ข่าวการเมืองจากทุก ๆ สื่อ ในทุก ๆ วัน สร้างความไม่สบายใจให้กับคนไทยอยู่มากมาย มีการเขียนวิเคราะห์ เปิดมุมมองจากผู้สังเกตการณ์ ผู้เขียนหลาย ๆ ท่าน
ผู้อ่านก็ต้องรู้จักอ่านแล้วคิด คิดแล้วทำความเข้าใจ เข้าใจแล้วพิจารณาถึงแก่นสาร แล้วชั่งน้ำหนักถึงความบริสุทธิ์ใจของผู้เขียนคนนั้น ๆ
บทความเรื่อง ข่าวการเมือง (2) โดย ทันตแพทย์สม สุจีรา บทความนี้ ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Secret ฉบับที่ 07 ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2551 ได้เพิ่มมุมมองที่น่าสนใจ
เชิญชวนท่านมาอ่านแล้วพิจารณาด้วยใจกว้างและเดินทางสายกลางเป็นพอ
***************************************************************************
ข่าวการเมือง (2)
ผมรู้สึกประหลาดใจที่มีรัฐมนตรีไทยอย่างน้อยสองคนนำทัพประชาชนฝ่ายตนเดินออกจากท้องสนามหลวง เข้ามาปะทะกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริเวณทำเนียบรัฐบาลจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
และไม่เข้าใจว่า ทำไมนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) จึงต้องออกมาประกาศให้ประชาชนและสื่อมวลชนเลือกข้าง ก็ในเมื่อทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน จะมีข้างไหนอีก การพูดเช่นนั้นกลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น ทุกครั้งที่พูดกลับยิ่งเหมือนเติมเชื้อไฟเข้าไปในสถานการณ์ เพราะน้ำเสียง ลีลา การประชดประชัน ซึ่งดูเหมือนเป็นการโต้วาทีมากกว่าสมานฉันท์ ผู้ชำนาญโต้วาทีจะรู้ว่า ต้องพูดเพื่อให้ผู้ฟังเลือกข้าง แต่การพูดในฐานะผู้นำห้ามทำแบบนั้น
ลีลาการพูดที่น่าประทับใจแบบลดความร้อนแรงกลับออกมาจากปากผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งน่าจะเป็นฝ่ายบู๊ดุเดือด เลือดพล่าน แต่ตรงกันข้าม ในวันแถลงข่าวประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน กลับดูนุ่มนวล สุขุม ลุ่มลึก เต็มไปด้วยสติสัมปัชชัญญะ ทำให้ผู้ฟังเกิดสติตามไปด้วย
ในหนังสือ เดอะซีเคร็ต บอกไว้ว่า ถ้าต้องการให้คนรอบข้างมีความรัก จงใส่ความรักไปในตัวท่าน จนตัวท่านกลายเป็นพลังดึงดูด เช่นเดียวกัน ถ้าท่านต้องการให้ประชาชนรักกัน ต้องใส่ความรักประชาชนเข้าไปในตัวท่านก่อน
ขณะนี้มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่วางตัววางใจเป็นกลาง เฝ้าดูสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง ซึ่งประชาชนกลุ่มเป็นกลางยิ่งมากเท่าใด ยิ่งเป็นผลดี เปรียบเสมือนตัวเชื่อมระหว่างขั้วบวกกับขั้วลบ เพื่อให้เหตุการณ์สงบอย่างถาวร ดังนั้น ประชาชนกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้อง "เลือกข้าง" จะทำให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีสติ รู้เท่าทัน ไม่ใส่อารมณ์ร่วมเข้าไป
ในอนาคตประเทศไทยจะต้องผ่านเหตุการณ์วิกฤติต่าง ๆ อีกแน่นอน ดังนั้น ขณะนี้ถือว่า เป็นโอกาสอันดีที่น่าจะปฏิรูปการเมืองใหม่ทั้งหมด ต้องยอมรับว่า ระบบการเมืองแบบปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ เพราะ "นักการเมืองขาดจริยธรรม" แม้จะมีความพยายามแก้ไขมาก่อนด้วยการตั้งองค์กรอิสระมากมายเพื่อคานอำนาจนักการเมือง แต่ก็ปรากฏว่า ถูกอำนาจทางการเมืองพยายามเข้าไปครอบงำจนบิดเบือน
องค์กรใหม่ที่น่าจะมาคานอำนาจนักการเมืองได้คือ องค์กรที่เป็นกลาง และรู้เท่าทัน เช่น สถาบันการศึกษาทั้งหมด องค์การทางการค้าทั้งหมด เช่น หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมธุรกิจต่าง ๆ ฯลฯ องค์กรวิชาชีพทั้งหมด เช่น สื่อมวลชน แพทย์ ครู วิศวกร ทนายความ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันถือว่า แต่ละส่วนแสดงบทบาททางการเมืองน้อยเกินไป จนดูเหมือนว่าธุระไม่ใช่ ความจริงแล้วองค์กรเหล่านี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นผู้นำทางสังคมได้
ถ้าจะมีการปฏิรูปการเมืองจริง ๆ สมาชิกวุฒิสภาไม่ควรมาจากการเลือกตั้งทั่วไป มิฉะนั้น คุณภาพของสมาชิกสภาสูงก็ไม่ต่างไปจากนักการเมืองจากสภาล่าง สมาชิกสภาสูงควรมาจากการเลือกตั้งจากแต่ละองค์กร แต่ละวิชาชีพ เข้ามาเป็นตัวแทน เพื่อช่วยกำกับดูแลตรวจสอบนักการเมืองในสภาล่าง ซึ่งรู้ ๆ กันอยู่ว่าเต็มไปด้วย โลภะ ราคะ โทสะ และ โมหะ
มีคำกล่าวว่า "คุณภาพของนักการเมืองสะท้อนมาจากคุณภาพของประชาชนในประเทศนั้น" ซึ่งเป็นความจริง เราต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งโดยการซื้อเสียงยังคงมีอยู่ในประเทศไทย ดั้งนั้น ถ้าเปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปทั้งสภาสูงและสภาล่าง คุณภาพของสมาชิกสภาก็จะไม่ต่างไปจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยอมรับเงินซื้อเสียง ดังนั้น การให้แต่ละวิชาชีพ องค์กร สถาบันต่าง ๆ เลือกตัวแทนของตนเข้ามาร่วมปกครองประเทศ จะช่วยพัฒนาคุณภาพของการเมืองไทยได้
นักปราชญ์ท่านหนึ่งกล่าวว่า "การที่จะทำอะไรผิดพลาดสักครั้งสองครั้งเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรจะให้อภัยถ้าปล่อยให้เกิดการผิดพลาดแบบเดียวกันซ้ำเป็นครั้งที่สาม" ประเทศเราผ่านเหตุการณ์คล้าย ๆ กันมาแล้วสองครั้ง คือ เหตุการณ์เดือนตุลาคมที่สิ้นสุดเมื่อปี พ.ศ.2519 หลังจากนั้น 16 ปี ก็เกิดเหตุการณ์ครั้งที่สาม ซึ่งการแก้ไขปฏิรูปการเมืองที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ควรจะทำอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สี่
ในทางการแพทย์ถือว่า บางครั้งความเจ็บป่วยก็มีประโยชน์ เพราะถ้าไม่ถึงขั้นล้มตาย เมื่อหายป่วยแล้ว ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันโรคนั้นสูงกว่าปกติ ทางจิตวิทยาก็เช่นกัน ความผิดพลาด เจ็บปวดทางใจก็มีประโยชน์ เพราะจะทำให้มีจิตใจที่แข็งแกร่ง หนักแน่นกว่าเดิมเช่นเดียวกัน
ปรากฏการณ์ครั้งนี้ในสังคมไทย ถ้าผ่านไปได้กลับจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เพียงแต่ขอให้ตั้งสติ วิเคราะห์ ใคร่ครวญ โดยใช้อดีตเป็นบทเรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประเทศชาติในอนาคต
****************************************************************************
เมื่อท่านอ่านจบ อย่าเพิ่งสรุป ... ค่อย ๆ คิดครับว่า ท่านเข้าใจแก่นสารในบทความนี้อย่างไรบ้าง ?
ผมต่อต้านความรุนแรงทุกชนิดจากทุก ๆ คนที่คิดด้วยความรุนแรง
"ทางสายกลาง" มีไว้ให้คนรู้ค่าเดิน ครับ
ชีวิตที่คิดแต่เลือกข้างเลือกฝ่าย ก็ขอให้ผ่านวิธีคิดของบทความนี้ไปเถิดครับ
บุญรักษา ประเทศที่เรารักแห่งนี้ครับ
แหล่งอ้างอิง

นิตยสาร Secret. ปีที่ 1 ฉบับที่ 07 ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2551 หน้า 30 - 31.
ขอบคุณครับ ประเทศไทยยังต้องผ่านอะไรอีกมากครับ กว่าจะถึงจุดนั้นอาจสูญเสียคนอีกหลายคนก็เป็นได้ น่าสงสารครับ คนไทยมากมายเหมือนเป็นเครื่องมือทางการเมืองของนักการเมืองหลายๆท่าน
ขอบคุณมากครับ คุณ hall :) ... ประชาชนยังคงเป็นแค่ "เบี้ย" ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ครับ ...
ขอบคุณที่นำเรื่องการเมืองให้อ่าน
ขอบุคณมากสำหรับคำแนะนำดี ๆ
ยินดีที่ได้เป็นเพื่อกับคุณ อย่าลืมมาเยี่ยมอีกนะคะ
ยินดีครับ คุณครู ณฐมน :)