เมื่อวันที่ 15 -17 ตุลาคม 2551 ได้มีโอกาสไปประชุมวิชาการเรื่อง esthetic dentistry ที่โรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท จังกวัดเชียงราย ซึ่งจัดโดยชมรมทันตแพทย์ภาคเหนือ และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ความสวยงามเป็นการรับรู้และการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับผู้พิจารณา ซึ่งมักได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ ความคุ้นเคย รสนิยม สมัยนิยม วัฒนธรรมและประเพณี ฉะนั้นความสวยงามจึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะการณ์ และมีความแตกต่างในแต่ละบุคคล โดยความสวยงามในทางทันตกรรมแบ่งออกได้ 2 สภาวะคือ ความสวยงามตามธรรมชาติ และความสวยงามจากการตบแต่ง
การดูความสวยงามในทางทันตกรรม ทันตแพทย์จะดูจาก
- รูปร่างของฟัน ซึ่งแบ่งเป็นรูปร่างวงรี สามเหลี่ยม สี่เหลียม
- ขนาดของฟัน ซึ่งต้องเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมในฟันแต่ละซี่ และสัดส่วนที่เหมาะสมกับใบหน้า และรอยยิ้ม
- สีของฟัน ขึ้นอยู่กับสีผิว และรสนิยมส่วนตัว
- รอยยิ้ม ซึ่งรอยยิ้มมี 3 แบบคือรอยยิ้มที่สูง มาตราฐาน และต่ำ ซึ่งความยาว และระนาบของฟัน ขึ้นอยู่กับรอยยิ้มดังกล่าว
- สัดส่วนของใบหน้า ซึงสัมพันธ์กับขนาดและความยาวของฟัน
- ธรรมชาติของฟันข้างเคียง
ปัจจุบันทันตกรรมเพื่อความสวยงาม เข้ามามีบทบาทค่อนข้างมากในวงการทันตกรรม ไม่น่าเชื่อที่คนไข้บางคนเปลี่ยนสี การเรียงตัว ขนาดและรูปร่างฟันแล้ว ดูดีขึ้นอย่างคนละคน มีรอยยิ้มที่สดใส และเบิกบานมากขึ้น ความสวยงานในทางทันตกรรม เกี่ยวข้องกับ
- การจัดฟัน การจัดฟันช่วยให้ใบหน้ามีสัดส่วนและฟันมีความสวยงามมากขึ้น
- การบูรณะฟัน ช่วยในการปรับฟันให้ดูสวยงามง่ายขึ้น บางครั้งกรณีฟันสีไม่สวย ก็ต้องใช้การบูรณะฟันเข้าช่วย เช่นการครอบฟัน การทำ Facing
- การทำศัลยกรรมเหงือก เพื่อช่วยเพิ่มความยาวของฟัน ช่วยให้รอยยิ้มดูดีขึ้น
- ศัลยกรรมช่องปาก บางครั้งเมื่อสูญเสียฟันไป อาจต้องทำรากเทียม ซึ่งก็ทำให้เกิดความสวยงามมากยิ่งขึ้น
ในเมืองไทย ในแง่ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม เราไม่น้อยหน้าใครในโลก เมืองไทยมีทันตแพทย์ที่มีฝีมือ ที่ลือเลื่องไปถึงเมืองนอก มีชาวต่างชาติติดต่อทาง Internet เพื่อมาทำฟันถึงเมืองไทย เพราะนอกจากฝีเมืองดีแล้ว ราคาก็ถูกกว่า บวกค่าเครื่องบินแล้ว ยังถูกกว่าที่ทำที่เมืองนอกเสียอีก
อย่างไรก็ตามการดูแลรักษาฟันในดี และเป็นธรรมชาติก็เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด การตบแต่ง บางครั้งก็เป็นดาบสองคม ที่อาจมีโทษอย่างมากในอนาคตได้
ขอบคุณครับ