิเทศมา ก็เลยอยากนำมาเขียนเพื่อเล่าสู่กันฟัง

ตัวอย่างที่ 1 เป็นโรงเรียน ตั้งอยู่บนยอดดอยแม่สลอง ชื่อว่าโรงเรียนบ้านห้วยผึ้ง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา มีนักเรียนประมาณ 1,100 คนเศษซึ่งเป็นเด็กชนเผ่า ร้อยเปอร์เซนต์ วันที่ผมเข้านิเทศอยากจะบอกว่าโรงเรียนนนี้คงต้องเหนื่อยกันอีกมากกว่าจะเป็นต้นแบบในฝันได้ ท่านผู้บริหารก็เพิ่งย้ายมาใหม่ยังไม่เข้าใจว่าโรงเรียนในฝันจะต้องทำอย่างไร...???? ผมก็ได้เสนอแนะไว้หลายเรื่องด้วยกัน และสิ่งสำคัญก็คือท่านอยากพัฒนาโรงเรียนของท่านอย่างไรก็ไม่ต้องยึดติดกับกรอบหรือทำตามโรงเรียนอื่น และโรงเรียนนี้อยู่บนดอยคงจะยากที่จะมีภาคีเครือข่ายอุปถัมภ์ทำอย่างไรจะให้ชาวบ้านมามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนโดยให้เขาได้เป็นเจ้าภาพห้องเรียนต่าง ๆ หมู่บ้านละห้อง มันก็จะพอมองเห็นทางพัฒนาได้ .....หลังจากนั้นอีกไม่นานผมก็ได้ทราบข่าวว่าโรงเรียนพัฒนาโดยใช้วิธีการให้ชาวบ้านมามีส่วนร่วมและก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง ก็คงคิดว่าอีกไม่นานเราคงจะได้เห็นโรงเรียนนี้ได้รับการตรวจเยี่ยมเพื่อรับรองเป็นต้นแบบในฝัน...ขอให้กำลังใจนะครับ...ผมเชื่อว่าท่านทำได้...เพราะบุคลากรที่นั่นมีแต่ครูหนุ่มสาวทั้งนั้น และมีเครื่องคอมพิวเตอร์โน็ตบุคส่วนตัวกันทุกคน...(พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าคนสูงอายุไม่มีความสามารถนะครับแต่คนหนุ่มสาวต้องทำงานหนักกว่าคนสูงอายุจะได้มีประสบการณ์ไล่ตามคนสูงอายุได้ทัน)

ตัวอย่างที่ 2 ก็เป็นโรงเรียนเล็ก ๆชื่อว่าโรงเรียนบ้านยางเมือง ตั้งอยู่กลางท้องนาในอำเภอคีรีมาศ จ.สุโขทัย เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษามีนักเรียนประมาณ 200 คน มีผู้บริหารเป็นสุภาพสตรี วันที่ผมไปถึงโรงเรียนนี้ผมสัมผัสความเป็นโรงเรียนในฝันได้ตั้งแต่รถยนต์ที่พาเราไปวิ่งไปถึงเขตโรงเรียน ซึ่งเห็นรั้วโรงเรียนเพิ่งสร้างเสร็จทาสีสวยงามและที่สำคัญก็คือมีชื่อผู้บริจาคติดไว้ทุกช่องรั้ว พอรถยนต์ไปจอดก็มีนักเรียนมาต้อนรับประมาณ 4-5 คน ครั้งแรกผมนึกว่าเขาคงไปยืมนักเรียนโรงเรียนเอกชนที่ไหนมาต้อนรับเพราะชุดนักเรียนเขาเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียนแบบโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯ ก็เลยต้องแอบถามว่าทำไมต้องเปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียนและเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ได้รับคำตอบว่าเปลี่ยนเมื่อเข้าสู่โรงเรียนในฝันรุ่นที่ 2 ก็เพื่อต้องการให้เกิดความรู้สึกทางด้านจิตวิทยาว่านักเรียนที่นี่ต้องมีบุคลิกที่ดี (ก็ไม่ได้บอกว่าทุกโรงเรียนต้องทำตามนะครับ) ก็บอกแล้วว่าโรงเรียนในฝันที่จะพัฒนานั้นท่านสามารถทำได้ทุกรูปแบบถ้าทำแล้วดีขึ้น....พอผมได้เดินเยี่ยมชมบรรยากาศและแหล่งเรียนรู้ทุกห้องเรียนก็พบว่า ห้องเรียนได้รับการพัฒนาทุกห้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตั้งไว้เพื่อให้ครูและนักเรียนได้ใช้ประโยชน์ทุกห้องโดยได้รับความอุปการะจากชุมชน....มีอาคารห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ได้รับการบริจาคจากชุมชน.....มีถนนคอนกรีตภายในโรงเรียนที่เพิ่งได้มาซึ่งผมชอบวิธีการได้มาก็คือ ผู้ปกครองนักเรียนช่วยเหลือกันโดยบริจาคข้าวเปลือกที่เขามีอยู่จากผลิตผลการเกษตรคนละ 5 ถังโรงเรียนก็นำมาเปลี่ยนเป็นงบประมาณเพื่อสร้างถนน...ผมก็เลยเสนอแนะกับชุมชนซึ่งนำโดยท่านกำนันที่มานั่งร่วมฟังการนิเทศด้วยว่า ควรตั้งชื่อถนนนี้ว่า " ถนนข้าวเปลือก " เพื่อให้เป็นเกียรติประวัติของถนนเส้นนี้...ก็ขอให้กำลังใจท่านผู้บริหารและครูทุกท่านที่ช่วยกันสร้างสรรโรงเรียนดีดีขึ้นในชุมชนที่ห่างไกลเมืองมาก ๆ เพื่อเยาวชนของชาติ และคิดว่าโรงเรียนนี้คงจะขอรับการตรวจเยี่ยมเพื่อรับรองต้นแบบในฝันในไม่ช้านี้...

ตัวอย่างที่ 3 เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง ๆ มีนักเรียนประมาณ 500 คนตั้งอยู่ในตัวอำเภอไม่อยากจะบอกชื่อโรงเรียน เนื่องจากพอผมและคณะไปถึงโรงเรียนก็พบกับท่านผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งท่านก็บอกรายละเอียดเหมือนจะให้เรารู้ว่าโรงเรียนนี้ไม่จำเป็นต้องมานิเทศหรอก เขามีอะไรทุกอย่างดีอยู่แล้วเป็นโรงเรียนที่มีโครงการดี ๆ เข้ามาอยู่ในโรงเรียนทั้งหมดเช่น

1.โรงเรียนปฐมวัยต้นแบบ
2.โรงเรียนคุณธรรมชั้นนำ
3.โรงเรียน B.B.L
4.โรงเรียนวิถีพุทธ
5.อนุรักษ์ดนตรีไทยและวัฒนธรรมไทย
6.โรงเรียน Top  Star
7.โครงการทักษะอาชีพ
8.โครงการวิถีพุทธวิถีธรรมนำเศรษฐกิจพอเพียง
9.กิจกรรมชินบัญชร
10.โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทอง
11.กิจกรรมตักบาตรประจำปีวันขึ้นปีใหม่
12.ศูนย์อีริคประจำอำเภอ
13.โครงการคณะกรรมการประจำห้องเรียน 

นักเรียนแถวนี้ไม่ไปเรียนที่ไหนหรอกต้องเข้ามาเรียนที่นี่ทั้งนั้น ผมก็เลยต้องนั่งอ้าปากค้างเพราะไม่รู้จะนิเทศอย่างไรเพราะผู้บริหารไม่ต้องการ การนิเทศ และก็เลยสมมุติตัวเอาเองว่าเกินความเป็นในฝันไปแล้ว...

จากทั้ง 3 ตัวอย่างที่นำมาเล่าให้ฟัง ท่านก็พิจารณาและเลือกเอาเองว่า โรงเรียนไหนน่าที่พัฒนาไปสู่ความเป็นต้นแบบโรงเรียนได้ดีและเร็วกว่ากัน.....โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ...มีอีกมากครับเรื่องที่ไปพบมา....สุดท้ายอยากจะสรุปว่า  โรงเรียนในฝัน  คือโรงเรียนที่มีการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในทุก ๆเรื่อง คงไม่ใช่โรงเรียนที่มีโครงการมาก ๆ หรือโรงเรียนประจำจังหวัด.... เพราะเราต้องการสร้างโรงเรียนนอกเมืองในทุกอำเภอให้ดีเท่า หรือดีกว่าโรงเรียนในเมืองเพื่อ "สร้างโอกาสให้เด็กไทย " นั่นเอง.