การบำบัด COD โดยใช้ Electrolyte Oxidation Method

      ในการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าใช้สารเคมีหลายชนิด ในบางครั้งผู้ใช้สารเคมีไม่ทราบถึงส่วนผสมทางเคมีต่าง ๆ นอกจากสารหลักที่ประกอบเป็นน้ำยาชุบ โดยเฉพาะสารอินทรีย์หรือสารที่ลดแรงตึงผิว ซึ่งผสมอยู่ในน้ำยาเงา สารเคมีดังกล่าวมีผลต่อ ปริมาณค่า COD (Chemical Oxygen Demand) และค่า BOD (Biological Oxygen Demand) ยังมีน้ำยาเงาหลายประเภทที่ไม่ทราบส่วนผสมที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นความลับทางการค้า และน้ำยาเงาเหล่านี้ผสมอยู่ในน้ำทิ้งที่มาจากการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ดังนั้นกรณีที่จะต้องบำบัดทั้ง COD และ BOD ซึ่งมีปริมาณสูง เป็นการยากจะที่ใช้วิธีเดียวบำบัดแล้วได้ผลสุดท้ายที่ต้องการ บางครั้งจึงใช้ถึง 2 วิธี หรือมากกว่ามารวมกันในการบำบัด

                  หลักการของ Electrolytic Oxidation Method (EOM) เป็นการใช้ไฟฟ้ากระแสตรง ผ่านลงไปในสารละลายอิเลคโตรไลท์ (น้ำทิ้งที่ต้องการบำบัด) ซึ่งบรรจุอยู่ภายในถัง โดยที่ขั้วบวกเป็นวัตถุที่ไม่ละลาย เช่น แท่งกราไฟท์ ขั้วลบควรเป็นสเตนเลส ปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้าที่เกิดขึ้นที่ขั้วบวกจะทำการแยกสลาย สารที่ทำให้เกิด COD ที่ขั้วบวกเกิดก๊าซออกซิเจน มีผลดีต่อคุณลักษณะของน้ำทิ้ง ที่ขั้วลบเกิดก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งเป็นผลจากการแยกสลายสารเคมีบางตัวด้วย

                  ขั้วไฟฟ้าอีกประเภทหนึ่งก็คือ ตะกั่วเปอร์ออกไซด์ ซึ่งได้จากการเคลือบตะกั่วเปอร์ออกไซด์ลงบนไตตาเนียม แต่เป็นการยากที่จะหาวัสดุนี้ในเมืองไทย

                  ในทางทฤษฎีแล้วปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการแยกสลายสารที่ก่อให้เกิด COD ปริมาณ 1 กรัม คือ 3.35 แอมแปร์ ชั่วโมง (ที่แรงเคลื่อนไฟฟ้า 4 8 โวลท์) ในทางปฏิบัติสารอินทรีย์บางตัวแยกสลายได้ง่าย แต่บางตัวก็แตกตัวได้ยาก ดังนั้นประสิทธิภาพในการบำบัดจึงแตกต่างกัน

                  การบำบัด COD ด้วยวิธีนี้ เหมาะกับการบำบัดน้ำทิ้งที่มีความเข้มข้นของ COD สูง 5 กรัม / ลิตร หรือมากกว่า ยิ่งปริมาณ COD และ BOD สูง ก็ยิ่งจะได้ประสิทธิภาพของการแยกสลายสูงขึ้น ในทางกลับกันที่ความเข้มข้นต่ำ ประสิทธิภาพการแยกสลายก็จะต่ำและไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

                  ในตารางที่ 1 แสดงผลการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธี EOM จะเห็นได้ว่าปริมาณ COD ลดลงเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังแตกต่างกันตามประเภทของน้ำทิ้ง

ตัวอย่างการคำนวณ

         Basis       1 ลิตร ของน้ำทิ้ง

         น้ำยาชุบทองแดงแบบไม่ใช้ไฟฟ้า (บริษัท ก) ค่า COD 40,000 พีพีเอ็ม หรือ 40,000 มิลลิกรัม / ลิตร

         คิดป็น 40 กรัม / ลิตร

         เมื่อบำบัดแล้วเหลือปริมาณ COD 230 พีพีเอ็ม หรือ 230 มิลลิกรัม / ลิตร

         คิดเป็น 0.23 กรัม / ลิตร

ตารางที่ 1   การบำบัดน้ำเสียด้วย EOM

 

ประเภทของน้ำทิ้ง

ค่า COD เริ่มต้น

(พีพีเอ็ม)

ค่า COD

หลังการบำบัด

ปริมาณกระแสไฟฟ้า

แอมแปร์ ชั่วโมง /ลิตร

น้ำยาชุบทองแดงแบบไม่ใช้ไฟฟ้า

(บริษัท ก)

45,000

1,300

300

น้ำยาชุบทองแดงแบบไม่ใช้ไฟฟ้า

(บริษัท ข)

40,000

230

270

กรดซีตริก 100 กรัม /ลิตร

45,000

1,000

300

กรด ไฮโปฟอสฟอรัส (1 โมล่าร์)

33,000

140

300

 

ปริมาณ COD ที่แยกสลายไป 40 0.23 = 39.77 กรัม

ใช้ปริมาณกระแสไฟฟ้าไป  300 แอมแปร์ชั่วโมง

ปริมาตรกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการแยกสลาย COD  1 กรัม

                   =

                           = 7.54  แอมแปร์ชั่วโมง

                  ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นค่าที่สูงกว่า ค่าของทางทฤษฎีที่ระบุไว้ 3.35 แอมแปร์ ชั่วโมง ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เป็นเพราะน้ำยาชุบทองแดงโดยไม่ใช้ไฟฟ้า ประกอบด้วย E.D.T.A (Ethylenediamine – tetra – acetic acid) ซึ่งเป็นสารกลุ่มชีเลท (Chelating agent ) ที่มีแรงยึดเหนี่ยวมากเมื่อไปเกาะเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับโลหะอื่น จึงทำให้ต้องใช้ปริมาณกระแสไฟฟ้ามากกว่าปกติในการแยกสลาย

                  โดยสรุปแล้วการใช้วิธี EOM บำบัดน้ำทิ้งที่มีปริมาณ COD สูง สามารถทำได้แม้ว่า ค่า COD ที่ได้หลังการบำบัดอาจยังไม่ตรงตามมาตรฐานน้ำทิ้ง แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ใช้วิธีอื่นเข้าร่วม เช่น การบำบัดแบบชีวภาพต่อไป

 

 

 

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

         1. Waste Water treatment and Control in Plating Plants, Federation of Electroplating

       Industry Association, Japan