ขอบคุณน้องกรณีศึกษาออทิสติก คุณแม่ของน้องกรณีศึกษา และทีมงานสถาบันไพดี้ ที่ทำให้เกิดบันทึกของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้

บันทึกต่อไปนี้ ผมจะลองแทรกเหตุผลทางคลินิกพร้อมบทสนทนาที่ตัดตอนจากเหตุการณ์ทั้งหมดของการประเมินและวางแผนการรักษาจากกรณีศึกษา คือ เด็กชายออทิสติก อายุ 11 ปี 

เวลา 15.30 น. น้องเอ (นามสมมติ) เดินลงมาจากรถ มีคุณแม่พามาที่สถาบันไพดี้ คลิกดูสถานที่ที่ http://www.paidi-th.com/ น้องเอทักทายนักกิจกรรมบำบัดโดยไม่สบตา และไม่ยอมเดินเข้ามาที่สถาบันฯ แต่มุ่งตรงไปหยิบขนมและน้ำส้มในร้านค้า น้องมีความสามารถนำของไปวางบนโต๊ะ Cashier โดยต้องใช้คำสั่งบอก (เตือนไม่เกิน 2 ครั้ง) คุณแม่พยายามที่จะห้ามและบังคับให้ไปที่สถาบันฯ ทันที นักกิจกรรมบำบัดจึงสร้างสถานการณ์นี้เป็นการลองฝึกทักษะการซื้อของและวางเงื่อนไขให้เข้าไปทำกิจกรรมที่สถาบันฯ หลังจากจ่ายเงินและนำของที่ซื้อใส่ถุงอย่างเรียบร้อย เพิ่มคำชี้แนะให้น้องเอรู้จักขอเงินจากคุณแม่แล้วจ่ายเงินกับ Cashier ยืนอดทนรับเงินทอน นำเงินทอนคืนคุณแม่ และรอหยิบถุงใส่ของพร้อมขอบคุณ นักกิจกรรมบำบัดแนะนำให้คุณแม่เข้าใจขั้นตอนการฝึกให้น้องเอเรียนรู้จากทักษะชีวิตจริง

เวลา 15.40 - 16.00 น. นักกิจกรรมบำบัดวางแผนประเมินความสามารถของน้องเอ ในกรณีทำกิจกรรมที่มีรูปแบบอิสระ (วางกระดาษ 2 แผ่น สีเทียน 1 กล่อง เบาะนั่งแบบวงกลม 3 ชิ้น ห้องโล่งกว้าง 1 ห้อง) โดยสังเกตการช่วยเหลือของคุณแม่ การแสดงออกของน้องเอ พบว่า น้องเอมีความถี่ของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จำนวน 5 ครั้ง เช่น ไม่ยอมวาดรูป แย่งทานขนม วาดรูปอย่างเร็ว ตีหน้าตนเอง ลุกเดิน ร้องเสียงดัง เป็นต้น คุณแม่มีความเข้าใจแต่มีสีหน้าเครียดเล็กน้อย นักกิจกรรมบำบัดแนะนำให้คุณแม่พยายามสร้างเงื่อนไข เช่น วาดรูป 3 แบบ (วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม) จำนวนแบบละ 3 รูปแล้วระบายสี เมื่อเสร็จแต่ละรูปจึงยอมให้ทานขนม 1 ชิ้น คุณแม่สามารถสอนน้องเอได้แต่ยังคงหงุดหงิดเมื่อน้องเอไม่ทำตามหรือทำแบบเร็วๆ เพื่อทานขนม นักกิจกรรมบำบัดจึงให้คำสั่งน้องเอเพื่อมองตามรูปที่วาดพร้อมจับมือชะลอให้ระบายสีในรูปแต่ละแบบอย่างช้าๆ นักกิจกรรมบำบัดเน้นให้คุณแม่เห็นถึงความสำคัญในการชี้นำการช่วยเหลือเพื่อวาดรูปในแบบกิจกรรมบำบัด น้อเอสามารถทำได้ด้วยพฤติกรรมที่เหมาะสมในเวลา 5 นาที

เวลา 16.00-16.30 น. นักกิจกรรมบำบัดวางแผนประเมินความสามารถของน้องเอ ในกรณีทำกิจกรรมที่มีรูปแบบเฉพาะ มีเป้าหมาย และใช้ความคิดสร้างสรรค์ (ดินน้ำมันหลายสีจำนวน 1 กล่อง ที่พิมพ์ 2 รูป ห้องที่สงบ โต๊ะเข้ามุมหร้อมเก้าอี้ 2 ตัว) นักกิจกรรมบำบัดใช้วิธีการประเมินเพื่อค้นหาวิธีการจัดกิจกรรมการรักษาที่เหมาะสม โดยอธิบายให้คุณแม่ของน้องเอทราบถึงเป้าหมายของกิจกรรมการรักษาเพื่อให้น้องเอสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่นๆ ด้วยการทำกิจกรรมที่มีเป้าหมาย นักกิจกรรมบำบัดเน้นสร้างทัศนคติที่ดีแก่คุณแม่ ซึ่งเป็นผู้คาดหวังและมีความคิดอยากให้น้องเอแยกตัวจากคุณแม่ไปกับผู้อื่น เพราะน้องเอมีพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อแยกตัวจากคุณแม่ นักกิจกรรมบำบัดใช้กิจกรรมสาธิตให้คุณแม่เรียนรู้พร้อมประเมินทั้งคุณแม่และน้องเอว่าจะสามารถปั้นดินตามแบบได้หรือไม่ นักกิจกรรมบำบัดนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเก้าอี้ที่น้องเอและคุณแม่ของน้องเอนั่ง พร้อมใช้คำสั่งให้น้องเอปั้นดินเป็นวงกลมพร้อมกับผู้บำบัดและคุณแม่ น้องเอพยายามสนใจปั้นดินเล็กน้อย แต่ยังห่วงทานขนม ที่น่าสนใจคือน้องเอลดอาการวิตกกังวล (Separate anxiety) และเบี่ยงเบนความสนใจจากตัวคุณแม่ไปปั้นดินอย่างมีเป้าหมายแทน ใช้เวลา 3 นาทีในการปั้นดินและพิมพ์แบบ แต่นักกิจกรรมบำบัดปรับรายละเอียดของกิจกรรมให้น่าสนใจขึ้นโดยแนะนำให้คุณแม่ของน้องเอลองคิดกระบวนการต่อมา คุณแม่ได้บอกน้องเอให้ปั้นเป็นตัวงู น้องเอสนใจมากขึ้นแต่ลังเลว่าจะปั้นดินเป็นตัวงูได้อย่างไร นักกิจกรรมบำบัดลองเข้าไปพร้อมสร้างสัมพันธภาพโดยการปั้นดินให้ดูพร้อมช่วยเหลือน้องเอบ้างจนเขาสามารถปั้นดินเป็นตัวงูได้ ใช้เวลาสนใจต่อเนื่องถึง 3 นาที

เวลา 16.30-16.45 น. แนะนำให้นักจิตวิทยาเข้ามาประเมินเพื่อวางแผนปรับพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างละเอียด นักกิจกรรมบำบัดแนะนำให้คุณแม่นั่งบนเบาะที่อยู่ไม่ไกลจากน้องเอ และให้นักจิตวิทยานั่งแทนที่คุณแม่พร้อมคอยบังคับให้น้องเอนั่งทำกิจกรรมที่มีเงื่อนไขและเป้าหมายมากขึ้น สังเกตว่าน้องเอเริ่มคุ้นเคยและสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นบ้างเล็กน้อย คุณแม่เล่าว่าเคยให้น้องเอทำกิจกรรมที่ชอบคือ เขียนตัวอักษร ระบายสี แต่เขาไมชอบงานปั้นดินหรือระบายสีรูปปูนปั้น นักกิจกรรมบำบัดอธิบายเพิ่มว่า การส่งเสริมให้ลองทำกิจกรรมที่ท้าทายอาจช่วยสร้างความคับข้องใจเล็กน้อย แต่เมื่อปรับกระบวนการให้ช่วยเหลือน้องเอและขยายเพิ่มทักษะความรับผิดชอบ ทักษะการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทักษะการคิดแก้ไขปัญหา และทักษะอื่นๆ (คลิกดูเพิ่มทักษะชีวิตจาก http://www.paidi-th.com/article/show_article.php?id=7) จะทำให้ความคิดและพฤติกรรมของน้องเอมีความหมายและมีเป้าหมายมากขึ้น หากน้องเอทำกิจกรรมง่ายๆ หรือกิจกรรมที่เป็นประจำซ้ำๆมากเกินไป เขาจะมีความรู้สึกอยู่ว่างจนพึงพิงคุณแม่ (Dependent attachment) มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการสัมผัสสิ่งเร้าภายนอก (Insecurity of tactile sensitivity) จนพัฒนาเป็นความรู้สึกแยกตัวจากบุคคลอื่น (Social isolation) นักจิตวิทยาและนักกิจกรรมบำบัดร่วมประเมินพฤติกรรมจากกิจกรรมระบายสี นำจานสีไปล้าง นำผ้าชุบน้ำมาเช็ดโต๊ะ เก็บอุปกรณ์จนเสร็จ น้องเอใช้เวลาสะสมของการทำพฤติกรรมที่เหมาะสมถึง 8 นาที มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมรวมถึง 5 ครั้งสะสมเป็นเวลาถึง 10 นาที

เวลา 16.45-17.00 น.  ให้คำปรึกษากับคุณแม่เพื่อวางแผนจัดกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรมที่บ้าน และ/หรือ ที่สถาบันในวันหยุด และนักกิจกรรมบำบัดแนะนำเพิ่มเติมถึงความถี่ของการให้โปรแกรมนี้ให้เหมาะสมกับการปล่อยให้น้องเอเรียนรู้ในโรงเรียนถึง 5 วัน นั่นคือคงต้องมีการสำรวจกิจกรรมในโรงเรียนและปรับเปลี่ยนเพิ่มความถี่ของการปรับพฤติกรรม (เพิ่มความสนใจในการทำกิจกรรมและลดอาการก้าวร้าวเมื่ออยู่ห่างจากคุณแม่) เป้าหมายที่เร่งด่วนจากการประเมินความสามารถในการระบายสีปูนปั้นกับนักจิตวิทยา ได้แก่ น้องเอควรได้รับการฝึกความรับผิดชอบในงานที่หลากหลายพร้อมๆกับการฝึกทักษะทางจิตสังคมอื่นๆ เช่น รู้จักอดทนและสนใจทำงานให้เสร็จตามเป้าหมาย รู้จักคิดและเลือกที่จะทำตามกติกาของการทำกิจกรรมกับผู้อื่น