หลังไปศึกษาดูงานมหาวิทยาลัยในมาเลเซีย และ สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 6-9 ตุลา 51 กลับมาถึง มหาสารคาม ท่านอาจารย์สมเกียรติ (อ.หอย) หัวหน้าทีม C ซึ่งหน้าที่คือ ถอดบทเรียน จาการศึกษาดูงาน Singapore Management University  (SMU)

เย็นวันอาทิตย์ที่ 12 ตค 51 ก็ได้รับเมลจากหัวหน้าทีม C และขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ ในเวทีนี้ครับ

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ถอดบทเรียน : ผศ.ดร.สมเกียรติ ภู่พัฒน์วิบูลย์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

...............................เนื้อหาจากอีเมล

Singapore Management Universityได้จัดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากสาธารณรัฐประชาชนจีนนำเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย โดยเริ่มที่หอสมุด ห้องบรรยาย ห้องพลศึกษา โรงอาหาร และที่ทำงานของของคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัย

จุดเด่นของ Singapore Management University ในเรื่องสถานที่ได้แก่การจัดสถานที่ที่เอื้อต่อการทำงานและการจัดการเรียนการสอน อาคารของมหาวิทยาลัยเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินใต้ดินที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอาทิ โรงอาหาร มีร้านอาหารเล็กๆ ร้านค้าต่างๆ ที่ทำการชมรม ที่จำหน่ายตั๋วเครื่องบิน และบริการการท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทันสมัย  มหาวิทยาลัยส่งเสริมการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักศึกษา อาทิห้องทำงานรวมของนักศึกษาที่จัดที่นั่งเป็น Round Table เหมาะสำหรับการอภิปราย นอกจากนี้ยังมีการบริการคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่างมีประสิทธิภาพ 

ในส่วนของห้องบรรยาย มหาวิทยาลัยมีห้องบรรยายหลายขนาด ในแต่ละห้องจะติดตั้งอุปกรณ์สารสนเทศที่ทันสมัย นักศึกษาสามารถใช้  Notebook ส่วนตัว บันทึกข้อมูล และ เสนอผลงานได้จากที่นั่งของตนเอง

 

นักศึกษาชาวจีนผู้แทนของมหาวิทยาลัยได้สรุปความว่าSingapore Management University เป็นมหาวิทยาลัยใหม่ในสิงคโปร์ จัดการเรียนการสอนด้านการบริหารธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และด้านสังคมศาสตร์ นักศึกษาร้อยละ 80 เป็นนักศึกษาจากสิงคโปร์ มีนักศึกษาต่างชาติไม่มากนักประมาณร้อยละ 20 ของนักศึกษาทั้งหมด บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจาก Singapore Management University เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน 

นักศึกษาทั้งชาวสิงคโปร์และชาวต่างชาติจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสมทบค่าเล่าเรียนให้ร้อยละ 65 จากค่าเล่าเรียนทั้งสิ้น 24,000 เหรียญสิงคโปร์ สำหรับนักศึกษาต่างชาติจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกประมาณ 1,000 เหรียญสิงคโปร์

ในด้านประกันคุณภาพการศึกษาของSingapore Management University นักศึกษาชาวจีนผู้บรรยาย เห็นว่ามหาวิทยาลัยมีกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพอาทิ

  1. อาจารย์ของมหาวิทยาลัยเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียง มีความรู้ ความสามารถ ผ่านกระบวนการคัดสรรจากนักวิชาการทั่วโลก

  2. คุณภาพการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยผ่านระบบการจัดการที่ทันสมัยเอื้อให้นักศึกษาได้เรียนอย่างมีคุณภาพ

  3. อาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายทางวิชาการมีความทันสมัย

  4. มหาวิทยาลัยเน้นให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงในภาคธุรกิจ มีการฝึกงานในทุกหลักสูตร

  5. มหาวิทยาลัยควบคุณคุณภาพการเรียนการสอนรายวิชา โดยกำหนดให้ในแต่ละรายวิชามีนักศึกษาที่ได้ค่าระดับคะแนน A ได้ไม่เกินร้อยละ 25

  6. มหาวิทยาลัยเข้มงวดต่อการประเมินรายวิชา และคุณภาพการเรียนการสอนของอาจารย์ในแต่ละรายวิชา มีการปรับปรุงหลักสูตร และผู้สอนตามผลการประเมินของนักศึกษา

จากการศึกษาดูงานระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ชั่วโมง 20 นาที ณ Singapore Management University  พบว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้กำหนดระบบการประกันคุณภาพทั้งในส่วนของการจัดการเรียนการสอน และการสนับสนุนการเรียนการสอนให้ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงาน  ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษาทุกคนเข้าใจหลักการประกันคุณภาพ และปฏิบัติหน้าที่ของตนเองไปในทิศทางของการประกันคุณภาพ ในส่วนของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยโดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม การประกันคุณภาพยังเป็นกิจกรรมตามภารกิจที่ต้องกระทำตามวันเวลาที่กำหนดเท่านั้น เพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพของไทยให้ก้าวทันสิงคโปร์ คณะผู้ดูงานมีข้อเสนอแนะดังนี้

  1. กำหนดทิศทาง จุดหมายปลายทาง และกำหนดกรอบเวลาแห่งความสำเร็จของการประคุณภาพการศึกษาให้ชัดเจน
  2. ให้ความรู้และพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นคุณภาพแก่ผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน และนิสิตนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง
  3. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพ และความรู้แก่นิสิตนักศึกษา ให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

  4. เร่งรัดการจัดอาคารสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

  5. ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุด

  6. เร่งพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

  7. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และพิธีการที่เป็นผลต่อความล่าช้าในการปฏิบัติงาน

  8. ส่งเสริมกิจกรรมที่ได้จากการศึกษาดูงานเพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง