โรคทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็ก

โรคทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็ก เป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดความเครียดต่อดวงตาของเด็ก เนื่องจากคอมพิวเตอร์ได้มีการบังคับให้โฟกัสของดวงตามาอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ดังนั้นจึงก่อนให้เกิดความเครียดสูงมากกว่าการทำกิจกรรมอื่น ๆ

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เด็กมักจะทำกิจกรรมข้างนอกบ้าน แต่ปัจจุบัน ในแต่ล่ะวันเด็กนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่เพียงแต่ที่บ้านแต่ยังรวมไปถึงที่โรงเรียน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาทางสายตา ปัจจุบัน พ่อแม่ควรที่จะตระหนักถึงปัญหาด้านสายตาที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ การใช้งานคอมพิวเตอร์โดยปราศจากการเคผลกระทบ

the American Optometric Association ได้กล่าวถึงผลกระทบของการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็กโดยเกี่ยวข้องกับปัจจัยดังนี้

  • เด็กไม่มีขีดจำกัดของการตระหนักในตัวเอง โดยอาจจะทำกิจกรรมกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลา 2 - 3 ชั่วโมงโดยไม่มีการพัก
  • เด็กมีความสามรถในการปรับตัว ทางสมาคมได้มีการคาดเดาว่า เด็กสามารถมองเห็นได้อย่างปกติถึงแม้ว่าการมองเห็นจะมีปัญหา นี่คือสิ่งที่มีความจำเป็นต่อพ่อแม่ในการควบคุมเวลาในการใช้งานของคอมพิวเตอร์
  • คอมพิวเตอร์ เวิร์คสเตชันมักจะมีการออกแบบให้เข้ากับผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ซึ่งเด็กจะมีร่างกายที่เล็กว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นเด็กจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนองศาในการมอง โดยปกติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรมีมุมในการมองจอคอมพิวเตอร์จากด้านบนลงล่างเล็กน้อยประมาร 15 องศา

 งานวิจัย

  • 90 % ของเด็กนักเรียนได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน
  • เด็กนักเรียน 54 ล้านคนในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนตามลำพัง
  • กุมารแพทย์ เชื่อว่าเด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนักมีโอกาสเสี่ยเป็นโรคสายตาสั้น ซึ่งผลการศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่าคอมพิวเตอร์มีผลกระทบด้านลบต่อการมองเห็นของเด็ก
  • 25 % - 30 % ของการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็ก ต้องการอุปกรณ์ทางสายตาที่เหมาะสม (แว่นตา , คอนแทคเลนส์ เป็นต้น) เพื่อที่จะทำงานได้อย่างเหมาะสมทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน (a study at the University of California ay Berkeley School of Optometry)
  • เปอร์เซ็นโรคสายตาสั้นของเด็กในช่วงประถมมีการเพิ่มขึ้นจาก 12.1 % เป็น 20.4 % ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 (a studt by the Department of Health in Taiwan)
  • การศึกษาในลักษณะที่คล้าย ๆ กันของประเทศสิงค์โปร์พบว่าภายใน 3 ปี เปอร์เซ็นของเด็กอายุ 7-9 ขวบ เป็นโรคสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเท่าตัว

 ข้อแนะนำ

กุมารแพทย์เชื่อว่าความเครียดที่เกิดขึ้นเกิดจาก การมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ (near-point world) มากกว่ากรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคสายตาสั้น เพื่อเป็นการป้องกันเด็กจาก Children and Computer Vision Syndrome (CVS) ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  1. ควรมีการตรวจสอบดวงตาอย่างละเอียด รวมทั้ง near-point (computer and reading)
  2. เวิร์คสเตชันควรจัดให้เหมาะสมกับเด็ก
  3. ระยะที่แนะนำระหว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์กับดวงตาของเด็ก คือ 18-28 นิ้ว โดยการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ใกล้กว่า 18 นิ้ว จะทำให้ดวงตาของเด็กเสี่ยงต่อการเกิดความเครียด
  4. ควรปรับเปลี่ยนหน้าจอ และแสงภายในห้องไม่ให้จ้าเกินไป
  5. พ่อแม่และคุณครูควรตระหนักถึงพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงปัญหาที่เป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาจากพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น
    • ตาแดง
    • การขยี้ตาบ่อย ๆ
    • คอเคล็ด
    • ตามัว
    • การล้าของดวงตา

 ขั้นตอนของการลดความเครียดในดวงตา

  1. ปรับแสงให้เหมาะสม
  2. กำจัดแสงที่มาจากภายนอก
  3. ลดความจ้าของหน้าจอคอมพิวเตอร์
  4. ปรับเปลี่ยนความสว่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์
  5. กระพริบตาบ่อยขึ้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา
  6. บริหารดวงตาโดยการมองไปหาวัตุไกล ๆ 10-15 วินาทีและ มองหาวัตุถุใกล้ ๆ อีก 10-15 วินาที
  7. ควรพัก 10 นาที ทุก ๆ 1 ชัวโมง
  8. ปรับเปลี่ยนเวิร์คสเตชัน
  9. บริหารร่างกายในขณะที่นั่งเพื่อเป็นการผ่อนคลาย เช่น ยืดแขน หรือขา เป็นต้น