ทีมDM โรงพยาบาลเสลภูมิ

เมื่อครั้งไปเข้าร่วม การนำเสนอผลงาน TERUMO AWARD เกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม กลับมาด้วยความหวังว่า พวกเราคงทำงานที่มีคุณภาพต่อประชาชน ด้วยการขับเคลื่อนของทีมงาน หลังจากกลับมาแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น แป้ก็หวั่นๆว่า เราจะสร้างทีมสำเร็จมั้ยน้อ!  แต่ทีมของเราได้เริ่มก่อแล้วจริงๆ จากจุดเปลี่ยนแป้ได้มีโอกาสอีกครั้ง คือเข้าร่วม มหกรรม R2R ที่สวรส. จัดขึ้น  ผู้คนมากมายเดินไปมา ลงทะเบียนมั่ง ถ่ายรูปมั่ง เอ๊ะ!แล้วเราจะทำอะไรก่อน จึงได้เดินดูบอร์ดแสดงผลงานต่างๆ ๆด้แต่ชื่นชม และวังวนกับคำถาม "ทำยากมั้ยนะ,ทำได้มั้ยนะ ,เราก็เคยทำแบบนี้ ทำไมเราไม่สามารถนำมาแสดงได้" พอถึงเวลาเปิดการประชุมเลขาฯ รัฐมนตรีในสมัยนั้นมาเปิดงาน  บรรยากาศของพิธีเปิดสุดยอด เหมือนกับว่าเรากำลังจะดูภาพยนต์

ผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งท่านกลาง ศ. รศ. นพ. ได้กล่าวแนะนำตัวว่าชื่อกะปุ๋ม เป็นคนยโสธร และปฏิบัิติงานที่โรงพยาบาลยโสธร ทำให้แป้ทึ่งและสนใจมาก เสียงกะปุ๋มเล็ก นุ่ม พูดชวนติดตาม จากการทำงานเป็นทีมวิจัยโดยคำสั่ง ไม่ประสบผลสำเร็จ และเริ่มใหม่จากผู้ที่สนใจและขยายาวงกว้างออกไป และยั่งยืน ทำให้แป้ได้บันทึกในความทรงจำนั้นมา

ก่อนกลับออกจากโรงแรมมิราเคิล แป้ได้ให้โอกาสดีๆสำหรับตัวเอง โดยเข้าไปยกมือไหว้และทักทาย สุดท้ายขอจีบว่า "พี่แป้ ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเสลภูมิ " ได้เบอร์โทร กะปุ๋มมาด้วย แต่ไม่เคยติดต่อเลย "ภาพผู้หญิงตัวเล็ก  ผมสั้น หน้าอ่อน และยิ้มง่ายมาก คนนั้น ยังฝังลึกลงในความทรงจำแป้ตลอด

กลับมาถึงโรงพยาบาล ได้เริ่มเชิงรุกแล้ว โดยเดินเข้าไปเล่าให้พี่แอ๋ว(หัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน) ฟังว่าR2R น่าจะไปได้ดีถ้าเราทีม แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งทุกเช้า จะเดินเข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ตึกผู้ป่วยในหญิง และเริ่มขายความคิดของตัวเองสู่แก้ว(หัวหน้าตึกญิง) ฟัง น้องก้ได้แต่กังวล "เป็นตายากแท้!) ไม่ยากกกกกกกกกก(แป้บอกน้อง) ขอแต่เรามีใจ  จีบได้เกือบทุกวัน จนเลยมาจีบอ๋อย ทีนี่แหละ เกิดเลย อ๋อยตอบรับทันที "แต่พี่ต้องช่วยหนูนะ" ได้เลยพี่พร้อมเสมอ นาง (อาภรณ์) เป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกอ๋อยชวนและโดนกล่อมด้วยแป้ 3 สหาย 3 เกลอ ได้ร่วมคิด ร่วมทำ แป้เริ่มให้การบ้านอ๋อยและนางไปคิดมาว่าเราจะทำอะไร  จนเป็นโครงออกมาว่าในส่วนของอ๋อยและนาง จะทำอะไร แป้จะทำอะไร 

ในห้องของผู้อำนวยการ แป้ได้เริ่มพูดก่อนถึงความอยากให้เกิดทีมของแป้และอ๋อยก็นำเสนอโครงการของตนเอง ผู้อำนวยการได้ให้ข้อคิดมาว่า "การที่เราจะไปทำอะไรกับใครเราต้องรู้ก่อนว่าเขาเป็นอย่างไร หรือรูตัวตนของเขาก่อน " เออใช่ เราก็คิดเหมือนกัน แต่เราชอบลักไก่คิดว่าเรารู้เราศึกษาจากงานวิจัยแล้ว แต่จริงๆ มันไม่ใช่

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ได้แอบยินเสียงสั่งการว่า "นัดประชุมจัดตั้งชมรมเบาหวานหน่อย" เท่านั้นแหละเป็นโอกาสของแป้ที่จะเข้าสู่การสานฝัน ทีม ต่อ ก็เลยขอเข้าประชุมด้วยทั้ง 3 คน

การพัฒนารูปแบบผู้ป่วยเบาหวาน จึงเริ่มกระเพื่อมขึ้น "ให้คุยกันต่อ" นะหลังจากท่านได้ให้นโยบายแล้ว พี่แอ๋วเริ่มดำเนินการต่อ แป้รับการจัดตั้งชมรมเบาหวาน และอ๋อยกับนาง รับการศึกษาสภาพการณ์ผู้ป่วยเบาหวาน ที่Ward ปุ๊รับการพัฒนาการบริการที่OPD และเริ่มจัดตั้งคณะกรรมการขึ้น โดยมีนพ.ปกาสิต เป็นประธาน

การอภิปรายแนงานโครงการเริ่มขึ้น จนจบ และกลับไปนั่งอ่านอีกทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราคิดเราเขียนไม่สมบูรณ์(แอบขำตัวเอง นึกว่าตัวเองแน่) พวกเราประชุมกันบ่อยมาก โดยแป้เป็นผู้ดำเนินการประชุม (คุณอำนวย) พวกเราได้อภิปราย แผน อยู่ 5 รอบ จนคิดว่าครอบคลุมจึงนำเสนอต่อผู้อำนวยการอนุมัติของบประมาณ (สปสช.สนับสนุน ซึ่งแป้ได้เขียนเป็นแผนหลักไว้)

พวกเราประชุมกันบนความไม่ลงตัว ไม่เข้าใจ เพราะแต่ละคนไม่เข้าใจตนเอง ไม่ใช้กระบวนการร่วมคิดที่สุนทรี จึงนำไปสู่การเกิดปัญหา "ชอบสั่งการ" "แย่งงานคนอื่นทำ" "PCUจะครอบงำแล้ว" นินทา ด่าทอ และขอแยกส่วน ได้คืบคลานเข้ามาอีกแล้ว การสั่งการเข้ามาอีกแล้ว 

"เราอย่าท้อนะ สู้ต่อ" เป็นคำที่แป้พยายามบอกอ๋อยและนาง แต่จริงแล้วตัวเองนั่นแหละเริ่มท้อ(ไม่ถอยแน่นอน)

ดร.กระปุ๋ม เป็นหนึ่งที่แป้ยึดเหนี่ยว เชื่อมั่น เชื่อใจ ว่า ยังมีคนที่คอยเติมเต็มให้เราแน่นอน จึงได้เดินทางไปพบ กระปุ๋ม ที่โรงพยาบาลยโสธร

ในห้องทำงาน ฝ่ายจิตเวช พวกเรา  แป้ นาง อ๋อย อ้อฟ นั่งเล่า ถึงสิ่งที่ตัวเองคิดและจะทำ กระปุ๋ม ถาม จด สบตา ยิ้ม กันเอง  เป็นสิ่งที่เราสบายใจที่สุด(ขอขอบคุณ) ท้ายสุดกระปุ๋มได้รับเป็นวิทยากร และเป็นที่ปรึกษาให้อีกคน (โล่งมากขึ้น)

เริ่มพัฒนาคน เป็นสิ่งแรกที่แป้จะทำ แต่ก็ยังงงๆอยู่ว่าจะทำอย่างไร กระปุ๋ม รับปากด้วยใจ ว่า เดี๋ยวกระปุ๋มจะทำหลักสูตรให้ และรับเป็นวิทยากรจนเสร็จสิ้นกระบวนการ (สบายใจมากขึ้น)

กลับมาโรงพยาบาลสานฝันต่อ และต่อสู้ปัญหากับอคติที่เกิดขึ้นในใจของตนเอง"ชอบว่าคนอื่น โง่ แล้วยังอวดฉลาด" จนเกิดปัญหาขึ้นในใจ ต้องต่อสู้กับความรู้สึกที่ไม่ดีของตนเอง เครียด นำไปสู่ชีวิตที่ไร้ความสุข

เป็นช่วงโอกาสต้องไปเรียนหลักสูตรการใส่ห่วงอนามัย และ ยาฝังคุมกำเนิด 2 สัปดาห์ เป็นโอกาสที่ได้ทิ้งปัญหา ไม่รับรู้.......แต่สิ่งหนึ่งปัญหาในใจ ไม่สามารถหนีห่างได้เลย ยังกังวลเสมอๆ จนวันนี้ยังกังวลเหมือนเดิม"จะทำทีมสำเร็จมั้ยนี่" 

กลับมาได้เตรียมทีมที่จะไปเข้าเรียน หลักสูตร การยกระดับงานประจำDM โดยKM...R2R 17-18ที่นาข่ารีสอร์ท จ.อุดรธานี จุดที่สำคัญในการที่จะกาวน์ใจ ทีม ต่อไป

บรรยากาศการเข้าสัมมนาที่นาข่ารีสอร์ท

ประมาณ 9 นาฬิกาของวันที่ 17 ตค.51  แป้ และทีมงาน เดินทางถึงโดยรถตู้ ขอบคุณ นายแป็บ พขร คู่ใจของพวกเรา ที่นั่นได้พบกับอ.กะปุ๋ม หลังจากทักทาย พวกเราแยกย้ายเพื่อรับประทานอาหาร และเตรียมการต้อนรับทีมที่กำลังเดินทางตามมา รอ รอ รอ รอ  รอแล้วประมาณ 2-3 ชม. ทีมงานของเรามาถึง ในใจก็คิดเป็นกังวล  ถ้าหากอาจารย์ แสดงความไม่พอใจแล้วเดินหนีจากการสัมมนาไป เราจะทำอย่างไร  แต่เป็นที่น่าชื่นใจที่อาจารย์ เตรียมรับสถานการณ์ ไว้แล้ว อะไรจะกิด มันก็เกิด เป็นไปตามธรรมชาติ

ความสุขที่เกิดขึ้นจากวิธีการสัมมนาที่ไม่เคยประสบมาก่อน " สุนทรีสนทนา "  จากความกังวล จากความไม่สบายใจได้ถูกฝึกให้ละไป โดยการอยู่กับลมหายใจ  หายใจเข้าให้รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกให้รู้ว่าหายใจออก  น้อมฟังด้วยใจเบาๆ บรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย ได้พูดในสิ่งที่อยากพูด  ได้ฟังในสิ่งที่ไม่เคยฟัง  ไม่มีผิด ไม่มีถูก

มีผู้เข้าสัมมนาบางท่านไม่เข้าร่วม   ทำให้เรารู้ว่าเขาเหล่านั้นเสียโอกาสดีๆ ที่มีเข้ามาในชีวิต   "ให้ความสำคัญคนที่อยู่ต่อหน้าเรา" เสียงนี้ยังประทับใจไม่รู้ลืม ...ตอนแรกคิดว่าจะรายงานถึงผอ.ว่าใครบ้างไม่เข้าสัมมนา   ...ท้ายสุด สงสารเขาที่เสียโอกาส.วันเวลาแห่งความสุขที่เขาพลาดโอกาสไป..ไว้ถ้ามีลมหายใจ และบุญวาสนาถึง คงได้เข้าร่วม สัมมนาแห่งความสุขร่วมกัน

วันถอดบทเรียน.... ทำให้เกิดผู้ประสานงาน คุณอำนวย  ที่จะอำนวยให้เกิดทีม  เบาหวาน ต่อไป 

เราจากการสัมมนาด้วยความรู้สึกที่ดี  มีความสุข และน้อมนำมาปฏิบัติเพื่อกาวน์ใจตนเอง และทีมต่อไป จนเท่าทุกวันนี้

บางอย่างที่เป็นไปตามฝันไม่ได้   เวลา  ความเมตตา ความกรุณา ที่อยู่บนสติ  ปัญญา   จะช่วยให้เราไปถึงฝันได้