บทตริตรองชีวิตและธรรมชาติ โดย ธีรยุทธ์ บุญมี

อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี  เป็นผู้หนึ่งที่บัวหลวงนับถือในความคิดที่ตกผลึกของท่าน  แม้ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว  เคยคิดอยากจะไปสมัครเรียนปริญญาตรีอีกรอบเผื่อจะได้เศษเสี้ยวความรู้ของอาจารย์มาเป็นอาภรณ์ประดับตัวบ้าง  ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวตอนตายไป  สมองจะขายไม่ได้ราคา  ค่าที่ไม่มีรอยหยักอยู่เลย

หนังสือเล่มนี้เจอด้วยความบังเอิญมาก  เจอที่ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์  หลังจากหยิบเล่มนู้นเล่มนี้ออกมาอ่านดูแล้วยังไม่ถูกใจเสียที   จู่ๆ ก็ส่งสายตาข้ามฝั่งไปที่ตู้หนังสือฝั่งตรงข้ามซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่าผู้จัดชั้นนำด้านหน้าหนังสือออกมา  ไม่รอช้ากระโดดข้ามไปอีกฝั่งแล้วก็เดินไปจ่ายสตางค์ (ใจง่ายๆ จริงเลยเรา)

อาจารย์ธีรยุทธในสายตาของบัวหลวง (หลังจากติดตามการแสดงความคิดเห็นของอาจารย์มาหลายเวที) เห็นด้วยว่าอาจารย์เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองโฉมใหม่  อาจารย์มีความคิดและมุมมองที่ลึกซึ้งและที่สำคัญมีความเมตตาในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นนั้น

เสียดายว่าหนังสือเล่มนี้  ภาพประกอบสีน้ำที่อาจารย์วาดถูกตีพิมพ์เป็นขาว/ดำ  ไม่อย่างนั้นจะสแกนภาพมาให้ชมแล้วค่ะ

สารบัญหนังสือน่าอ่านเล่มที่ 2  ชื่อ "การเดินทางในจิตใจ" มีหัวข้อดังนี้

ไม้ยืนต้น / ทางบนภูเขา / ความว่างเปล่ากับชีวิตบนทุ่งหญ้าทัสส็อค / แสงบนแม่น้ำเงา / ความสงบในลมหนาว / ฝน / สวนหินในเกียวโต / แกรนิตและปุ่มสน / ทางเดินของชีวิต / ฝน กับ ความหลัง / คนรักธรรมชาติ / การแสวงหาความจริงสุดท้าย

ทุกเรื่องที่อ่าน  บัวหลวงชอบทั้งหมดเพราะว่าได้มุมมองที่ลึกซึ้ง (แต่คงน้อยกว่าผู้ที่ประสบชะตากรรมเอง)  แต่ขอเลือกมาเฉพาะประโยคจากเรื่องที่่ชอบมากๆ (ขืนพิมพ์ทั้งหมด  อาจเข้าข่ายขโมยโอกาสที่หนังสือจะขายได้น่ะซิ  เพ่ิงจะเขียนไปแหม็บๆ เรื่องศีล 5 นี่นะ)

ข้อความที่ชอบในเรื่อง "ไม้ยืนต้น" คือ  ต้นไม้เวลาถูกโค่น  วงปีของมันจะบ่งบอกถึงความร้อนความหนาว ความเจ็บไข้ อิ่ม หิว ความแห้งแล้ง  และความทุกข์สุขทุกอย่างไว้หมด  ต้นไม้ก็คล้ายกับคน  หากอิ่มเกินไป  สุขเกินไป  เนื้อของมันก็จะหลวมไม่เป็นแก่น  ตรงกันข้าม  ไม้ที่แกร่ง  มีค่า  มีสง่าราศี  มักเติบโตในที่กันดารห่างไกล  วงปีของมันเรียงเป็นระเบียบ  แต่อัดแน่นคล้ายแต่ละปีขอให้มีที่แทรกตัวอยู่ได้ก็พอ / ไม้ยืนต้นมีรากแก้ว  ไม่ว่าต้นไม้จะขึ้นที่หลังเขา หุบห้วย หรือบนหน้าผา  รากแก้วของมันจะแทงดิ่งตรงไปที่จุดศูนย์กลางของโลกเสมอ  คล้ายกับมันรู้ว่ามันอยู่ตรงไหนของโลกและคล้ายจะบอกว่า แม้มันจะไม่รู้หนทางเบื้องหน้าจะไปยังแห่งใด  แต่มันก็รู้และมั่นคงต่อแผ่นดินที่มันเติบใหญ่มา

ข้อความที่ชอบในเรื่อง "ทางบนภูเขา"  คือ  การเดินทางของชีวิตเช่นเดียวกับการเดินทางบนภูเขา  ช่วงก่อนถึงจุดหมายปลายทางมีคนไม่น้อยที่มักหวั่นไหว  พวกเขากลัวทางแยก  วิตกกับความมืด  หวาดผวากับสิ่งที่ไม่รู้จักและเกรงกลัวกับสิ่งที่ผิดพลาด  การไม่รู้จักจบสิ้นของเส้นทางบนภูเขา  เช่นเดียวกับที่ไม่มีจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของเส้นทางชีวิต

ข้อความที่ชอบในเรื่อง "ความว่างเปล่ากับชีวิตบนทุ่งหญ้าทัสส็อค"  คือ  ที่เวิ้งว้างช่วยให้เราเข้าใจความคับแคบสับสนของชีวิต  ขณะที่ความนิ่งสงบไร้ชีวิตกลับทำให้สมเพชความผันแปรอันไร้จุดหมายของมนุษย์

ข้อความที่ชอบในเรื่อง "ทางเดินของชีวิต" คือ ต้นไม้ถือเอาจุดที่มันเกิดเป็นบ้าน  เป็นเส้นทางเดินชีวิตของมัน  ที่มันเติบโต รอคอย เจ็บปวด และรื่นรมย์จนตายลง  ต้นไม้จึงให้ภาพของชีวิตที่สงบ  การยอมรับทุกสภาวะที่เกิดอย่างเข้าใจ  ในชั่วชีวิตของมันเคยผจญพายุฝน  ลมแรงมาไม่รู้กี่สิบหน  แต่ไม่ว่าลมจะกรรโชกมันจนสั่นสะท้านกิ่งก้านบิด  มันก็ไม่เคยยอมแพ้หรือถอยหนี  สัตว์เมื่อโกรธกลัวจะเคลื่อนไหวเร็ว  แต่ต้นไม้จะยังคงนิ่งเฉย  ตั้งตัวตรงขึ้นมาใหม่เมื่อลมสงบ  ดำรงชีวิตต่อไปอย่างอดทน  เป็นโชคดีของชีิวิตอื่นที่ต้นไม้ในป่าไม่เคลื่อนตัวเพราะความโกรธหรือกลัว (ถ้าต้นไม้เคลื่อนตัวได้ป่านนี้มันคงหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านเราหมดแล้วแหงเลย  ไม่ใช่อะไรนะ  กลัวโดนตอนน่ะซิ)

ปัจจุบันอาจารย์ธีรยุทธ บุญมีเป็นอาจารย์ประจำคณะสังคมและมานุษยวิทยา  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย