วันหนึ่ง  มีความรู้สึกโกรธมาก  แต่โชคดีที่ระงับความโกรธนี้ได้  นั่งภาวนาจิต พุทโธ หลายรอบ  และคิดเพ่งโทษตนเองว่า.....หากจะเป็นผู้บริหารที่ดี  ต้อง  หลีกเจ้า 4 อ.นี้ให้ได้ 

4 อ.คืออะไรนะ.....

อ.ที่ 1  .....หมายถึงอำนาจ 

อำนาจที่ได้มา ที่มีอยู่อย่างชอบธรรม  จงน้อมนำประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในขอบเขตของอำนาจนั้น  ใช้อำนาจนั้นในหนทางตามครรลองคลองธรรม  ไม่ลุแก่อำนาจ  ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด  ไม่หลงอำนาจ.....แล้วท่านจะเป็นผู้บริหารที่ได้...ใจของคนรอบข้าง   ทำอะไรก็ประสบกับความสำเร็จ  มีบรรยากาศแห่งการทำงานร่วมกันที่ดี  มีความสุขความเจริญ

อ.ที่ 2  .....หมายถึงอาฆาต

ความอาฆาต  มักจะตามมาจากการที่ใช้อำนาจ  ใช้ไม่ได้  ใช้ไม่ได้ผล  ก็จะเกิดความรู้สึกไม่พอใจ  ไม่พอใจนานๆเข้า มากๆเข้า  ก็จะกลายพันธุ์ เป็นความอาฆาต  ผูกใจเจ็บ  พยายามคิดหาหนทางจะกำจัดให้พ้นทางออกไป  การที่จะเป็นผู้บริหารที่ดี  หากมีความอาฆาต  มักจะนำพาให้ท่านไปสู่หายนะ  ด้วยท่านมีอำนาจ  คนรอบข้างกลัวเกรงท่าน เหมือนสัตว์ป่าเล็กๆ ที่ได้ยินเสียงจ้าวป่า....ราชสีห์คำราม ก็กลัวหัวหด ฉันนั้น

อ.ที่ 3  .....หมายถึงอารมณ์

อารมณ์หมายถึง  อารมณ์ที่ค่อนข้างติดลบ  อารมณ์ที่ไม่สุนทรีย์  อารมณ์บูดบึ้งอย่างไม่มี  อย่างไม่รู้เหตุผล  ผู้คนที่อยู่รอบข้าง  ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า  ท่านผู้บริหารท่านนี้เป็นอะไร   ท่านมีอารมณ์บูดบึ้ง  อารมณ์ไม่คงเส้นคงวา  ผู้คนก็พากันหนี  ไม่กล้าเข้าใกล้  ทำอะไรก็ไม่มีใครเข้าช่วยเหลือ  แล้วงานจะเสร็จได้อย่างไร

อ.ที่ 4  .....หมายถึงอคติ

นี่ก็เป็นตัวร้าย  อย่ามีอคติกับผู้คนรอบข้าง  เจ้า อ ตัวนี้ร้ายนัก  มันข่มเหงผู้คนที่ดี มามากนักต่อนัก  การมีอคติ  มักจะทำให้พฤติกรรมที่ไม่ดีออกมาอย่างชัดเจน  ไร้มารยาท  ไร้ความเป็นผู้เจริญ  ใจแคบ  ไม่มีเหตุผล  .....ตามใจตนเอง  เห็นมามากนักกับ......เรื่องอคตินี้

หรือจะเพิ่ม อีก อ.ที่ 5.....ที่อันตรายมาก  หากไม่รู้จักให้ดี  หากไม่เข้าใจให้ดี   อ.นี้อาจะร้ายที่สุดก็เป็นได้  นั่นคือ อ.อ้อย นั่นเอง......