กลอน อยู่ระหว่างกลางความขัดแย้ง โดยอาจารย์ สุธีร์ พุ่มกุมาร (คณะกรรมการสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย)

(๑) ยืนสงบหน้าเสาธงไตรรงค์สง่า
ด้วยศรัทธาสถาบันมิ่งขวัญสยาม
ใจก็ตั้งเสาก็ตรงธงก็งาม
กี่ชั่วยามยังอะเคื้อไม่เบื่อยล
      อาจบางคราวอาบแดดอันแผดกล้า
อาจบางคราหมองคราบยืนอาบฝน
อาจบางครั้งรานรื้อด้วยมือคน
อาจยับย่นด้วยเสน่ห์กาลเวลา
       สัญลักษณ์โดดเด่นความเป็นชาติ
มีหลักธรรมเป็นอำนาจร่มศาสนา
มีกษัตริย์สูงส่งองค์ราชา
หลอมรวมมาจึงเห็นความเป็นไทยฯ

(๒) ยืนสงบฟังบรรเลงเพลงสรรเสริญ
ด้วยเพลิดเพลินศัพท์เสียงสำเนียงใส
บารมินทร์ซาบซึ้งติดตรึงใจ
จดจำได้ร้องรับร่วมขับคลอ
       ดังถ้อยคำปฏิญาณกังวานก้อง
จักปรองดองกายใจถวายพ่อ
ประสานมือถือรักร่วมถักทอ
จากกิ่งก้านสานต่อเป็นกอกำ
       จึงกลมเกลียวมั่นคงธำรงรัฐ
ใต้ร่มพระเศวตฉัตรพิพัฒน์ฉนำ
ลูกรู้รักสามัคคีวิถีธรรม
มิให้ก้ำเกินเคืองเบื้องบาทบงสุ์

(๓) ทุกทุกครั้งยังเห็นเช่นนั้นอยู่
การต่อสู้ราวเหลิงระเริงหลง
เพียงคิดต่าง ต่างใจเห็นไม่ตรง
พร้อมก้าวลงโรมรันรบกันเอง
       ทุกทุกครั้งยังไม่มีใครชนะ
หรือแม้จะอ้างได้ว่าใครเก่ง
นอกจากพฤติกรรมน่ายำเกรง
ไม่ทันเพลงชาติจบถูกกลบกลืน
       เสาธงเอียงเข้าหาอย่างน่าหวั่น
ผืนธงสั่นโบกสบัดเหมือนขัดขืน
นี่ลูกไทยเลือดไทยร่วมไฟฟืน
จะฝ่าฝืนเบือนบิดจิตวิญญาณ
       กี่กี่ครั้งยังเป็นเช่นนี้เสมอ
เขาและเธออ้างความรักสมัครสมาน
ชูธงไทยนำทางสร้างตำนาน
ฝากปรากฏการณ์แก่บ้านเมือง
       แหละทุกครั้งยังจะเป็นเช่นนี้ใหม
พระพ่อไทยร่วมทางอย่างต่อเนื่อง
ต่างเข่นฆ่าพร่าเผาอย่างเปล่าเปลือง
ทั้งต่อเบื้องพระพักตร์สองพระองค์ฯ