บันทึกแถวสุดท้าย ผู้เขียนเขียนว่า ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง ขอให้แม่จงหายจากโรคนี้ ให้แม่ลุกขึ้นมาพูดคุยกับลูกได้อีกสักครั้งเถิด
๓๐ กันยายน ๒๕๓๐
เย็นวันนั้นผู้เขียนอยู่บ้านคนเดียว ขณะที่กำลังตักข้าวจะใส่ปาก ก็เกิดมีอาการชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ใจหายและคิดถึงแม่ที่ป่วยหนักขึ้นมาอย่างแรง ผู้เขียนวางจานข้าว แล้วเข้าห้องหยิบสมุดบันทึกมาเขียนบันทึกถึงแม่
เนื้อความนั้นได้บันทึกตั้งแต่วันที่แม่ออกเดินทางไปโคราช ไปเที่ยวบ้านพี่สาว ซึ่งแต่ก่อนนี้แม่ปฏิเสธนักหนา คะยั้นคะยออย่างไรก็ไม่ยอมไป แต่คราวนี้แม่อยากไป
ก่อนวันเดินทาง หนึ่งสัปดาห์ แม่ให้ผู้เขียนพาไปดัดผม แม่เป็นคนรักสวยรักงาม และแม่ก็เป็นคนงามด้วย แม่ชอบนุ่งผ้าถุงไทยๆ และใส่เสื้อลูกไม้ ยังชื่นชม ที่แม่มักใช้สีเสื้อผ้าได้สวยงาม สีแปลกๆ ที่ดูแล้วไม่เบื่อตา เช่น สีกลีบบัว สีน้ำตาลทอง สีคราม เป็นต้น ผ้าถุงแม่จะพับเก็บเรียบร้อย เนื้อดี แต่เวลาอยู่บ้านเฉยๆ แม่จะใส่คอกระเช้า สายเล็ก รัดรอบอกเรียบร้อย ผู้เขียนรักแม่ และทรงจำถึงแม่ชัดเจนเสมอ
ได้ทราบข่าวอีกครั้ง แม่ป่วยเป็นโรคไตวายเฉียบพลัน เข้าโรงพยาบาลด่วน ที่โคราช
ผู้เขียนพยายามพลิกตำรามาอ่านเรื่องโรคนี้ เพื่อจะได้ประเมินอาการของแม่ถูก ครั้งสุดท้ายที่ไปเยี่ยมแม่ ดูแม่จะไม่ค่อยรู้สึกตัวเท่าไหร่ หมอต้องล้างไตหลายครั้ง
ผู้เขียนอ่านตำราจบ ได้ใจความว่า โรคไตวายเฉียบพลันนี้ มักทำให้คนไข้เสียชีวิตได้รวดเร็วกว่าชนิดเรื้อรัง
บันทึกแถวสุดท้าย ผู้เขียนเขียนว่า ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง ขอให้แม่จงหายจากโรคนี้ ให้แม่ลุกขึ้นมาพูดคุยกับลูกได้อีกสักครั้งเถิด
จบแค่นั้นจริงๆ ผู้เขียนได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาที่บ้านพัก คิดว่าคงเป็นคนไข้ แต่ปรากฏว่าเป็นรถของน้องชาย ที่ลงมาบอกว่า "แม่เสียชีวิต"เมื่อสี่โมงเย็นนี้เอง
เป็นเวลาที่ผู้เขียนกำลังคิดถึงแม่อย่างแรงพอดี
ผู้เขียนคิดถึงแม่ และเสียใจที่ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง แม่จึงมาจากไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการเจ็บป่วย ที่ไม่ถึงครึ่งเดือนเช่นนี้
จำวันที่แม่ไปโคราช พอขึ้นรถเรียบร้อย ยังโบกมือไหวๆ ให้ลูกๆที่มาส่ง ไม่นึกว่านั่นคือการโบกมืออำลาครั้งสุดท้ายของแม่ด้วย
แม่ไปได้ไม่ถึงเดือน ผู้เขียนโทรศัพท์ไปหา และว่าสิ้นเดือนจะไปรับกลับนะ แม่ก็คาดคั้นว่า ต้องมารับให้ได้ นับจากวันนั้นอีกสิบกว่าวันต่อมา ก็ถึงวันสิ้นเดือน ผู้เขียนก็ได้ไปรับแม่กลับมาจริงๆ ตามสัญญา แต่แม่มาด้วยร่างที่ไร้วิญญาณ
วันนี้ครบรอบวันที่แม่จากไป ผู้เขียนระลึกถึงแม่ ไปไหว้ที่เจดีย์ ไปถวายภัตตาหารพระทั้งวัด หวังส่งกุศลไปให้ ไม่ว่าแม่จะอยู่ ณ ที่แห่งใด ลูกขอให้บุญทั้งหลายที่ได้กระทำแล้วนี้ จงได้ถึงแม่และแปรเป็นความสุข ตามที่แม่ปรารถนาทุกประการ
กาลเวลาที่ผ่านมา ๒๑ ปี ไม่ได้ทำให้ลืมแม่ได้ลงเลย
ในแต่ละปี ผู้เขียนมีวันที่คิดถึงแม่หลายวัน ตั้งแต่วันที่ตัวเองเกิด วันแม่แห่งชาติ วันไหว้บรรพบุรุษ วันสงกรานต์ รวมถึงวันนี้วันตายของแม่ แม่อยู่ในหัวใจของลูกเสมอ ตราบนานเท่านานจ้ะ
รักแม่
๓๐ กันยายน ๒๕๕๑
โยคีน้อย
อนุโมทนากับการเป็นอภิชาติบุตร
อย่าประมาท ในทุกลมหายใจเข้าออกจ๊ะ
สวัสดีครับ คุณตันติราภรณ์
อ่านเรื่องเล่าของคุณแล้ว ผมซึมซับความรู้สึกร่วม
เป็นความจริงที่เห็นเชิงประจักษ์ พวกหมอ พยาบาล มักขาดโอกาส ดูแลบุพการียามป่วยไข้ ทั้งที่ความคาดหวังของพ่อแม่อยากให้ลูกได้ดูแลในบั้นปลาย หลายรายเป็นย่างนี้
สวัสดีค่ะคุณตันติราภรณ์
คงไม่มีสิ่งใดมาห้ามความรู้สึกนี้ได้ เคยบอกเพื่อน ๆ น้อง ในที่ทำงานว่า วันนี้พวกเรายังมีพ่อ มีแม่ให้เราเป็นห่วง ให้เราคิดถึง ขอจงทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ก่อนที่โอกาสนั้นจะหลุดลอยไป ขอร่วมระลึกถึงคุณแม่ของคุณตันติราภรณ์ด้วยคนค่ะ
ความทรงจำเป็นนิรันดร์ ...
ความดีก็เป็นนิรันดร์
สายใยแห่งการเป็นผู้กำเนิด...ยิ่งเป็นนิรันดร์ในตัวมนุษย์
....
ขอให้มีพลังชีวิต สู่การสร้างสรรค์ตัวเองและสังคมสืบไป... นะครับ
ซึ้งอ่ะครับ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
แม่เป็นคนพูดน้อยค่ะ
มีลูกหลายคน 8 ค่ะ
แต่ดูแม่ไม่เครียดที่ต้องดูแลลูกมากเลย
ทำอาหารอะไร ก็แบ่งไว้ให้ทุกคน
แม่เจ็บป่วยก็อดทน สั่งด้วยว่า ถ้าแม่เจ็บหนัก ให้ปล่่อยแม่ไป ไม่ต้องกังวล
เสียดายวันที่แม่เสียชีวิต โยคีน้อยไม่ได้อยู่ด้วย
เพราะกลับมาทำรายงานสิ้นเดือน
สุดท้ายต้องกลับไปรับแม่ตามที่สัญยาไว้จริงๆ
วันสิ้นเดือน
ชีวิตไม่แน่นอนจริงๆค่ะ
สวัวดีค่ะคุณบังทิม
ที่สุดชีวิตต่างก็ดโลดแล่นกันไป ไม่เป็นไปตามที่ตังใจไว้
เรื่องราวจึงเป็นอย่างที่เล่ามา
ได้แต่คิดถึงแม่เสมอ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน
เรื่องความตายเป็นจริงเสมอ
แต่ไม่มีใครกล้าคิดล่วงหน้า
ดังนั้น เมื่อวันนั้นมาถึง
จึงได้แต่เสียดาย
ดีจังเลยค่ะ ที่คุณครูได้ให้สติแก่น้องๆ คงทำให้มีผู้ระลึกถึงพ่อแม่บ้างค่ะ
อนุโมทนาสาธุค่ะ
สวัสดีค่ะอ. แผ่นดิน
ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีพลานุภาพ
คิดเดี๋ยวนั้น ก็บังเกิดเดี๋ยวนั้น
ขอบคุณกำลังใจที่ให้มา
แต่ความทรงจำนั้น ก็จะติดตรึงใจเราเสมอ
สวัสดีค่ะคุณsuksom
คิดถึงแม่
ได้ทำสิ่งดีๆให้แม่แล้วก็สบายใจ
จะปีนี้หรือปีไหน...ก็ลืมไม่ลง
สวัสดีค่ะ...คุณตันติราพันธ์
อ่านแล้วก็รู้สึกเศร้าค่ะ..น้ำตาจะไหล ..เป็นกำลังใจให้นะคะ ^___^
ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่รักคุณแม่มากๆ คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ
แต่มีโรคประจำตัวหลายโรคเหลือเกิน ทั้งโรคเบาหวาน ภูมิแพ้ ..คุณแม่เคยผ่าตัดมาแล้ว
6ครั้งค่ะ..ผ่าท้องคลอด 3ครั้ง ,นิ่วถุงน้ำดี ,ไส้ติ่ง และมะเร็งเต้านม ระยะที่ 2 แต่อาการของโรคมะเร็งดีขึ้นค่ะ ผ่านมาได้ประมาณ 16ปีแล้ว ..
ยังเหลือโรคเบาหวานและภูมิแพ้ ที่ยังต้องทานยาและฉีดยาตลอด ..
ดิฉันจะรักและดูแลท่านให้ดีที่สุดค่ะ ..พระคุณท่านช่างมากมายเหลือเกิน
จนหาที่สุดไม่ได้..
อย่างที่ว่า บิดา-มารดา เปรียบเสมือนพระอรหันต์ในบ้าน ที่เราควรเคารพบูชา
ขอบคุณค่ะ สำหรับบทความดีๆ ที่เล่าให้ฟัง!
โอ๋
สวัสดีค่ะคุณOh_hO
คุณแม่คุณโอ๋ เข้มแข็งมากค่ะ
มีโรคประจำตัวด้วย แต่มีชีวิตอยู่กับลูก ได้อย่างผาสุก
ความรัก ทำให้คนมีพลังเสมอ
ขอให้คุณแม่ มีสุขภาพดี และเป็นที่รักของลูกๆทุกคน
จาก..คนไม่มีแม่