รากฐานของตึกคืออิฐ  รากฐานของชีวิตคือการศึกษา...อนาคตของเด็กไทยทุกวันนี้ทุกท่านอาจจะคิดว่าเป็นเพราะว่า...เด็กจะต้องเรียนหนังสือมีการศึกษา...แต่สำหรับน้องจิเอง...อนาคตของน้องจิไม่ได้อยู่ที่การศึกษาเพียงอย่างเดียว...แต่น้องจิจะต้องลงมือปฏิบัติจริงได้ด้วย....

                 สมมติว่าเราขับรถไปแรงเร็ว...เกิดเหตุกระทันหันที่จะต้องเบรคเพื่อไม่ให้รถไปชนกับคันข้างหน้า...เราคำนวณได้ว่าจะต้องเหยียบเบรคด้วยความเร็ว 10 m/s แต่เราไม่รู้ว่าเบรคมันเหยียบตรงไหน....ก็คงช่วยอะไรไม่ได้......

                  การเรียนรู้ของเรา..เราก็ต้องเรียนรู้ให้เป็นธรรมชาติ...เป็นตัวของเราเอง...จำเป็นไหมที่จะต้องเปิดหนังสืออยู่ตลอดเวลา...คำตอบของหนูคือ ไม่จำเป็นค่ะ...เพียงแค่เปิดใจ เราก็สามารถเรียนรู้ได้แล้ว...ถ้าเราเปิดใจที่จะเรียนรู้ เพียงก้าวออกจากประตูบ้านก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ให้เราเรียนรู้มากมาย

                 นอกจากเราจะเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นวิชาความรู้เพื่อการพัฒนาตนเองแล้ว...เราจะต้องเรียนรู้วิชาดุ๊กดิ๊กศาสตร์ด้วยเจ้าค่ะ....ดุ๊กดิ๊กศาสตร์คืออะไร..ดุ๊กดิ๊กศาสตร์ก็คือวิชาที่สร้างกำลังให้หัวใจของเราไงเจ้าค่ะ...อิอิ

                  เมื่อวานนี้มีรุ่นน้องจากโรงเรียนบางลี่วิทยา...มาให้น้องจิช่วยพาไปสอบวิชาเฉพาะที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย...ถามว่าน้องจิเคยไปไหน ก็ตอบได้อย่างมั่นใจว่า เคยแน่นอนเพราะน้องจิก็ไปสอบที่โรงเรียนนี้เหมือนกัน..แต่ถ้าถามว่าจำทางได้ไหม..ก็ตอบอย่างมั่นใจเลยว่า หลับตลอดทางไม่ได้มองทางอะไรเลย 555++...แต่จะให้น้องจิไปเป็นเพื่อนอ่ะไปได้แน่นอน จะพยายามศึกษาเส้นทางให้ เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องๆที่น่ารักในการสอบ

                    มีพ่อของน้องคนหนึ่งขับรถไป....น้องจิแทบนั่งไม่ติดรถเลยเจ้าค่ะ เหยียบทีหนึ่ง 130 km/h...หายใจไม่ทั่วปอดเลยค่ะ ต้องเกร็งอยู่ตลอด..แผนตอนแรกที่น้องจิจะบอกก็คือให้เลี้ยวทางช่องนพวงศ์เพื่อเข้าปทุมธานี...แต่พ่อน้องเขาขับไวจนน้องจิบอกทางไม่ทันเลยไปเลย...ที่นี้ก็ต้องหาทางกันใหม่ซิเจ้าค่ะ แล้วไม่มีใครรู้ทางด้วย..นั่นๆๆ งานเข้าแล้ว..น้องจิก็บอกทางไปตุ้มๆต่อมๆ..จนไปถึงสนามบินดอนเมือง เลี้ยวเข้าไปในสนามบินเลยเจ้าค่ะ ป๊าดดดดดดดดดดดดด...เจอทหารขวักมือเรียก ถือปีนยาวเหยียดเลย ถามว่า จะไปไหนน้องจิก็เลยบอกว่า จะไปสอบวิชาเฉพาะค่ะ เขาก็ถามว่า ที่ไหน น้องจิก็บอกโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย..เขาเห็นน้องจิกับน้องๆใส่ชุดนักเรียนไปก็เลยให้ผ่านได้...และแล้วก็เจอโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัยจนได้...งานนี้พาน้องๆไปถึงยังจุดหมายสำเร็จ ....น้องๆก็ให้น้องจิติวให้นิดหนึ่ง แล้วน้องจิก็พาน้องๆไปกินข้าว

                               

                               

                     และแล้ว " วิชาหัวใจศาสตร์ " ก็เกิดขึ้นเจ้าค่ะ....น้องจิโทรหาครูโย่ง...ครูโย่งก็มาหา...สักพักพี่นาก็ตามมา....ถามว่า ครูโย่ง กับ พี่นา มาทำไม...คำตอบง่ายๆก็คือมาเพราะ วิชาหัวใจศาสตร์นี่แหละเจ้าค่ะ....มิตรภาพที่หาไม่ได้อีกแล้ว....น้องจิยังเชื่อกับคำที่กล่าวว่า " ก่อนที่เราจะได้ความรักจากคนอื่น เราจะต้องมอบความรักให้คนอื่นก่อน "....

                                

                               

                     ถามว่า ..ทำไมญาติๆใน gotoknow ถึงรักกัน...แถมบ้าหรือเปล่า เจอกันต้องกอด...คำตอบก็คือ..." ถึงเค้าจะบ้า ก็บ้าเพราะรักนะจ๊ะ ".....พวกเรามีความผูกพันกันเหมือนว่า " ชาติที่แล้วสร้างเวรสร้างกรรม " เอ๊ย " ทำบุญมาด้วยกัน " ชาตินี้ก็เลยได้เกิดมาพบเจอกันอีกครั้ง สวรรค์บันดาลเจ้าค่ะ....

                                 

                                 

                                 

                                 

                                      พาลิงทัวร์......จนแทบจะหมดแรง ....อิอิ

                     ครูโย่งงานเข้าอยู่เป็นเพื่อนน้องจิได้แปปหนึ่ง...พี่นาอาสารับเลี้ยงเด็กคนนี้ต่อไป..น้องจิไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพฯมากนัก..พี่นาเลยพาน้องจิไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆที่พอจะไปได้ภายในวันเดียว....พี่นาพาน้องจิไปเที่ยวสวนจตุจัก บรรยากาศดีมากเจ้าค่ะ ได้พายเรือเล่นด้วย แต่ว่าเจ้าเรือน้อยเนี่ย พายเท่าไหร่ ก็วนอยู่ที่เดิม แถมอยู่กลางคลองอีกต่างหาก คนข้างคลองช่วยลุ้นใหญ่เลยว่าจะพายเข้าฝั่งได้หรือเปล่า ในที่สุดก็ถึงฝั่ง 55555++...แล้วพี่นาก็พานั่งรถไฟใต้ดินด้วยค่ะ น้องจิไม่เคยนั่งเลย ครั้งนี้ครั้งแรก ตื่นเต้นๆๆ อิอิ

                                   

                                   

                                   

                                   

                      พอเที่ยวสวนจตุจักรให้อาหารนก  อาหารปลาเสร็จแล้ว พี่นาก็พาน้องจิไปมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต...หรือที่เรียกกันว่า RBAC นั่นแหละเจ้าค่ะ....ได้ถ่ายภาพเป็นที่ระทึก เอ๊ย ระลึกด้วยเจ้าค่ะ แล้วพวกเราก็ไปร้องเพลงกัน.....ร้องเพลงจบประมาณ 4 โมงกว่าๆ ป๊าดดดดดดดด ต้องรีบกลับบ้านเดี๋ยวรถหมด...

                       ขากลับนี่ไม่เหมือนขาไป...ขาไปชุดนักศึกษาเรียบร้อย ขากลับพี่นาให้เปลี่ยนชุดเป็นชุดธรรมดา 5555+++....พี่นาไม่ปล่อยให้น้องจิกลับคนเดียวค่ะ พี่นาเก็บเสื้อผ้ามากับน้องจิด้วย อิอิ วันนี้น้องจิเลยเป็นไกท์พาพี่นาทัวร์สุพรรณบ้าง อิอิ

                       สายใยที่ผูกพันกันเป็นสายโซ่ในโกทูโนว์นี้...ยากที่จะหาได้อีกแล้วเจ้าค่ะ....ตอนนี้ภูมิอากาศแปรปรวนขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ...รักและเป็นห่วงทุกๆท่านเจ้าค่ะ.....

                        ใครเป็นคนสอน " วิชาหัวใจศาสตร์ "......มันขึ้นอยู่ความหัวใจของแต่ละคนเจ้าค่ะ พี่น้อง อิอิ

                       เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ......------> น้องจิ ^_^