ตอบปัญหาคุณมนต์

ทุกข์ของคุณมนต์เกิดขึ้นจากความผิดหวังและเสียความรู้สึกดีดี

ผมเลยตอบไปดังนี้....

คุณมนต์ครับ

ก่อนอื่นตั้งสติให้ดี เพื่อการรับฟังอย่างตั้งใจ

เรื่องของคุณมนต์ ทุกข์ของคุณมนต์น่าเห็นใจมาก
เป็นทั้งทุกข์ของผู้หญิง และเป็นทั้งภาพฉายความจริงแห่งชีวิต

ที่สามารถนำมาเป็นตัวอย่างให้แก่ลูกผู้หญิงทุกคน
ได้เรียนรู้...เพื่อเข้าใจโลกและชีวิต

ทุกข์ของคุณมนต์เกิดขึ้นจากความผิดหวังและเสียความรู้สึกดีดี

ที่มีกับคนคนหนึ่ง เนื่องจากยึดและหวังในความรัก ความภักดีของคน

หลงยึดว่าเขาจะเป็นแบบที่เราคาดหวัง

คาดหวังและหลงอยู่ในความสุขตามคาดไว้นานตั้ง 16 ปี!


จู่จู่
ความสุขนั้นก็พินาศไปตามความจริง
เมื่อพบว่า...แท้จริงนั้น
เขามิได้เป็นดังภาพฝันที่เราวาด
แม้ว่าในภาพนั้น
เขาอาจมีส่วนมาแต่งแต้มสีสรร
ให้ภาพนั้นดูสดสวยและเหมือนจริงขึ้นมาก็ตาม
แต่ก็มิใช่ความจริง!

ทุกข์ของคุณมนต์ คือความเจ็บช้ำ

จากฝันที่ไม่เป็นจริง หรือจากความจริงในใจที่เรามุ่งหวัง

พลันกลายเป็นความฝันที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นจริง
ทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บใจ และทั้งอับอาย
จนรู้สึกว่า ในชีวิตหมดแล้วทุกอย่าง
แม้กระทั่งความมั่นใจ ในการดำรงอยู่ของตนเอง
ไม่เห็นแม้ค่าของชีวิตของตนเอง

จึงร่ำร้องว่าอยากตาย
และอยากให้มีใครมาพรากชีวิตไปจากตน

เพราะคิดว่า ตายไปแล้ว ทุกข์ใจในขณะนี้จะหมดลงได้
เหมือนปิดสวิทช์ไฟ

ผมอยากให้ คุณมนต์ตั้งสติ ฟัง และคิดใหม่
อย่าเพิ่งจมอยู่ในกองทุกข์ของใจตน

เพราะหากจมอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครสามารถช่วยคุณได้

ทุกข์ของคุณมนต์ หากพิจารณาให้ดี
ไม่ใช่ความทุกข์ของคุณมนต์ เพียงผู้เดียว...แต่เป็นความทุกข์ของผู้หญิงทุกคน
ที่ยังไม่เข้าใจเรื่อง ความจริงของชีวิตและธรรมะของพุทธองค์

พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนว่า
มีรัก ย่อมมีทุกข์”
เพราะทรงแจ้งประจักษ์ในความจริงของชีวิตว่า

เรานั้นต้องถูกพรากจากสิ่งที่รัก ในไม่ช้า”
ไม่เราพรากไปจากชีวิตของเขา หรือเขาพลัดพรากไปจากชีวิตของเรา
ล้วนเป็นทุกข์ ที่เกิดขึ้นจากเหตุ...
คือความรัก ทั้งสิ้น

ยิ่งเป็นความรัก ที่ประกอบไปด้วยความเห็นผิด

คือหลงคิดผิดไปจากความเป็นจริง
และไปยึดถือความไม่จริงว่า...
เขาหรือเธอ ต้องเป็นของของเราตลอดไป
เขาหรือเธอ ต้องรักเรา ตลอดไป
เขาหรือเธอ ต้องไม่เปลี่ยนแปรไป

จากสิ่งที่เคยพูด ทำ หรือสัญญาไว้กับเรา

ยิ่งจะเกิดทุกข์มากขึ้น แรงขึ้น เพราะเกิดความยึดถืออย่างผิดๆ
เพราะความจริงแท้ ที่เป็นสัจธรรมนั้น
ทุกอย่าง ล้วนย่อมเปลี่ยนแปรไป ตามธรรมชาติ
ตามเหตุและปัจจัย ที่เป็นตัวเร่งและเป็นแรงขับ

เสมือนคนที่กินน้ำแข็ง ที่เย็น
ใสและมีรสชื่นใจ
แล้วหลงติดใจในรสชาตินั้น
พอช่วงเวลาผ่านไป
ธรรมชาติของน้ำแข็งก็ปรากฏ

คือทรงตัวอยู่มิได้นาน
ต้องละลาย...หายไปในที่สุด
แม้เสียดายในรส
และความเย็นที่ฉ่ำชุ่มใจนั้นอย่างไรก็ตาม
ก็มิอาจ
เรียกให้สภาพนั้นทรงตัวอยู่ได้นาน ตามใจปรารถนา

คุณมนต์ ลองนึกดู หากเห็นใครที่นั่งร้องให้อยู่และตีอกชกหัวคร่ำครวญว่า

น้ำแข็งที่กินชื่นใจอยู่เมื่อกี้ ละลายหายไปไหนหมด
แล้วร้องขอ ให้คราบน้ำนั้น กลับแข็งตัวขึ้นมาใหม่
เพื่อจะได้กินให้ชื่นใจอย่างเดิม...

คุณมนต์ คงเห็นตามความเป็นจริง ว่าเป็นไปไม่ได้
และอาจจะยิ้มหัวเราะในความทุกข์ของคนคนนั้นบ้างก็ได้
ว่าไปหวังอะไร กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย

ตัวอย่างนี้
อาจไม่ตรงใจคุณมนต์นัก และอาจมีเรื่องคิดแย้งในใจได้หลายเรื่อง

แต่ก็คงพอทำให้คุณมนต์ ได้คิดและคลายทุกข์ในขณะนี้ลงได้บ้าง

เพราะอย่างไรก็ตาม
หากคิดในแง่มุมหนึ่งดู
ทุกข์ของคุณมนต์คือความยึดหวังและคาดหวัง


และความสุขของคุณมนต์ตามคาดนั้น
ก็ได้ดื่มกินมาตั้ง 16 ปีแล้ว
ดีว่าตัวอย่างคนกินน้ำแข็งที่ผมยกขึ้นมาเสียอีก

ที่พบความสุข แค่แผล็บเดียวเอง



ปัญหาต่อมาของคุณมนต์ คือ หากคิดได้
ทำใจให้พอยอมรับในความจริงที่เกิดขึ้นแล้วในชีวิตตนได้
จะปลงใจลง พอแผ่เมตตาให้เขาได้ไหม?

สามีและภรรยา ทุกคู่มีวิบากร่วมกันมา

ผูกกันมาด้วยรักบ้าง ด้วยชังบ้าง

จึงอาศัยเหตุนั้น เกิดมาเป็นคู่กันในชาตินี้

เป็นเรื่องของวัฏฏะและภพชาติ

 

หากพบความจริงว่า ชีวิตคู่ที่ครองอยู่ในขณะนี้...เป็นทุกข์มาก

และอยากตัดทุกข์ทั้งชาตินี้และชาติต่อๆไปของเรา

ให้หมุนวิธีคิด เพื่อตัดวัฏฏะทุกข์ดังนี้...

 

อภัยให้เขาเถิด

คิดถึงในส่วนดีดี ที่เคยอาศัยอยู่ร่วมกันมา

ว่าทั้งเราและเขา อาศัยกุศลเหตุ มาสร้างสุขร่วมกัน เพียงแค่นี้

ที่เหลือนั้น เป็นทุกข์ที่เกิดจากอกุศลเหตุ ที่สร้างร่วมกันมาเช่นกัน

ทุกข์ที่คุณมนต์ ประสบและคร่ำครวญอยู่ในขณะนี้

ขอให้เป็นทุกข์ใจในช่วงสุดท้ายของชีวิต

 

เพราะเราจะไม่เจอกับเขาอีกแล้ว ทั้งร่วมสุขและร่วมทุกข์

เพราะคุณมนต์จะสร้างเหตุใหม่ ที่ไม่ต้องเจอกันอีกในอนาคตข้างหน้า

การที่เราเจ็บใจและผูกอาฆาตพยาบาทนั้น

ก็จะกลายเป็นโซ่ เป็นบ่วงคล้องก่อให้เกิดวัฏฏะผูกกันเป็นภพชาติ

ทำร้ายกันและกันต่อไป ไม่มีวันสิ้นสุด

 

ดังนั้น ผมจึงแนะนำให้คุณมนต์แผ่เมตตาและให้อภัยเขา

โดยไม่ต้องอาฆาตและแช่งด่าหรือนึกให้เขาประสบกับสิ่งเลวร้ายใดใด
เพราะเขาคงจะพบกับทุกข์นั้นต่อไป

ด้วยเหตุแห่งทุกข์ที่เขาก่ออย่างหลีกเลี่ยงมิได้
โดยที่เราไม่ต้องดิ้นรนไปเป็นคนจัดการ

ให้ก่อเป็นกรรมและเวร ที่ผูกล่ามกันอีกต่อไป
เพราะกรรมนั้น
ย่อมมีวิบาก ที่เป็นกฎแห่งกรรมกำหนดไว้ดีอยู่แล้ว

ส่วนเรามีเรื่องที่ต้องจัดการ
กับทุกข์ของเราเองให้หมดไป
คือการฝึกทำใจ
ให้น้อมลงเห็นจริงตามความจริงในชีวิต



เชิญมาปฏิบัติธรรม จะเป็นที่สำนักใด วัดใดก็ได้
ที่มีการสอนให้คุณพ้นไปจากความทุกข์ในขณะนี้ ด้วยธรรมะของพุทธองค์


หากลำบากใจที่จะค้นหา ในเวปนี้ คุณมนต์ ก็สามารถสมัครได้เลย
คุณมนต์จะพบว่า ชีวิตนี้ ยังมีค่า
และพบกับเพื่อนที่ดีดีหลายคน ที่เป็นกำลังใจให้
ให้คุณมนต์ ยืนอยู่ได้ต่อไป...ด้วยทุกข์ที่น้อยลง


ผมคงช่วยได้แค่นี้...
ที่เหลือ คุณมนต์คงต้องช่วยตนเอง 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากอาจารย์



ความเห็น (32)

Ji2 

อาจารย์ ตอบได้ดี จังค่ะ

อ่านแล้ว สงสารคุณมนต์ เธอมาก เป็นห่วง

เลยตาม ไป แจมไว้ หน่อย

ขอบคุณ ที่นำมาเป็นบทเรียน มาแบ่งปัน

และมีคำแนะนำดีๆ ตอบให้ ไม่ทิ้งค้าง กลางทาง

สวัสดีน้องจิกับน้องโย่ครับ

แค่เห็นหน้าก็ยิ้ม สุขภาพดีแล้วครับ ขอบคุณ

ขอบคุณ คุณหมอครับ

ทุกข์ของผู้หญิง เวลาเกิดขึ้นน่าเห็นใจและน่าห่วงมาก

ต้องอาศัยกำลังใจจากกัลยาณมิตร คอยให้กันครับ ขอบคุณที่ตามไปแจมครับ

เขียนเมื่อ 

อาจารย์เขียนได้ดีมากเลยค่ะ ดีใจแทนคุณมนต์ ขอให้คุณมนต์อ่านหลายๆเที่ยวทีละบรรทัดนะคะ ความทุกข์โศกของคุณมนต์คงจะค่อยๆคลายลงได้ ใช้ธรรม เวลาและสติเป็นโอสถรักษาใจนะคะ ชีวิตยังมีค่าสำหรับตนเองค่ะ

สวัสดีครับครูลี่

ขอบคุณมากครับสำหรับการแวะมาอ่านและให้กำลังใจผู้ร่วมทุกข์

เราท่าน ต่างมีทุกข์ร่วมกัน แผกแตกต่างเฉพาะรายละเอียดของทุกข์เท่านั้น

พุทธธรรม สติ เวลา และความเข้าใจ คือธรรมโอสถ ที่รักษาโรคใจได้ทุกโรคครับ

หญิง
IP: xxx.47.40.42
เขียนเมื่อ 

สาธุค่ะ ประทับใจในสิ่งที่อาจารย์สอนมากค่ะ

ครูลี่
IP: xxx.25.74.255
เขียนเมื่อ 

วันนี้กลับมาอ่านอีกครั้ง หวังจะได้ข่าวคุณมนต์ คงจะค่อยคลายลงบ้าง ข้อคิดจากอาจารย์บำบัดโรคใจได้ทุกโรคจริงๆค่ะ บางครั้งเวลาเห็นคนมีความทุกข์ แม้กระทั่งตัวเอง ทำให้นึกถึงกลอนท่อนหนึ่ง ซึ่งลืมไปแล้วว่าอยู่ในเรื่องอะไร คือ

"อันทุกข์โศกโรคภัยในมนุษย์ มิรู้สิ้นสุดลงที่ตรงใหน" อาจารย์ต้องเคยได้อ่านมาแล้วแน่ๆเลยค่ะ สงสัยจะเป็นกลอนของท่านสุนทรภู่ แต่ไม่แน่ใจ

เขียนเมื่อ 
  • ตามมาดู
  • ท่านเจ้าสำนักหายไปนาน
  • คิดถึงๆๆๆ
  • ตอบได้เยี่ยมมาก
  • ขอเอาไปใช้บ้างนะครับ
  • อิอิๆๆๆ
เขียนเมื่อ 

ตามมาอ่านด้วยคนค่ะ...ได้อ่านบันทึกอาจารย์แล้วก็ยิ่งเกิดกำลังใจและศรัทธาในพระปัญญาคุณของพระพุทธองค์ท่านมากขึ้น..

เห็นพ้องด้วยกับอมตพจน์ที่ว่า"ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์"

เพราะเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้เห็นถึงทุกข์แห่งการยึดหวังและคาดหวังในความรักที่เป็นรูปธรรมแบบต่างๆมากขึ้น...และพยายามที่จะรักอย่างมีเมตตาต่อตนเองและผู้อื่นให้มากขึ้น..ด้วยหวังว่าเมื่อใดที่เกิดการพลัดพรากจากของรักของชอบใจแล้วแรงกระแทกทางใจและอารมณ์นั้นมันจะไม่กัดกร่อนจิตเดิมที่เคยปกติผ่องใสของเรานั้นให้จมหายไปกับทะเลทุกข์แห่งวัฎฎสงสาร..

ร่วมส่งกำลังใจให้แก่คุณมนต์ด้วยคนค่ะขอให้ได้คลายจากทุกข์และฟื้นฟูกายและสติในเร็ววันนะคะ

ขอบคุณน้องหญิง อนุโมทนาด้วยครัย

ครูลี่ครับ

เห็นด้วยกับ คำกลอนที่ว่า

"อันทุกข์โศกโรคภัยในมนุษย์ มิรู้สิ้นสุดลงที่ตรงใหน"

จริงๆ แต่ต่อไม่ได้ครับ แฮ่! เพราะสัญญามิเป็นใจ แต่ถ้าแต่งต่อคงมั่วไปได้อยู่

พระพุทธองค์ ตรัสว่า ร่างกายเราคือกองทุกข์และมีสาระสำคัญคือ เสื่อมไปอยู่เสมอ

ดำรงอยู่ได้ คราวๆหนึ่งเท่านั้น

เราจึงเป็นผู้ไม่ประมาท รู้อยู่ รู้อาศัยกับความจริงในชีวิตข้อนี้

  • ฮ่า ฮ่า ยินดีต้อนรับกามนิตขจิต หรือเป็นกามขจิต(กาม+ขจิต)ดี คราวนี้ฝีมือตกมาช้านะครับ
  • ผมก็คิดถึง แต่อาศัยเข้ามาแอบตามอ่าน
  • หา! จะเอาคำตอบผมไปใช้บ้าง แสดงว่าทิ้งเขามาหรือถูกเขาทิ้งครับ :)

หนูSeangia

ไม่ได้เจอกันนานเลยครับ Long time no see

ปัญญาญาณของพุทธองค์นั้น เกินกว่าปุถุชนอย่างเราจะหยั่งถึงครับ แม้นจะอาศัยการศึกษาและปฏิบัติอย่างไรก็ตาม เพราะบารมีที่สั่งสมมาแตกต่างกันมาก ดังนั้นเราจึงเป็นผู้ติดตาม สาวก ที่คอยรับเอาคำสอนใส่เกล้า ไว้คอยนำมาเตือนสติ และใช้แก้ทุกข์

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

มีรักหนึ่ง มีทุกข์หนึ่ง

หนูมีรักกี่รักในขณะนี้?

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอาจารย์พิชัย

ลองสำรวจดู..ตอนนี้หนูกำลังมีความรักอยู่2แบบค่ะ

1.รักแบบไม่มีเงื่อนไข..เก็บเอาไว้ให้กับตนเอง

2.รักแบบวางเงื่อนไข..แน่นอน..ใช้กับผู้อื่นทั้งที่สนิทและไม่สนิทค่ะ..

อยากเป็นUncondition Love อยู่เหมือนกันค่ะแต่เนื่องจากความเคยชินเดิมๆเลยชอบวางเงื่อนไข...วางไปวางมา..จนสุดท้าย..ก็อย่างที่อาจารย์เห็นๆน่ะค่ะ...

สุกฤตา
IP: xxx.47.45.102
เขียนเมื่อ 

หนูเคยอ่านมาว่าการที่เราผิดหวังจากความรักมีผลเนื่องมาจากเราเคยผิดศิลข้อ3มาก่อน

เราจึงต้องมาใช้กรรม หนูลองสังเกตดูว่าบางคนไม่เคยผิดหวังในเรื่องความรักเลย

ทุกอย่างราบรื่นและเป็นสุขตลอดชีวิต ในขณะที่บางคนมีแต่ความผิดหวังในรัก

ซึ่งก็น่าแปลก ทำให้อดเชื่อไม่ได้ว่าน่าจะเกิดจากกฎแห่งกรรมแน่ๆ

แต่อย่างไรก็ตามหนูว่า บางทีอาจเป็นสิ่งดีก็ได้นะคะถ้ามองอีกแง่

อาจเป็นความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เราได้พบสิ่งที่ดีกว่า เพราะถ้าเราไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น โอกาศจะอุทิศเพื่อพระศาสนาอย่างเต็มที่ก็จะไม่มี จะต้องมีแต่ห่วงอยู่ร่ำไป

มองในแง่ดีบางทีอาจเป็นสิ่งที่ดีก็ได้นะคะ

หนู Seangia

ฮ่า ฮ่า! ทีแรกตกใจอ่านไม่ชัด นึกว่ามีรักสองคน สองรูปแบบ แฮ่!

รักตนเองแบบไม่มีเงื่อนไข ก็ดีอยู่หรอก แต่ระวังจะตามใจเองมากเกินไป จนไม่มีกรอบมีวินัย อาจทำให้พลัดตกลงไปอยู่ในกรอบที่มีเงื่อนไข รักคนอื่นเข้าให้

เพราะความรัก แท้จริงมิได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหรือสเปคที่เราวางไว้ได้

อย่างที่เขาว่ารักออกแบบไม่ได้ :)

แต่มันเป็นเรื่องกรรมและวิบากอย่างที่อาจารย์กล่าวไว้จริงๆ

บางคนตั้งใจมาดี มีสเปค มีเงื่อนไข แต่พอมาเจอเจ้ากรรมนายเวร...ฮึ

ตกหลุมรัก พลั่กเข้าให้ โดยแปลกใจตนเองอยู่เหมือนกันว่า รักเข้าไปได้ยังไง

อย่างงี้ก็มีครับ

หนูสุกฤตา

ดีใจที่หนูแวะมา

จริงอย่างที่หนูบอก เป็นเรื่องของกฏแห่งกรรม...วิบากที่เราทำไว้ครับ

คนที่เคยผิดศีลข้อ 3 มาในอดีตชาติ ก็จะมีวิบาก จะวิบัติในรักในชาติต่อไป เพราะเหตุแห่งกรรมที่ตนทำไว้

แต่อย่างไรก็ตาม หากถามว่าจะแก้กรรมได้ไหม?

คำตอบ คือ ได้ครับ แต่มิใช่ไปแก้ที่เหตุเดิม

หากแก้ที่เหตุใหม่ คือการกระทำของเรา ต่อเรื่องนี้ เมื่อประสบกับผล เราจะทำอย่างไร

หันความคิด พูด ทำ มาทำสิ่งใหม่

ก็จะได้กรรมใหม่ ที่มีวิบากใหม่

ไม่ต้องพันผูก สร้างภพ สร้างชาติ สร้างกรรมร่วมกันอีกต่อไป

จะพบกับคู่แท้ ที่มีกรรมเสมอกัน

ด้วยศีลบ้าง ศรัทธาบ้าง จาคะบ้างปัญญาบ้าง

เป็นทางแห่งสุขของวัฏฏะ

แต่บางคนที่ไม่มีคู่ อาจยิ้มออกได้ เพราะเหตุที่ทำมาไม่มี จึงไม่มีทุกข์เรื่องคู่

เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม เพราะมีห่วงน้อย

(หมายถึงคนที่ไม่มี และอยู่ได้โดยไม่มีจิตคิดดิ้นรนอยากจะมี)

ดังนั้น ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนเรื่องมรรค

ก็คือทางที่นำเราไปห่างไกลจากทุกข์ ทุกรูปแบบครับ

เขียนเมื่อ 

อาจารย์คะแวะมาคุยด้วยเมื่อคืนดูรายการโทรทัศน์ จำไม่ได้ค่ะว่าช่องไหน คุณโน๊ต เชิญยิ้มเขาล้อ อ.จตุพล ว่า

ตกเหวลึก อย่านึกว่าเหวตื้น

ปากเหวลื่นอย่าคะนองไปลองผลัก

ตกเหวหินปีนป่ายได้ง่ายนัก

ตกเหวรักเสือกสนไปจนตาย

ความจริงจำได้เพราะครูลี่เคยได้ยินมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นน่ะค่ะ อาจารย์ว่าจริงๆแล้วในชีวิตของคนๆหนึ่งมีรักเพียงครั้งเดียวหรือประมาณรักแบบอมตะนิรันตร์กาลมีจริงๆหรือเปล่าคะตอบแบบประสบการณ์นะคะที่เคยเห็นค่ะ

คุณครูลี่ครับ

ฮ่า ฮ่า ! ฟังกลอนแล้วแล้วขำครับ แต่คนที่จริงจังคงไม่ขำ

เพราะติดอยู่ในความรู้สึกรัก ชอบ ชัง อยู่

ที่จริงผมก็เคยได้ยินครับ(อายนิดๆ ว่าแก่)

ที่จริงกลอนบทนี้ใช้เตือนสติ แบบผู้ประพันธ์อาบน้ำร้อนมาก่อน

ไม่ให้ประมาทในอานุภาพของความรัก

เพราะคนที่มีรักใหม่ๆ อะไร อะไร ก็เห็นว่าดีหมด เหมือนคนมองเหวลึกเป็นตื้น

ส่วนปากเหวลื่นนั้น อย่าคึกคะนองไปเล่นผลักกันไปมา ก็จะตกได้ง่าย

เพราะอุปมาปากเหวลื่นไม่มีที่เกาะ เหมือนความรักหากเกิดขึ้นมา

ใครก็เอาไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนมีความรู้สูงต่ำ ฐานะยากดีมีจนอย่างไรก็ตาม

ส่วนอีกสองบาทหลังนั้น บาดใจเหลือเกิน

เพราะอาจารย์ก็ตกอยู่ในเหวรัก...

ปัจจุบันก็เสือกสนไปจนกว่าจะตายนี่แหละ ฮ่า ฮ่า!

เรียน คุณมนต์(ผ่านอ.พิชัย)ค่ะ

  • ...อ่านทุกข์ของคุณมนต์แล้วอาจจะแชร์ในมุมมองของตนเองนะคะ...
  • ทุกข์ของคุณมนต์ใหญ่หลวงนัก...ทุกข์มากขนาดนี้ควรมีคนที่ฟังและเข้าใจเพื่อเป็นเพื่อน  ...เอาแบบใกล้ชิดจริงๆ...ต้องมี...ไม่ต้องมากก็ได้...
  • ...ทุกข์แบบนี้แนะนำให้คุณมนต์หาคนที่ไว้วางใจได้จริงๆ  รับฟังเรา...ไม่ต้องมาก...ไม่ต้องช่วยแก้ไขปัญหาก็ได้ในตอนแรก....ขอแค่อยู่ใกล้กัน  ช่วยฟังคุณมนต์ระบายๆๆๆๆๆ  และเรียกคุยได้ทุกครั้งที่มีปัญหาก็พอ...อาจใช้เวลานานเป็นเดือน  อย่าอยู่คนเดียวนานๆ......แข็งแรงมากกว่านี้แล้วค่อยปรับวิธีคิดให้เป็นเชิงบวกกับตัวเอง...
  • ที่คุณมนต์พยายามเข้าพบทั้งจิตแพทย์และพยาบาลนั้นถูกแล้วค่ะ  และทุกความเห็นข้างต้นโดยเฉพาะของ อ.พิชัย จะช่วยคุณได้มากๆค่ะ
  • ...ขอให้โชคดีและขอให้ประคับประคองตนให้ผ่านช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดและทุกข์ทรมานไปได้โดยไว...
  • เข้มแข็งไว้นะคะ
  • โชคดีค่ะ

เรียน พี่ใหญ่ค่ะ

  • ไม่ทราบว่าพี่ใหญ่แวะมาเขียนบันทึกให้น้องๆอ่านกันแล้ว...ดีใจจริงๆค่ะที่ได้พูดคุยกับพี่ใหญ่อีก...สบายดีนะคะ...
  • คิดถึงพี่ใหญ่เสมอค่ะ

                                     ศิษย์หญิงใหญ่.

ขอบคุณน้องหญิงใหญ่

ที่ช่วยแนะนำผู้ได้ทุกข์ การแนะนำผู้ตกอยู่ในทุกข์นั้นเป็นบุญกุศล

เกิดจากจิตเมตตา เราจะได้เจริญเมตตาไปด้วย

ส่วนผลแห่งการแนะนำนั้น เขาจะเอาไปประพฤติปฏิบัติหรือไม่

เป็นเรื่องของ"กัมมกสตาปัญญา"

คือปัญญาที่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายล้วนมีกรรมเป็นของตน

เรานั้น ได้ทำหน้าที่และสิ่งที่ควรทำแล้ว

ขออนุโมทนาครับ

เรียน พี่ใหญ่

  • น้องยังข้องใจนิดนึง...ที่พี่ใหญ่บอกว่า..."ยังตกอยู่ในเหวรัก..."น่ะ...พี่ไม่อยากจะปีนขึ้นจากเหวเองหรือเปล่าคะ...อิ  อิ
อนิศรา
IP: xxx.25.39.101
เขียนเมื่อ 

สาธุๆ ค่ะอาจารย์ขอให้คุณมนต์ได้เข้าปฏิบัติธรรมด้วยเถิด ขอให้มีสติพ้นจากทุกข์นี้ไปได้นะคะ

แฮะๆ หมอเองก็เพิ่งจะรอดจากปากเหวมาได้เหมือนกันค่ะ เกือบตกเลยค่ะเกือบตก ดีที่ได้บุญจากปฏิบัติธรรมมาดึงจากปากเหวได้ 555

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

เคยเขียนเพื่อเตือนตัวเองว่า

สุข สอนเราเรื่องทุกข์น้อย

ทุกข์ สอนเราเรื่องความจริง

สวัสดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัดีครับอาจารย์

พ.อ.นพ.พงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา ให้คาถาไว้สำหรับสามีภรรยาเพื่อท่องจำที่ว่า

"สักวันมันต้องทิ้งเรา"

การทิ้งในที่นี้ก็คงมีทั้ง ทิ้งตอนยังเป็นๆ และทิ้งเพราะตายจาก พอเรารู้เท่าทันเวลาโดนทิ้ง ก็จะร้องว่า "กูว่าแล้ว"

http://gotoknow.org/blog/l2p/178159 ฝากบทความนี้ให้คุณมนต์อ่านนะครับ

สวัสดีครับน้องหญิงใหญ่ ไม่ได้เข้ามาดู เลยตกข่าวไม่ได้ตอบหลายเม้นส์

ที่ว่ายังตกอยู่ในเหวรักนั้น ไม่ใช่ไม่อยากปีนขึ้น แต่หมดแรงที่จะปีนต่างหาก เพราะแก่เลี้ยว ฮ่าฮ่า

แฮ่ แฮ่ หมอนิด

บุญดีที่ยังยั้งตัวได้ทัน ไม่เลื่อนตกเหวรัก

แต่ระวังตู้เย็นจะหล่นทับนาครับ :)

สวัสดีคุณภูสุภาครับ

จากชื่อน่าจะแปลว่า ภูเขาสวย

มายืนยันว่าจริงครับ

เรื่องความสุขนั้น ทำให้จิตใจเราหลงไหลและเพริดไปกับมัน เป็นช่วงขณะที่มนุษย์ขาดสติที่สุด

แต่ เรื่องของทุกข์นั้น ให้บทเรียนกับชีวิตที่ดีกว่า เพราะฝึกสติได้ดี เนื่องจากเราไม่อยากได้ทุกข์นั้นอยู่แล้วและจิตใจจะอยู่กับตัวมาก เพราะจะรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ทุกข์มาเยือน

แต่ต้องฝึกสติไม่ให้ตัวจมอยู่ในกองทุกข์นั้น

คูนกวินครับ

แฮ่ะ แฮ่ะ ผมยังไม่มีโอกาส ตะโกนร้องว่า "กูว่าแล้วเลย"

แวะมาชื่นชมและขออนุโมทนาบุญกับธรรมะดี ๆ ค่ะ