KM ช่วยคืนศักดิ์ศรีทางปัญญาและอิสระทางความคิด


         
....อย่าปล่อยให้ความกลัวครอบงำจิตใจของเรา เพราะแม้แต่ตัวเราเอง เรายังสร้างกรงขังตัวเอง ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้เขาเอากรงมาครอบเราได้ง่าย ๆ....

          ....เราต้องมีจุดยืน มีเสรีภาพทางความคิด มีอิสระทางวิชาการ เพราะคนเป็นครูอย่างพวกเราถือได้ว่าเป็นผู้นำทางปัญญา....

          ....เราจะช่วยกันแก้ปัญหาอย่างไร ในการทำให้ผู้นำคืนความอิสระทางความคิดและปัญญาให้เรา....

          ....หนทางหนึ่งที่จะช่วยได้ คือ เราจึงต้องช่วยกันแพร่ขยาย
KM ไปในทุก ๆ พื้นที่ เพราะ KM จะช่วยคืนศักดิ์ศรีทางปัญญาและอิสระทางความคิดให้กับคนทำงาน....

          คำพูดเหล่านี้เป็นของท่านอาจารย์ ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ หัวหน้าทีมคณะวิจัยฯ จากโครงการวิจัยนวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้ (
Ed-KM) เมื่อวันที่มานิเทศฯ ติดตาม การดำเนินงาน KM ของพวกเราชาวสุพรรณฯ 2 ในวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมานี้

          คำพูดนี้ช่วยเสริมพลังใจให้พวกเราฮึกเหิมสานต่อการจัดการความรู้ในสำนักงานเขตฯ และโรงเรียนของพวกเรา นอกจากคำพูดของคณะวิจัยฯ แต่ละท่านที่เป็นกำลังใจให้พวกเราแล้ว คณะวิจัยฯ ท่านยังส่งเราขึ้นลมบนไปแล้ว ด้วยการประกาศให้เราเป็นองค์กรต้นแบบในการนำการจัดการความรู้มาใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งเป็นยุทธวิธีหนึ่งที่ทำให้พวกเราชาว สพท.สพ.
2 ไม่อาจหยุดนิ่งเรื่องจัดการความรู้ของเราได้

          แม้เราจะรู้แล้วว่า
KM ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีให้กับพวกเราอย่างไร เกิดผลการพัฒนาสู่ผู้เรียนมากมาย อันเป็นเป้าหมายสำคัญในการจัดการความรู้ของเราชาวสุพรรณฯ 2 แต่คำพูดและการยกย่องชื่นชมที่ท่านมอบให้กับพวกเรานั้น ก็เป็นพลังใจที่มีความหมายเหมือนกัน

          ถึงทุกวันนี้แล้ว เราพบว่า
KM เข้าสู่องค์กรเราได้สำเร็จ ต้องอาศัยทั้งผู้นำและทีมงาน ผู้นำเก่งแต่ทีมไม่เล่นด้วย KM ก็ไม่เกิด หรือทีมงานเข้มแข็ง แต่ผู้นำไม่สนับสนุน KM ก็เดินไปได้ยาก ความสำเร็จในการจัดการความรู้มุ่งสู่คุณภาพผู้เรียนของทั้ง 6 โรงเรียนเป้าหมายของเรา ก็เป็นเพราะผู้บริหารของทุกโรงเรียนสนับสนุน เอาใจใส่ เปิดใจยอมรับ KM คณะครูพร้อมใจกันรับลูกจากผู้บริหารฯ ทำกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อยอดเติมเต็ม นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ วันนี้ผลสำเร็จจึงแตกดอกออกผลที่ลูกศิษย์ของเรา