เส้นทางพอเพียง

เอกสารประกอบผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 8

วริสรรักษ์พันธุ์  ชายหนุ่มผู้กล้าสร้างกระท่อมในหอประชุมกรรมกรผู้จัดการชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท

 


                 การก้าวเดินของคนย่อมเหมือนหรือแผกกันไปตามเส้นทางที่ตนคาดคิดว่าจะสู่จุดหมายปลายทางซึ่งจุดหมายปลายทางจะถูกกำหนดด้วยกรอบแกร่งของสังคมบางคนก็อาจหาญก้าวพ้นหรือถอยหลังจากกรอบนั้นอย่างไม่ใยดีกว่าจะถึงจุดหมายย่อมพบเส้นทางที่วกวนถึงจุดหมายแล้วไม่พบเจอแม้แต่ความหมายอะไรเลยก็มีหากเพราะผู้คนต่างสับสนวกวนในปลายทางจอมปลอมจึงไม่อาจก้าวไปในจุดหมายอันแท้จริงได้ในช่วงชีวิตจนตายไปกับความว่างเปล่าเป้าหมายการอยู่ร่วมกันบนโลกนี้อย่างผาสุกศานติและภราดรภาพใช่ไหมที่เป็นความปรารถนาแท้จริงของเพื่อนร่วมโลก

                 วริสรรักษ์พันธุ์ชายหนุ่มผู้กล้าสร้างกระท่อมในหอประชุมเป็นผู้หนึ่งที่มีชัยในเส้นทางของตน ก่อนที่จะวกวนจนล่มสลายไปในเวิ้งกระแสแห่งทุนนิยมสามานย์

                        พลันที่ฟองสบู่เศรษฐกิจแตกตูมในปี 2540 กระแสลมพายุร้าย เมฆดำทมึน เกลียวคลื่น ถาโถมซัดสาด นาวาใหญ่ต้องคลื่นลมอยู่กลางท้องทะเลกว้างใหญ่ โดดเดี่ยวและไร้ทิศทาง เรือลำใหญ่ภายใต้การควบคุมของนายท้ายเรือมาด(กัปตัน)บังคับเรือด้วยความโดดเดี่ยวและไร้ซึ่งทิศทาง ไม่มีแม้แต่ความรู้จักกับวิธีการบังคับเรือลำใหญ่โตนั้น ไม่นับถึงคลื่นลมแรงในทะเลนอกอันกว้างใหญ่ กัปตันผู้คุ้นเคยกับเรือลำน้อยและลมพัดชายฝั่งหมดปัญญาจะนำพาเรือและชีวิตผู้ร่วมทาง ทำได้เพียงปล่อยและรอคอยการอัปปางลงเป็นสุสานใต้ท้องทะเล ท่ามกลางบรรยากาศอึงอลและไร้จุดหมาย ไม่มีตำรา หรือใครและใครจากสำนักไหนจะชี้ทางนำพาให้รอดพ้น คงเพราะต่างคนก็ต่างปิดตำราหาทางช่วยเหลือตนเองให้พอรอดพ้นอยู่เช่นกัน จุดจบอันสงบจากความอลม่านของกระแสคลื่นลมคงเป็นปลายทางเบื้องหน้า

                        แล้วเช้าวันหนึ่งท่ามกลางบรรยากาศที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงนั้น ปรากฏร่างชายชาวนาผู้ขี่ขอนไม้เล่นในทะเลบ้าคลั่งลอยน้ำมาใกล้เรือใหญ่ แล้วตะโกนว่าบังคับเรือตามข้า ๆ มาแล้วผู้นั้นก็พาไม้ขอนแหวกว่ายทะเลบ้าคลั่งนำหน้าไปอย่างไม่กระหนกตกใจ มองคลื่นใหญ่ราวพลิ้วน้ำในโอ่งมังกร

                        เขากระโจนขึ้นบนเรือด้วยท่าทีมาดมั่น ท่ามกลางคนตกใจระคนประหลาดใจของผู้คนในเรือใหญ่ แล้วขีดเขียนแผนยุทธศาสตร์การนำเรือใหญ่ฝ่ามรสุมและคลื่นลมบ้าคลั่งบนกระดาษแผ่นเดียวด้วยลายมือขีดเขียนและภาพวาดอันยุ่งเหยิงซับซ้อน และสับทับว่านี่เป็นแนวทางตามรอยพ่อ ที่พอเพียง มันจะนำพาชีวิตและนาวาใหญ่ให้รอดพ้นได้อย่างมีเหตุมีผล การตัดสินใจอย่างมีขั้นตอนด้วยปรัชญา         เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละเรื่อง  จึงเกิดขึ้นกลางมรสุมนั้น

                        เช้าวันหนึ่ง อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร พาผมเดินดูบริเวณรีสอร์ท แล้วขีดเขียน วาดภาพอะไรต่ออะไรลงในกระดาษแผ่นเดียวให้ผม  บอกว่านี่เป็นแนวทางตามพระราชดำริ จงปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมจะสำเร็จจะนำพาให้เกิดการแก้ปัญหาและสู่ความมั่งคั่งมั่นคงยั่งยืน โดยอาศัยบันใด 5 ขั้น คือ

หนึ่ง ต้องพึ่งพิงตนเองให้ได้อย่างน้อย หนึ่ง ใน สี่

สอง ต้องรู้จักพอและพอประมาณ

สาม  ต้องรู้จักการแบ่งบัน การแจกจ่ายจะได้เพื่อนพวก

สี่      รวมตัวกันขยายงานให้เกิดความร่วมมือ เกิดกิจกรรมใหม่

ห้า    ค่อยทำการค้า การขาย เพราะมีพื้นฐานแน่นแล้ว มีการเอื้อเฟื้อกัน พึ่งพากันทุกคน มี

        ศักดิ์ มีศรีเท่ากัน ทั้งชาวไร่ ชาวนา ชาวประมง นักธุรกิจท่องเที่ยว เป็นสังคมใหญ่ที่รู้รัก

        สามัคคีตามที่พระเจ้าอยู่หัวรับสั่ง

 

วริสร รักษ์พันธ์ ผู้ประกาศตนว่าเป็นกรรมกรผู้จัดการชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท เล่าให้เราฟังถึงแรงบันดาลใจในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในงานจัดการ  รีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดชุมพร ขณะที่ฐานะการเงินของกิจการอยู่ในบรรยากาศที่รอการล่มสลายลงด้วยหนี้สินพอกพูนถึง 300  ล้านบาท จากการลอยตัวค่าเงินและรูปแบบปัญหาสารพัดสารพัน

อะไรคือยุทธศาสตร์บนกระดาษแผ่นเดียว ของอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร

คำถามที่ทุกคนกังขา เขากางกระดาษแผ่นหนึ่งให้ดูเป็นลายมือขีดเขียนอย่างหยาบ ๆ อัดแน่นไปด้วยคำอธิบายโยงเส้นสายเป็นเชิงอรรถกับภาพต่าง ๆ เห็นเป็นรูปนาข้าวบิ้งเล็ก ๆ โรงเรือน แปลงผัก และหลากหลายสิ่งจนแทบมองไม่ออกว่านั้นคือ ทางออกที่เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์อันมืดมิดได้อย่างไร

เขาให้ผมเปลี่ยนสวนหย่อมเป็นแปลงนาข้าว

เขาให้ผมทำแปลงผักรอบ ๆ ห้องประชุมใหญ่

เขาให้ผมทำคอกไก่ คอกเป็ด แล้วให้นำเศษอาหารจากครัวมาผลิตเป็นอาหารเป็ดอาหาร

                          ไก่

เขาให้ผมปลูกพืชกินได้ตามเส้นทางเดิน

เขาให้ผมทำโรงเรือนให้พนักงานตำข้าวซ้อมมือ

เขาให้ผมขุดสระเลี้ยงปลา และบำบัดน้ำเสียเรียกว่ากระโถนท้องพระโรง

เขาให้ผมผลิตของใช้เองจำพวกสบู่ ยาสระผม และน้ำยาขัดห้องน้ำ

เขาให้ผมฝึกพนักงานให้เรียนรู้เข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรียกว่า ระเบิดจากข้าง

                          ใน

เขาให้ผมปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง

เขาให้ผมทำเกษตร 4 ชั้น

เขาให้ผมห่มดิน และสำทับว่าอย่าปอกเปลือกเปลือยดิน

เขาให้ผมดูแลรักษาดิน ว่าจงเลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช

เขาให้ผมปลูกพืชผักและต้นไม้บนดินลูกรังอัดแน่นโดยการห่มดินด้วยเศษ กิ่ง ใบไม้

เขาให้ผมตั้งโรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้สอนคนเรื่องกสิกรรมธรรมชาติ โดยที่ผมไม่กระดิก   

  หูว่ามันจะเกี่ยวอะไรกับการจัดการโรงแรมที่ผมร่ำเรียนมา

เขาให้ผม...”

ผมว่ามากไปแล้วนะ เขาให้คุณทำมากมาย แล้วคุณวริสร รักษ์พันธุ์ ได้ทำตามที่ อาจารย์

   วิวัฒน์ ศัลยกำธร บอกสักกี่อย่าง

เรารีบตัดบทเพื่อค้นหาความจริงก่อนที่ความเพ้อฝันของเขาคนนั้นจะสร้างความสับสนวุ่นวายให้คุณวริสร รักษ์พันธุ์

ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากแปลงนาในช่วงแรก แต่จากจุดแรกผมได้ฝึกตน เรียนรู้ ขยับสู่การทำสิ่งอื่น ทั้งแตกหน่อต่อยอดเป็นโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ จนเห็นผลและรู้สึกสนุกกับมัน เรียนรู้กับมันจนเริ่มเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวว่าเกี่ยวข้องกับอาชีพของเราอย่างไร

วริสร รักษ์พันธุ์ นำเราไปดูกิจกรรมต่าง ๆ ภายในขอบเขตชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท เนื้อที่ 40 ไร่ เราเห็นทั้งสิ่งที่เห็นด้วยตาเป็นรูปธรรม เห็นกับใจ เห็นคุณธรรม กับคำอธิบายลึกซึ้งเข้าถึงปรัชญา ปนความสนุกสนานเสียงครึกครื้น คึกคักและคล่องแคล่ว

1. หน้าชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท ทะเลใสสวย ทราบว่ากฎกติกาของจังหวัดชุมพรถูกกำหนด(บังคับ) ว่าห้ามมิให้มีการขับรถ ก่อไฟ บนชายหาด ห้ามมีสกูตเตอร์ เรือกล้วย ที่ทำให้วุ่นวาย ขาดความสงบ ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการผลักดันของคุณแม่อัจฉรา สมัยเป็นนายกสมาคมท่องเที่ยวชุมพร

2. บนหาดทรายขาวสะอาด มีผักบุ้งทะเลเลี้อยอยู่เต็มไป ทราบว่าได้แนวคิดอนุรักษ์ชายหาดจาก ดร.สุรพล สุดารา

3. เราทราบว่า คุณวริสร รักษ์พันธุ์ ได้นำทีมนักท่องเที่ยว นักดำน้ำไปกู้วิกฤตใต้ทะเล โดยการทำความสะอาดท้องทะเล ดักอวน เก็บขยะ มานานกว่า 10 ปีแล้ว

4. รอบ ๆ อาคารมีลำธารคอยบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น ใช้หญ้าแฝก ผักตบ ธูปฤาษี คล้า  บอนท่า เป็นการป้องกันไม่ให้น้ำเสียไหลลงทะเล

5. ริมเส้นทางเดินเท้า ทำเส้นทางเดินน้ำคดเคี้ยว เพื่อสร้างระบบบำบัดน้ำโดยธรรมชาติวิถี และเลี้ยงดิน โดยให้มีน้ำอยู่บนพื้นดินนานที่สุด ทราบว่านำแนวคิดการจัดการต้นน้ำมาจากป่าต้นน้ำพะโต๊ะ

6. ลำธารระหว่างป่าพรุกับสันทราย เป็นที่เก็บกักน้ำ สำรองน้ำ ปลูกต้นไม้ครึ้ม และบำบัดด้วยกก คล้า คลุ้ม หญ้าแฝก บอนท่า

7. อาคารตัวโรงแรม ที่ก่อสร้างอิฐบล็อกประสานแน่นหนา ป้องกันการกระแทกของแรงลมได้ถึง 260 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทนแรงแผ่นดินไหว 7.5 ริกเตอร์ และภายในมีช่องว่างเพื่อแผ่แก่ผู้คนทั้งตำบล หากเกิดเหตุการณ์เสมือนคราวพายุเกย์ ที่นี่จะสามารถรองรับ ปกป้องคนได้เกือบพันคน

8. แปลงนาเป็นบิ้งเล็ก ๆ ปลูกข้าวเขียวขจีรอบอาคารที่พัก ได้รับคำอธิบายว่า เป็นการทำตามคำบอกเล่าของแม่ที่เคยเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวและพระองค์ดำรัสว่าอย่าทิ้งเรื่องข้าว คนใต้จะลำบากมากถ้าไม่มีข้าวกิน

9. มีแอ่งน้ำเล็ก ๆ ริมทางคล้ายกับบิ้งนา แต่เป็นที่สะสมพืชน้ำ เช่น สันตะวา ช้อง หญ้าน้ำ บัวต่าง ๆ และมีของเล่นในการบำบัดน้ำ

10. หลายซอกมุมปลูกพืชอาหารเป็นพืชผักต่าง ๆ เห็นเป็นป่า ถูกอธิบายว่าเป็นป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มุมหนึ่งของรีสอร์ทมีการปลูกแบบเกษตร 4 ชั้น

11. มีสระน้ำ ชื่อ กระโถนท้องพระโรง เป็นที่รองรับน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วมารวมไว้ ณ ที่นี่ก่อนปล่อยลงลำธาร เห็นพืชน้ำ หอย ปลา ปู เต็มสระ

12. มีโรงเรือนเป็นที่ให้ ป้า ลุง แก่ ๆ สามสี่คนช่วยกันสีข้าว ตำข้าวกับครก ฝัด ร่อน และกินหมากปากแดง ทราบว่าป้าลุงทั้งหลายเป็นพนักงานบริษัทรอดพอดี ซึ่งบริษัทนี้มีหลักการดังนี้ รวบรวมผู้คนที่เลยวัยทำงานโรงแรมมารวมตัวกันแล้วให้ตั้งเงินเดือนกันเอง เมื่อได้ตัวเลขรวมแล้วก็เริ่มดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ผลิตน้ำยาสระผม สบู่ เลี้ยงเป็ด ไก่ ผลิตข้าวกล้อง ฯลฯ ให้ได้เงินพอจุนเจือตามเกณฑ์เงินเดือนที่ตั้งไว้ทำมากได้มากเป็นการแบ่งปันรายได้จากน้ำพักน้ำแรงอย่างเป็นธรรม

13. พื้นที่เป็นทรายแห้งแล้งเห็นการปลูกหญ้าแฝกเป็นร่อง แล้วปลูกผักสวนครัวอัดแน่นลงจนหลากหลาย

14. เห็นป้ายบริเวณจุดทานอาหารพื้นเมือง 4 . ดม ดู ดื่ม แดก  เป็นการส่งเสริมให้เห็นวัฒนธรรมการกินพืชผักผลไม้ของไทยเรา เพื่อเป็นโอสถ

15. เห็นหอประชุมรูปโดม หลังคาโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ ภายในกลับเป็นกระท่อมหลังเล็ก ๆ เรียงรายเป็นหมู่บ้าน ได้รับการอธิบายว่าทำเพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกษตรอินทรีย์ และเศรษฐกิจพอเพียงเข้าพักอาศัยอย่างเรียบง่ายพอเพียง และมีความหมาย

16. เห็นโรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ กสิกรรมธรรมชาติเพลิน เป็นอาคารใช้สำหรับการสร้างอุดมการณ์ การเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ เศรษฐกิจพอเพียง ฝึกฝนผู้คนทั่วประเทศไปเกือบ 20 รุ่นแล้ว

17. พบเห็นแปลงปลูกพืชผักผลไม้หล่อเลี้ยงโรงแรม (รีสอร์ท) ที่ปลูกบนดินลูกรังอัดแน่นด้วยการห่มดินโดยใช้วิธี จัดการเลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช เราเห็นมะละกอต้นโตดาษดื่นไปด้วยผลเต็มคอต้น ตลอดจนพืชอื่น ๆ เช่น ตะลิงปิง มะเขือ มะนาว ฯลฯ

18.  เห็นโรงตั้งต้น บริษัทรอดพอดี เป็นที่ผลิต

                               18.1 บ้านคนมีน้ำยา ผลิตน้ำยาที่ใช้ในรีสอร์ทเองทั้งหมดจากวัสดุธรรมชาติ  และเศษวัสดุจากโรงแรม ได้แก่ ยาสระผม สบู่ น้ำยาอเนกประสงค์ไว้ขัด ล้าง ซัก ฯลฯ ให้เราทราบว่าแต่ละเดือนประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าของเหล่านี้ประมาณ 60,000 บาท

                              18.2 มุมวิศวกะ (ดำรงค์ คอมเพล็กช์) เห็นการง่วนงุ่นผลิต ประดิษฐ์สิ่งของหลายหลาก ตั้งแต่การผลิตไบโอดีเซลใช้เองจากน้ำมันพืชใช้แล้ว และผลิตกรีเซอรีลจากกระบวนการเพื่อทำสบู่ล้างมือ เราเห็นเครื่องมือต่าง ๆ ที่คุณดำรงค์ (สมาชิกบริษัทรอดพอดี) คิด ประดิษฐ์ด้วยตัวเอง

                               18.3 เครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากตะใคร้ มะพร้าว ฯลฯ

                               18.4 เครื่องผลิตถั่วงอกชีวภาพ

                               18.5 โรงสีขนาดเล็กขนาดหนึ่งเกวียนต่อวัน ใช้สีข้าวอินทรีย์เพื่อบริโภคในโรงแรม ทราบว่านำข้าวจากการผลิตด้วยเกษตรอินทรีย์มาบริโภคในโรงแรมและจำหน่ายเป็นข้าวกล้องอินทรีย์สร้างรายได้แก่ บริษัทรอดพอดี

19. เห็นโรงเลี้ยงไก่ด้วยอาหารจากโรงครัว และเป็นไก่ปลอดสารพิษ โดยใช้อาหารอย่างดี จากเศษอาหารที่เหลือจากโรงครัวมาปรุงเป็นอาหารไก่อินทรีย์

 

 

20. เห็นเรือนและบ่อเก็บอุจจาระ เพื่อใช้ทำปุ๋ยตามแนวพระราชดำริ เพื่อนำมาเป็นปุ๋ยแจกจ่ายให้เครือข่ายไปใส่นาข้าวเพื่อฟื้นฟูข้าวเหลืองปะทิว เราจึงรับรู้ว่าคุณวริสร รักษ์พันธุ์ เป็นผู้ที่นำข้าวเหลืองปะทิวคืนถิ่นให้ชาวบ้านได้รื้อฟื้น รวมเป็นกลุ่มพวก ทั้งนำเสนอเป็นการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวไปกินข้าวกลางท้องนา ฟังเพลงมนต์รักลูกทุ่ง

21. เตาเผาถ่านจากเศษวัสดุ เพื่อให้เป็นถ่านคุณภาพสูง และน้ำส้มควันไม้ทำเป็นยาไล่แมลงและเป็นน้ำยาบำบัดรักษาสุขภาพ

22. เห็นโรงเอ็นไซม์ เป็นโรงผลิตน้ำหมักชีวภาพจากวัสดุต่าง ๆ หลายสิบถัง

ช่วงพักเราได้ดื่มกาแฟอุ้มชู ชื่อ กาแฟรักสารสิน เป็นกาแฟที่ผลิตด้วยวิธีอินทรีย์ของเกษตรที่ได้เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงก่อเกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน เป็นการอุ้มชูให้เกษตรมีโอกาส มีทางสู้ และส่งเสริมให้ใช้วิธีแห่งเกษตรอินทรีย์ หรือการอนุรักษ์ต้นน้ำ และตั้งเป็นบริษัทอุ้มชูไม่จำกัด

พวกเราได้ลิ้มรสผลไม้ เช่น ส้มโชกุน ลองกอง เงาะ ฯลฯ ที่มาจากเครือข่ายการอุ้มชู และแบ่งปันจากโรงเรียนเกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งหงส์ อีกรูปแบบหนึ่งที่เชื่อมเครือข่ายอุ้มชูเกษตรกับรูปพลังทางสังคมการเรียนรู้ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ และเศรษฐกิจพอเพียง

โปรแกรมท่องเที่ยวที่จัดของที่นี่เชื่อมต่อกับกิจกรรมของกลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำบนภูเขาแห่งป่าต้นน้ำพะโต๊ะ  เชื่อมต่อกับชุมชนการเกษตร ถึงชาวประมงและเกาะรังนก จนเห็นภาพการเชื่อมโยงมิติจาก             ภูผาสู่มหานที

เราถามถึงอดีต ความเป็นมา  ปัจจุบันและอนาคต

เขาได้แนวคิดมาจากกลุ่มผู้มากประสบการณ์ จากหลายยุคตั้งแต่รุ่นพ่อ ได้แก่ นักเขียน                นักอนุรักษ์เก่าแก่ และนักคิด นักอนุรักษ์ นักพัฒนาร่วมสมัย เช่น แนวการจัดแหล่งท่องเที่ยวจากคุณภราเดช พยัฆวิเชียร เป็นต้น

ณ ปัจจุบันได้หล่อหลอมแนวคิดและวิถีจากหอคอยงาช้างถึงท้องทุ่งนา ป่าเขา เป็นผลึกความคิดอันเปล่ง ประกายงาม  มีความจงรักภักดีเป็นแก่นแกนสะท้อนแสงวาบไหวไปสู่เพื่อนมนุษย์ เพื่อนำพาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อของแผ่นดิน

พลังที่ได้จากคุณความดีที่เชื่อมต่อกับบุคคลผู้ซึ่งร่วมแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ผลักดันเขาก้าวออกสู่วิถีแห่งการเดินทางบนเส้นทางแห่งการแบ่งบัน ผูกพันวิถีชีวิตแห่งคนกับน้ำ กับป่า อนาคตของเขาเป็นภารกิจชีวิตที่ต้องขับเคลื่อนแนวเศรษฐกิจพอเพียง

เราถามด้วยแววตาว่า มีหรือนายทุนจะอารี เขาตอบด้วยแววตาที่เราเชื่อมั่นว่ามนุษย์อาจโกหกกันได้ด้วย ลีลาท่าทางและเหตุผลที่กล่าวอ้าง แต่มิอาจโกหกได้ด้วยแววตา