มนุษย์มีศักยภาพไม่มีขีดจำกัดทั้งทางบวกและทางลบ
ความรู้ส่วนภูมิภาคมีมาเกือบ 50 ปีแล้ว ผมชื่นชมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาตลอด และมีโอกาสมาร่วมหลายครั้ง ในวันนี้ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสมาประสานความรู้ให้ท่านผนึกกำลังกันในการทำ Workshop แล้วนำไปแก้ปัญหา เสนอความคิดใหม่ๆ
KM การเรียนรู้ LO วัฒนธรรมการเรียนรู้
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คือองค์กรที่พัฒนาประเทศตัวจริง
- อยากให้ กฟภ. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ วัดผลได้
ผมหวังว่าลูกศิษย์ทั้งหมดใน กฟภ. จะเข้ามาร่วม Share ความรู้นะครับขอบคุณครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์








อยากให้เปลี่ยน KM ไปสู่ LO เพราะต้องการทำให้สังคมเป็นเลิศ ไม่ใช่แค่องค์กร กฟภ. เท่านั้น
ดังนั้นการจะทำอะไร จึงต้องทำ 3 ต. คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง
เราคิดแค่ว่า ทุกวันนี้ เราทำงานเยอะ แต่อันที่จริง เราทำงานเยอะ แต่เราคิดน้อย เราต้อง ใฝ่รู้ ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองให้มากขึ้น
มนุษย์มีศักยภาพ ไม่จำกัด ทั้งในทางบวกและทางลบ
เราจะต้องมีความรู้เพื่อใช้จัดการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น
องค์กรแห่งการเรียนรู้ จะทำให้เกิด
- การแข่งขันได้
- High performance
- สร้าง Good ไปสู่ Great
- ความภูมิใจของพนักงานที่ยั่งยืน ในอนาคต
1. เราต้องใช้ความรู้ที่สด และข้ามศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหา
2. เราต้องจัดการกับความไม่แน่นอนได้
3. เราต้องแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ช่วยกันสร้างสังคม คุณธรรม จริยธรรม มี Corporate Social Responsibility
http://gotoknow.org/blog/watayoot/207742
สิ่งแรกในองค์กรแห่งการเรียนรู้คือ ต้องหันมาสังเกตุตัวเองก่อน
เราเรียน แต่ยังไม่ได้นำไปใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
ต้องคิดเป็นระบบ , เดินสายกลาง , บริหารความเสี่ยง
ต้องรู้ให้จริง ให้ทันเหตุการณ์
กราบเรียน อาจารย์ค่ะ
ขอบคุณที่อาจารย์ให้ความรู้ในเรื่ององค์กรแห่งความรู้ โดยบรรยายและให้ตัวอย่างทำให้เข้าใจ และก่อนให้เกิดความรู้สึกที่จะหาความรู้ใหม่ๆ ให้กับตัวเองมากขึ้น และอยากที่จะอ่านหนังสือด้านนี้มากขึ้นค่ะ
กลุ่มที่อบรมที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์นี้ เป็นพนักงาน จากส่วนกลาง แต่ผมก็เห็นว่า ความสนใจ ความตั้งใจ และความกระตือรือล้น ก็เป็นเลิศ ไม่แพ้เขตอื่นๆ หวังว่า ทุกคน จะมีความตั้งใจที่จะใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา
จีระ หงส์ลดารมภ์
กราบเรียน ศ.ดร.จีระค่ะ
ท่านเป็นผู้มีความรู้มาก และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล และทำให้ดิฉันได้รับความรู้จากการสัมนาในครั้งนี้มาก และ สามารถนำแนวคิดของท่านที่ให้ข้อคิดต่างๆ นำไปพัฒนางานใน กฟภ. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ดร.จีระ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากเกี่ยวกับด้านทรัพยากรมนุษย์ สามารถให้ความรู้และแง่คิดต่างๆ ได้ดีมาก
การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาตนเอง และนำมาพัฒนา องค์การ สังคม รวมทั้งประเทศชาติได้
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะสร้าง วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ เพื่อนำสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ คือ คน โดยบุคลากรในองค์กร ต้องละทิ้งความคิดเก่าๆ และบุคลากรทุกระดับในองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้
- ผู้บริหารต้องมีความเข้าใจ สร้างบรรยากาศ และให้การสนับสนุน อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง
- ตนเอง หรือคนในองค์กร ต้องขวนขวาย มีความกระตือรือล้น ที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ เปิดใจกว้างพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่
ดร.จีระ มีความรู้มาก แต่ยังถ่ายทอดได้ไม่มาก การดึงศึกยภาพพนักงาน ยังน้อย การให้ความรู้ ยังถ่ายทอดไปยังพนักงานไม่ถึง
เห็นด้วยกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ กฟภ. แต่การเลือกวิทยากรในการให้ความรู้ ควรมีวิจารญานในการเลือก วิทยากรไม่ควรเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ควรยกตัวอย่าง จากสภาพแวดล้อมของประเทศ โลก และสังคม
หากผู้ฟังเกิด อคติ (Bias) ต่อวิทยากร การรับรุ้ เรียนรู้ ไม่รับเต็มเนื้อหา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำ workshop เป็นเรืองของการ Brainstorm การ Discussion ไม่ใช่การมาฟังวิทยากร พูดและชื่นชมตัวเองอย่างเดียว
เห็นด้วยกับการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนทักษะ แต่ไม่เห็นด้วยกับการเรียนรู้แบบนี้
ทฤษฎีการเรียนรู้ และการพัฒนา ศักยภาพมนุษย์
เป็นวิทยากรที่มีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถในการปลุกเร้า และสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟัง หรือผู้รับการถ่ายทอดเป็นอย่างดี โดยมีการยกตัวอย่าง เปรียบเทียบกับสถานการณ์เป็นจริง ท้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งการยกตัวอย่างจะต้องชี้ผลดี ผลเสีย ให้ชัดเจน สำหรับการตัดสินในอย่างใดอย่างหนึ่ง
- การยกตัวอย่าง อาจจะต้องวิเคราะห์ในเหตุผลทั้ง2 ด้าน คือ หากบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะกระทำหรือตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจมีผลจากปัจจัย หลายประการได้แก่
- สภาพแวดล้อม ของเหตุการณ์ในขณะนั้น
- ภูมิหลังของบุคคล
- วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของบุคคลนั้น ฯลฯ
ซึ่งการให้ความเห็นของวิทยากรอาจจะต้องคำนึงถึงความเห็นของบุคคลที่อ้างถึงด้วย ในด้านบวก เช่น ในกรณีของ กฟภ. ส่งเสริมกีฬา เพื่อการพัฒนาบุคลากร ชื่อเสียง และเอื้อประโยชน์ให้แก่วงการกีฬา ของประเทศ ควรมีแนวทางที่ชัดเจน และเตรียมพร้อมในการรับผลกระทบในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น งบประมาณ , หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
สำหรับประเด็นการพัฒนาบุคลากร (HR) ที่เน้นเรื่องการเรียนรู้ขององค์กร การทุ่มเทงบประมาณในการพัฒนา อาจเป็นปัจจัยหลัก แต่ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมที่ปลูกฝังกันมาอย่างยาวนานของ กฟภ. เช่น โครงสร้างที่เป็นยอดปิรามิด , การยึดมั่นในขอบเขตความรับผิดชอบเฉพาะหน่วยงาน
อุปนิสัยและจริยธรรมบางประการของผู้บริหาร (อัตตา, ประชาชนผู้ใช้บริการ) ซึ่งปัจจุบัน จะก้าวตามองค์กรอื่น หรือถูกชี้นำ จากองค์กรภายนอก ที่มีอิทธิพลสำหรับผลประโยชน์ขององค์กร หากจะให้ กฟภ. เป็นองค์กรที่รับผิดชอบ ต่อภารกิจ ความสำเร็จ ความก้าวหน้าของประเทศ จะต้องทำให้ กฟภ. ก้าวเดินในเส้นทางโดยบุคลากรทุกคน มีส่วนร่วมกันในการกำหนดทิศทาง มีความรับผิดชอบร่วมกัน อย่างต่อเนื่อง มีการวางแผน กำหนดทิศทาง ส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงาน เพื่อจุดหมายร่วมกัน และบางครั้งต้องมีการแก้ไขปัญหา อุปสรรค ต่างๆ ในระหว่างการก้าวสู่จุดหมายนั้น โดยอาจต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กรมากกว่า ตัวบุคคล หรือกลุ่มคน
อาจารย์ถ่ายทอดวิชาการที่ให้ความรู้อย่างมาก อาจารย์พูดเยอะ ชัดเจน ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ ว่าจำเป็นต้องมีอย่างมาก และอย่างต่อเนื่อง
ผมอยากให้พี่จีระ พูดถึงการมองไปข้างหน้า นอกจากการเรียนรู้แล้ว ผมอยากให้มีการวิเคราะห์ถึงปัญหาขององค์กรในการมองไปข้างหน้าว่าในอนาคต การใช้พลังงานไฟฟ้า นอกจากจะมีการแข่งขัน กับ SPP แล้ว การมองให้เห็นถึงพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นการอนุรักษ์พลังงาน การเตรียมพร้อมและการเตรียมตัวรวมทั้งการวิเคราะห์ และวิจัย ถึงเทคโนโลยีที่สมัยใหม่ให้พนักงานเรียนรู้ ซึ่งผมมองไปว่า พลังงานทดแทนเหล่านี้ จะนทำให้การขายพลังงานไฟฟ้าขององค์กรเปลี่ยนไป เช่นเรื่อง solar cell หรือ การใช้พลังงานจากขยะ พลังงานลม ซึ่งต่อไปพลังงานที่ใช้แทนพลังงานน้ำ หรือพลังงานถ่านหินหรือก๊าซ หรือน้ำมัน ซึ่งจะหมดไปในอีก 40 ปีข้างหน้า
ว่าที่ร.ต. ไชยยศ มุกกะนันทน์
การบรรยายของ ศ.ดร.จีระ เป็นการบรรยาย เรื่องการสร้างความตระหนักองค์กรแห่งการเรียนรู้ ท่านได้แสดงให้เห็นว่า ท่านจะมาบรรยายให้กับหน่วยงานใด ท่านได้ศึกษาวัฒนาธรรมองค์กร โครงสร้าง ของหน่วยงานนั้นๆ ก่อนที่จะมาบรรยายให้ หน่วยงานนั้นฟัง เท่ากับว่าเป็นการเตรียมตัว ค้นคว้า เรียนรู้ ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติ เท่ากับเป็นตัวอย่างให้คิดว่า ถ้าจะทำงานใดๆ ต้อง รู้จริง รู้ลึก เพียงพอก่อนที่จะลงมือทำ หากไม่มีการศึกษาเรียนรู้ ก็จะไม่สามารถดึงศักยภาพ ของผู้เข้าร่วมสัมนาในโครงการได้ เหมือนสุภาษิตที่ว่า "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" เพราะการเรียนรู้ ซึ่งเป็นพื้นฐานของคนทุกคน หากทุกคนลืมพื้นฐานของการเรียนรู้ จะไม่ประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง
ดร.จีระ นอกจากจะเป็นวิทยากรที่มากด้วยความรู้และประสบการณ์แล้ว ยังเป็นผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง และมีศิลป์ในการพูด สามารถกระตุ้นให้ผู้เข้ารับการสัมนาเกิดความตื่นตัว และเกิดความสนใจเกี่ยวกับเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
นายไพบูลย์ รูปประดิษฐ์
อาจารย์ควรปูพื้นฐาน ความรู้ก่อน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจก่อนที่จะมีการทำ workshop
เอกสาร ควรมีเนื้อหา ที่น่าสนใจ มีรายละเอียดเพียงพอ
- อาจารย์จีระ ควรพูดถึงรายละเอียด ของทฤษฎีให้ผู้ฟังเข้าใจบ้าง เพราะบางคนไม่รู้เรื่องมาก่อน บางทฤษฎี อาจารย์แต่ละคนอธิบายต่างกัน ซึ่งผู้เข้าสัมนา ควรจะได้ความรู้มากในเรื่องพื้นฐานของทฤษฎี
- ชอบที่เป็นคนพูดวิจารณ์ วิเคราะห์ ตรงไปตรงมา
- เมื่ออาจารย์ให้ทำ workshop แล้ว ก็ควรเปิดโอกาสให้ present ครบทุกกลุ่ม อาจจะใช้เวลาสั้น ๆ
- อาจารย์บริหารเวลาได้ดีมาก เพราะการพูดถึงเวลา จะมีการบอกล่วงหน้า
- ช่วงทำ workshop อาจารย์พูดออกไมโครโฟน ตลอด ทำให้ผุ้เข้าสัมนาทำ workshop ไม่ได้ (จนเวลาหมด)
จากการที่ได้มีโอกาส ได้เข้าอบรม องค์กรแห่งการเรียนรู้ กับท่าน ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ได้รับความรู้ และแนวคิดที่มีประโยชน์ ถือเป็นการจุดประกาย การให้ความคิดเพิ่มพูน ความรู้ รวมทั้ง แบ่งปันและแลกเปลี่ยนความซึ่งกันและกัน ให้จริงจัง และชัดเจนมากขึ้น
ดิฉันกราบขอบคุณท่านอาจารย์ที่สละเวลามาให้ความรู้ แก่พนักงาน กฟภ. สิ่งที่ได้รับอย่างมากคือ การกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้ นอกกรอบ และ ความรู้อื่นๆ ทั่วไปที่เคยคิดว่า อาจไม่สำคัญ จนทำให้ตระหนักได้ว่า ไม่ว่าความรู้ด้านใด ก็มีความสำคัญทั้งนั้น จึงตั้งใจจะหาความรู้ให้มากขึ้น กว่าที่เป็นอยู่