ด้วยจินตนาการของช่างไทย กลับมีความงดงาม เด่น เป็นสง่า น่าเกรงขามตรึงตราและน่าประทับใจ

                              เดินเลาะตามกำแพงด้านนอกของวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร มาทางท่าน้ำเจ้าพระยาจะพบว่ามีประตูทางเข้าไปในวัดอรุณฯอีกด้าน  และเมื่อเดินเข้าไปจะพบยักษ์สองตน ยืนกุมกระบองตระหง่านเคียงกัน เฝ้าหน้าพระอุโบสถ

                              ยักษ์ตนสีเขียวด้านทิศใต้ชื่อว่า "ทศกัณฐ์"  ยักษ์ตนสีขาวด้านทิศเหนือชื่อว่า "สหัสเดชะ" ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่สาม  เป็นศิลปะที่ปั้นด้วยปูนประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเป็นลวดลายของเครื่องแต่งกาย กระบอง และเครื่องประดับที่ผสมผสานศิลปะแบบไทยกับแบบจีนอย่างลงตัว จึงมีความงดงาม ท้ายุคสมัย ....แม้ภาพยักษ์ในความรู้สึกของคนไทยจะน่ากลัวแต่ด้วยจินตนาการของช่างไทย กลับมีความงดงาม เด่น เป็นสง่า น่าเกรงขามตรึงตราและน่าประทับใจ

                              แม้เวลาผ่านไป บางสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง แต่บางอย่างก็ไม่เคยเป็นเช่นนั้น อย่างน้อยที่สุด ศิลปกรรมไทยก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่มีวันตายไปจากหัวใจของคนไทยดังเช่นยักษ์ใจดีที่วัดอรุณฯ  ที่เราไม่มีวันลืม...