ความเป็นมาของคัมภีร์สุวรรณโคมคำ (โดยย่อ)
สุวรรณโคมคำ เป็นชื่อดินแดนในอดีต มีมาตั้งแต่สมัยพระกกุสันธพุทธเจ้า ในสมัยนั้นเรียกว่า “ถ้ำกุมภ์” เป็ นสถานอันพระกกุสันธสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาฉันบิณฑบาต และทรงมีพุทธทำนายไว้ว่า พระสัมมาสัมะพุทธเจ้าที่เหลืออีก ๔ พระองค์ ในอนาคตจะมาฉันบิณฑบาตที่ถ้ำนี้เหมือนเช่นกับพระองค์ เพราะเป็นสถานที่ที่จะทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาไว้อย่างมั่น คงในอนาคต ภายหลังสถานที่แห่งนี้ ได้มีชื่อว่า เมืองสุวรรณโคมคำ แปลว่า โคมทอง เมืองสุวรรณโคมคำมีอาณา เขตกว้างใหญ่ไพศาล (ดูในตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ) มีอาณาบริเวณสุดลูกหูลูกตา เป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา มีพระ พุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมใจ
ครูบาอาจารย์ในสายสุวรรณโคมคำ เล่าสืบมาว่า ท่านผู้มีฤทธิ์ฌานและบรรลุธรรมขั้นสูงในพุทธศาสนาได้รจนาไว้ เพราะเห็นว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมก็จริง แต่จะรู้ได้เฉพาะผู้ที่มีบารมีธรรมและฤทธิ์ฌานแก่กล้า สำหรับปุถุชนคนธรรมดาทั่วไปไม่อาจจะรู้ได้ ทำให้ดำเนินชีวิตด้วยความประมาท อย่างไม่รู้โลก ด้วยเหตุนี้ ท่านเหล่านั้นจึงได้รจนาคัมภีร์สุวรรณโคมคำขึ้น เพื่อใช้คำนวณบุญกรรมให้เห็นเป็นรูปธรรม คัมภีร์สุวรรณโคมคำจึงถืออุบัติขึ้นแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และเพราะเหตุว่า คัมภีร์นี้เกิดขึ้นในแผ่นดินสุวรรณโคมคำ บูรพาจารย์สุวรรณโคมคำจึงได้เรียกขานคัมภีร์นี้ว่า “คัมภีร์สุวรรณโคมคำ” หรือเรียกอีกชื่อว่า "คัมภีร์มหาจักรพรรดิราช"
คัมภีร์นี้แสดงสูตรคำนวณบุญบาปที่ให้ผลตามกาลเวลาไว้ และยังรวมเอาศาสตร์อื่น ๆ ที่มีหลักการเดียวกันผนวกไว้อย่างครอบคลุม รวมทั้งหมด ๑๖ ส่วน ได้แก่
๑. ลคฺนา ว่าด้วย สภาพชีวิต ความเป็นอยู่ รูปร่าง บุคลิก
๒. โหรา ว่าด้วย ความเจริญ ความเสื่อมฐานะ
๓. ตรียางฺค ว่าด้วยความสุข ทุกข์ทั้งหลาย
๔. จตุรทฺสํส ว่าด้วย ความรุ่งโรจน์สูงสุด
๕. ตมสํส ว่าด้วย อนาคตอันใกล้ (แบ่งออกเป็น ๗ ปกรณ์)
๖. นวางฺค ว่าด้วย อุบัติกาลคู่
๗. ทสมสํส ว่าด้วย ตำแหน่ง อำนาจ อิทธิพล บารมี (แบ่งออกเป็น ๑๐ ปกรณ์)
๘. ทวาทสํส ว่าด้วย ผู้อุปถัมภ์ บุพพการี วงศ์สกุล (แบ่งออกเป็น ๒๐ปกรณ์)
๙. โสทสํส ว่าด้วย ทรัพย์อันเป็นมรดก ดินแดน การยึดครอง
๑๐ วิมสํส ว่าด้วย กรรมเก่า ( แบ่งออกเป็น ๒๐ ปกรณ์)
๑๑. จตุรวมสํส ว่าด้วยความสำเร็จในการศึกษาวิทยาการ (แบ่งออกเป็น ๒๐ ปกรณ์)
๑๒. ภงฺส ว่าด้วยธาตุ ปราณ และสมุนไพร (แบ่งออกเป็น ๒๗ ปกรณ์)
๑๓. ตริมสํส ว่าด้วยข้าศึก ศัตรู อุบาทว์ และอุปสรรค (แบ่งออกเป็น ๓๐ ปกรณ์)
๑๔. อคฺคเวทสํส ว่าด้วยพฤติแห่งอาชีวะ (แบ่งออกเป็น ๑๕ ปกรณ์)
๑๕. ขวทสํส ว่าด้วยการห้ามฤกษ์ และวางฤกษ์ตามกลุ่มนักษัตร
๑๖. ฉฎฺฐองฺส ว่าด้วยอรรถย่อยทั้งหลาย
ทั้ง ๑๖ ส่วนนี้ รวมเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “โสฬส” เป็นการแบ่งวิชาเท่ากับจำนวนส่วนทั้ง ๑๖ ของดวงจันทร์ตามคัมภีร์สุวรรณโคมคำนั้นเอง ผู้เรียนเจนจบครบสูตรทั้งหมดนี้เรียกว่า “สำเร็จโสฬส” กลายเป็นยอดคนครบถ้วนกระบวนยุทธ์ คัมภีร์สุวรรณโคมคำได้สืบต่อเรื่อยมารุ่นแล้วรุ่นเล่าโดยเหล่าศิษย์ผู้ได้รับการถ่ายทอด
ด้วยศักดานุภาพของคัมภีร์ที่มากล้นนี้ ล้วนเป็นที่หมายปองของผู้แสวงหาวิชายิ่งนัก (คล้าย ๆ คัมภีร์กลยุทธ์ซุ่นจื่อ ที่ได้รับการสืบทอดโดยซุนปิง) ถึงกับยกทัพจับศึกแย่งชิงตามที่ปรากฏในประวัติศาสตร์
คัมภีร์สุวรรณโคมคำได้ผ่านกาลสมัยมาช้านาน ต่อมาคัมภีร์นี้ได้ตกทอดมาถึง " สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีศรีรัตนลงกาทีปมหาสวามี" นามเดิม คือ พระศรีศรัทธา เป็นโอรสของกมรเตงอัญรามคำแหง ประสูติ ณ เมืองสองแคว (พิษณุโลก) เมื่อเจริญชันษาได้ศึกษาศิลปวิทยา และเจนจบคัมภีร์มหาจักรพรรดิราช หรือคัมภีร์สุวรรณโคมคำ สำเร็จโสฬสแต่ครั้งเยาว์วัย นอกจากนี้ ยังทรงเชี่ยวชาญในวิชาคชศาสตร์ และอัศวศาสตร์ (อันหนึ่งร้คุณช้าง อันหนึ่งรู้คุณม้า อันหนึ่งรู้คุณสีหะ จารึกวัดศรีชุมว่างั้น) ในช่วงวัยหนุ่ม พระศรีศรัทธาได้สู้รบกับขุนต่าง ๆ มากมาย จนสุดท้าย ได้ทำยุทธหัตถีกับขุนจัง แทนพ่อขุนรามคำแหง ได้รับชัยชนะอย่างสง่างาม ต่อมาพระศรีศรัทธาเห็นภัยในการครองเรือน ได้ทิ้งอาวุธ นำทรัพย์สมบัติออกบริจาคทาน และได้ยกพระธิดา และพระชายาให้แก่ผู้ที่มาขอ ได้เจริญรอยตามพระเวสสันดรโพธิสัตว์ เสด็จผนวชบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาได้จาริกไปแสวงบุญที่เกาะลังกา หลังจากที่กลับจากการแสวงบุญที่เกาะลังกา ด้วยสมเด็จพระธรรมราชาลิไทย ตรัสให้บัณฑิตไปอาราธนานิมนต์กลับสู่กรุงสุโขทัยแล้ว ครูบาอาจารย์สายสุวรรณโคมคำ เล่าสืบมาว่า "สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ได้ผนวกเนื้อหาของพระอภิธรรมเข้าไว้ในคัมภีร์สุวรรณโคมคำ (ซึ่งท่านชำนาญอยู่แล้ว) จนครบสมบูรณ์ ซึ่งแต่เดิมนั้น คัมภีร์สุวรรณโคมคำมีเนื้อหาธรรมะครบถ้วนอยู่แล้ว แต่ด้วยผ่านกาลเวลามาช้านาน ทำให้หลักธรรมกร่อนไปเป็นอันมาก เหลือเพียงหลักการคำนวณ และคำพยากรณ์เท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่ศึกษาวิชาในคัมภีร์สุวรรณโคมคำ เพื่อให้สำเร็จในขั้นสูง จำเป็นต้องศึกษาธรรมะ และฝึกกสิณสมาธิควบคู่ไปด้วย" เมื่อบั้นปลายชีวิตของสมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนี ท่านได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านเกิด คือ วัดจุฬามณี จนกระทั่ง ละสังขารลาจากโลกนี้ไป รวมอายุได้ประมาณ ๘๓ ปี
เชื่อกันว่า แม้พญาลิไทก็ได้รับการถ่ายทอดคัมภีร์นี้จากสมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ด้วยเช่นกัน ต่อมาในสมัยหลัง คัมภีร์นี้ตกทอดมาจนถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คงประกอบด้วยเหตุนี้ พระองค์ท่านจึงปรีชาสามารถกอบกู้เอกราชได้สำเร็จภายในเวลาอันสั้น และก่อนสวรรคต โปรดให้คนนำคัมภีร์สุวรรณโคมคำไปคืนไว้ที่เมืองสุวรรณโคมคำเดิม (ประเทศลาว)
หมายเหตุ: ประวัติของสมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธา ดูในศิลาจารึกวัดศรีชุมหลักที่ 2 ประกอบ
ท่านใดสนใจ อยากศึกษาหาความรู้และหาความจริงเกี่ยวกับคัมภีร์สุวรรณโคมคำ สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ที่มูลนิธิสุวรรณโคมคำ ๐๒-๖๘๑-๒๕๒๓ ฟรี....
นมัสการพระคุณเจ้า
เกี่ยวข้องกับวัดสุวรรณโคมคำที่พะเยา หรือเปล่าเจ้าคะ
นมัสการค่ะ
น่าสนใจนะคะ คัมภีร์สุวรรณโคมคำ
มีเปิดเรียนไหมค่ะท่าน
ที่ไหนค่ะ จะได้ตามไปศึกษาค่ะ
สวดมนต์เสริมบารมีวันเสาร์(เวลา ๑๗.๐๐ – ๑๙.๐๐ น.)
๑๖.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. - พิธีไหว้พระบรมครูฯ (เฉพาะผู้ที่ประสงค์จะมอบตนเป็นศิษย์สุวรรณโคมคำ) - ผูกดวงสัตตาภิธรรม และกรรมจักร
๑๗.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. - ทำวัตรสวดมนต์ สวดเสริมชาตาบารมี
๑๘.๐๐ – ๑๘.๓๐ น. - ทำสมาธิ - อุทิศส่วนกุศล
๑๘.๓๐ – ๑๙.๐๐ น. - ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และแจกธูปเทียนปลุกเสก
ผู้ที่สนใจ สามารถไปร่วมกิจกรรมของมูลนิธิได้ตามวันและเวลาดังกล่าว โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่
มูลนิธิสุวรรณโคมคำ ๐๒-๖๘๑-๒๕๒๓
ไปไหว้ครูเรียนมาแล้วครับ บรรยากาศดีมาก
http://www.komcome.com/
และเห็นบอกว่า จะมีไหว้ครูเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเพื่อเรียนโหราศาสตร์แนวพุทธอีกครั้งในวัน ที่23 ตุลาที่จะถึงด้วยเจ้า
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2551 นี้
มูลนิธิสุวรรณโคมคำ ๐๒-๖๘๑-๒๕๒๓
จัดพิธีไหว้ครูสุวรรณโคมคำ
รอบแรก เวลา 17.00 น.
รอบที่ 2 เวลา 19.00 น.
ขอเชิญญาติโยมที่สนใจมาร่วมงานที่มูลนิธิได้
เจริญพร
...อยากศึกษาเจ้าคะ..อยู่แถวๆสนง.เขตยานนาวา ใช่ไหมคะ อยากทราบว่าต้องเรียนทุกวันมั้ย เพราะทำงานสัปดาห์ละ6วัน ตามเวลาห้างเปิด-ปิดนะคะ แลก็หยุดวันธรรมดา1วันคะ
กระผมลองไปสัมผัสบรรยากาศที่ธรรมสถานสุวรรณาภา ตำบลหินลาด อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก แล้ว ดีมากเลยครับ เช้าๆๆผมไปอ่ะ เหมือน สวรรค์บนดินเลย เพราะเมฆ หมอก ยามเช้าสวยมาก มี พระสงฆ์ประมาณ ๓ รูปครับ
กราบนมัสการ พระคุณเจ้า สุวรรณโคมคำเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย อยากทราบว่า พระอาจารย์ใช้เวลาศึกษามานานสักเท่าใด จึงนำคัมภีย์นี้มาเผยแพร่ และทำใมจึงนำมาเปิดเผย เพราะอะไร คือ.....ที่ถามก็เพราะเดี๋ยวนี้มีลัทธิแปลกปลอมอยู่ก็ไม่น้อย รังแต่จะทำให้พระพุทธศาสนาของเรา (เสียหาย)ได้ พระอาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องนี่ ถ้าเกิดว่า สุวรรณโคมคำถูกกล่าวหาไปในทางที่ไม่ดี
ต้องใช้ปัญญา "พิจารณา" ผมคิดว่า มัวแต่สงสัย มันไม่เกิดปัญญา นะ ผมลองพิจารณาดูแล้ว เป็นการสืบสานพุทธศาสนาให้ รุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป อย่ามัวบ้าน้ำลาย มันไม่เกิดผลดี ครับ ผมไปสัมผัสมาแล้ว ดีจริงจึงบอก ต่อ
ต้องขอโทษด้วยตอนนี้ทางมูลนิธิสุวรรณโคมคำเปลี่ยนเบอร์แล้วเป็น 020812524/0859881583
ขอโทษอีกที่เบอร์โทรศัพท์มูลนิธสุวรรณโคมคำคือเบอร์026812524/0859881583นะค่ะทางมูลนิธิมีจัดปฏิบัติธรรมไปสุวรรณภาด้วยที่นั้นสวยมากอากาศดีเหมาะกับการปฏิบัติธรรมด้วยถ้าใครว่างไปก็ประมาณ14ก.พ.54ประมาณ7วันและอีกงานก็30ม.ค.53ไปทางเมืองกาญใครสนใจสอบถามไปทางมูลนิธินะ
อยากทราบว่าที่มาที่ไปของลูกประคำมาจากไหน
ใครเป็นคนบอก
ณ ที่ไหน
ในสมัยไหน
ตอบได้หรือป่าว
ถึงธรรมละ
ถึงพระหยุด
สาธุๆๆๆๆ
สนใจที่จะศึกษามากค่ะ ปัจจุบันฝึกทางสมาธิ และกำลังเรียนทางด้านโหราศาสตร์ ที่สมาคมโหราศาสตร์แห่งชาติ ที่สำคัญสนใจทางด้านสมาธิและกสิณมากๆ ค่ะ ไม่ทราบว่า ปี 2554 จะเปิดสอนเมื่อไหร่ค่ะ ตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนค่ะ คิดว่าน่าจะนำความรู้เหล่านั้นมาช่วยผู้ที่ มีความทุกข์ได้ค่ะ กราบรบกวนขอข้อมูลแลรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยค่ะ วรรณ์
สาธุ...จิตสงบ....สุวรรณโคมคำ
โหราศาสตร์ เกิดจากการสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น เก็บบันทึกเป็นสถิติ นำดวงดาวมาเป็นตัวแทน(สัญลักษณ์)เล่าเรื่อง
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ คือความเป็นธรรมดา คือความจริง คือ การพิจารณากายใจ จนเกิดสติ มีปัญญา
สิ่งที่คล้ายกันระหว่างธรรมะ และโหราศาสตร์ คือการสังเกต การพิจารณา
ธรรมะปราณีต ละเอียดอ่อนเพราะต้องใช้การพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ และสิ่งที่ทำให้ธรรมะคงอยู่อย่างไม่เสื่้อม คือ ความจริง
สิ่งที่ไม่จริงมักเสื่อมไปโดยกรรมของตนเสมอ
โหราศาสตร์ เกิดจากการสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น เก็บบันทึกเป็นสถิติ นำดวงดาวมาเป็นตัวแทน(สัญลักษณ์)เล่าเรื่อง
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ คือความเป็นธรรมดา คือความจริง คือ การพิจารณากายใจ จนเกิดสติ มีปัญญา
สิ่งที่คล้ายกันระหว่างธรรมะ และโหราศาสตร์ คือการสังเกต การพิจารณา
ธรรมะปราณีต ละเอียดอ่อนเพราะต้องใช้การพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ และสิ่งที่ทำให้ธรรมะคงอยู่อย่างไม่เสื่้อม คือ ความจริง
สิ่งที่ไม่จริงมักเสื่อมไปโดยกรรมของตนเสมอ
โหราศาสตร์ เกิดจากการสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น เก็บบันทึกเป็นสถิติ นำดวงดาวมาเป็นตัวแทน(สัญลักษณ์)เล่าเรื่อง
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ คือความเป็นธรรมดา คือความจริง คือ การพิจารณากายใจ จนเกิดสติ มีปัญญา
สิ่งที่คล้ายกันระหว่างธรรมะ และโหราศาสตร์ คือการสังเกต การพิจารณา
ธรรมะปราณีต ละเอียดอ่อนเพราะต้องใช้การพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ
และสิ่งที่ทำให้ธรรมะคงอยู่อย่างไม่เสื่้อม คือ ความจริง
สิ่งที่ไม่จริงมักเสื่อมไปโดยกรรมของตนเสมอ
พระมหาคารมไม่มีเเล้วเพราะโดนจับสึกเเล้วคับมีรูปเป็นหลักฐานด้วยถ้าเจอเเจ้งตำรวจจับได้เลยคับเพราะโกงเงินมั่วสีกาคับ
สีกาฮวงสีกาใหม่ก็เป็นเมียพระมหาคารมคับพูดง่ายๆๆโตนปราชิกเเล้วอะถ้าเจอตัวอย่าไปเชื่อเเจ้งตำรวจจับได้เป็นความจิงคับตามที่คนข้างบนพูดจริงๆๆๆๆๆ
ถึงคุณที่ตอบด้านบน คุณรู้จักคนชื่อฮวงและคนชื่่อใหม่หรือเปล่าที่คุณมาพูดโดยไม่ใช้สติพิจารณาให้รอบคอบนั้น ก่อนที่จะว่าคนอื่นตัวคุณก็จะติดกรรมทีเดียวแหละ
จากผู้หวังดี