การเรียนออกเสียงพยัญชนะในภาษาอังกฤษ มักเป็นปัญหาที่พบเห็นบ่อยมาก เพิ่อนๆ อาสาสมัคร จากอังกฤษ แทบทุกคนบอกว่าเด็กของผู้เขียนมีปัญหาเรื่องการออกเสียง เช่นในชั้นเรียน ป6. ปัญหาข้อหนึ่งที่พบคือเราไม่คุ้นเคยกับเสียงของเขา ในวันแรกๆมักจะสื่อกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ภาษาซึ่งเป็นเครื่องมือของการสื่อสารมีความน่ารักในตัวมันเอง เราสามารถเข้าใจได้ โดยใช้การสังเกต และสัมผัสทางความคิด นอกเหนือจากการเข้าใจในปริบททางภาษา การเลียนแบบก็เป็นสิ่งที่พบเห็นมากในการสอนโดยอาสาสมัคร เช่นการสอนของJane ซึ่งจบการศึกษาระดับป.ตรี จาก cambridge สาขา ภูมิศาสตร์ Janeชอบวาดภาพ และสอนให้เราอ่านแผนที่จากคอมฯ บ้านของJane อยู่ใน ลอนดอน เราสนุกที่จะเรียนรู้กันและกัน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน ตามอัธยาศัย อาสาสมัครของผู้เขียน ไม่เคยผ่านกระบวนการทางรัฐบาล เขามาด้วยใจ และทุนของพ่อ แม่ เราติดต่อกันโดยผ่านเพื่อน Mr.Long ซึ่งรู้จักกันมาเกิน 10 ปี พูดคุยกัน ถูกคอกัน Mr.Long ก็เลยหาอาสาให้ผู้เขียน ซึ่งเราใช้อาสาเปลืองมาก เพราะเขาสนุกที่จะทำงานการสอนและช่วยเหลือเด็กๆกับผู้เขียน  เรามีเรื่องขำกันทุกชั่วโมง

แต่ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราขำไม่ออก เพราะมีเด็กนักเรียนชายคนหนึ่ง มาหาขณะเรากำลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องภาษาพูด โดยผู้เขียนทำหน้าที่สอนภาษาไทยให้วันนี้ฝึกพูดคำว่าข้าว ยากมากเพราะJane ออกเสียงเป็นเข่า  ผู้เขียนต้องพูดคำว่า sorry no เข่า It's mean knee  แล้วก็ยกเข่าพร้อมทำท่ากัดเข่าตัวเองให้Jane ดู ปรากฏว่า Jane ขำกลิ้ง แล้วก็พยายามพูดใหม่

สรุปว่าวันนี้ Jane พูดกินข้าวเป็นกินเข่า มัวขำกัน หันมามองเด็กน้อย เขาก็ขำ ก็เลยถามว่าเข้าใจไหมลูก เขาก็ตอบว่าเข้าใจครับ ครูJaneพูดไม่ได้เหมือนผม  ผมมาบอกว่า ผมไม่ชอบการออกเสียงตัว ภาษาอังกฤษเมื่อเช้าครับ มันยาก ผู้เขียนจึงถามว่า "ไหนลูกมันยากยังไงบอกหม่ามี๊ซิ" เด็กบอกตัวนี้ครับ พร้อมยื่นกระดาษให้ตัว อ้อ อักษร M เอ??? แล้วยากตรงไหน มาให้ครูJaneฝึกให้ใหม่เอาไหม เด็กตกลง และเลื่อนตัวไปนั่งหน้าครูJane แทนผู้เขียน

ครูเจนมองเด็กยิ้มๆ แล้วครูอาสาก็เริ่มออกเสียง /m /m/..okey../m/  m/  พร้อมกับกางนิ้วออกแล้วก็หุบนิ้วมารวมกัน เด็กหันมาทางผู้เขียนนำตาคลอเบ้า  และพูดว่า"หม่ามี๊ครับ ไม่ออกได้ไหมครับ" ผู้เขียนเป็นงง

..เห็นท่าจะไม่ได้การแล้ว จึงเดินออกไปหาเพื่อนของเด็กที่กำลังกระโดดยาง ถามเด็กๆว่า ใครรู้บ้างว่าทำไม เด็กชาย....จึงไม่ชอบออกเสียง M เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งบอกว่า "ผมรู้ครับ" แล้วก็อธิบาย ว่า "m"  เป็นชื่อแม่เขาครับ เขาไม่ชอบให้ใครล้อชื่อแม่ครับ

ผู้เขียนต้องเรียกเด็กมาพูดคุย และเล่าเรื่องที่สมมติขึ้นว่า  แม่ของผู้เขียนชื่อ H  เห็นไม๊เท่ห์ออกที่แม่เราชื่อเป็นฝรั่ง เสียง M ยังง่ายกว่า และฟังไพเราะกว่า เสียง H  ตั้งเยอะ แล้วคนก็ชอบเอา M ไปตั้งชื่อต่างๆ เช่น M ร้อย เห็นไม๊ลูกชื่อเทห์ขายดีด้วย แล้วยังมีอีก เช่น badman , spiderman , superman  ดาราหนังทั้งนั้น ยังมีอีกน๊ะ วันหลังจะเล่าให้ฟัง

ไหนลองพูดซิลูก M  เยี่ยมมาก อีกทีซิ M น่าน ต้องอย่างนี้ซิ  .เหมือนแล้วลูก ออกเสียงเหมือนแล้ว เด็กมองหน้า ผู้เขียนพูดต่อ เหมือนฝรั่งดองไง แต่ยังขาดพริกกะเกลือ เด็กยิ้มแล้วหันไปสวัสดี Jane แล้วก็เดินออกไป