วันที่ 8 ตค. 51 นี้ จะมีเวทีเติมหัวใจให้สังคมครั้งที่ 6 เป็นเวทีในการเล่าเรื่องราวดีๆ งามๆ ที่เกิดขึ้นของหลายๆ ภาคส่วน เรื่องหนึ่งที่สถาบันฯ อยากเชิญชวนไปฟังเรื่องจริงในเวทีนั้น ค่ะ นำเรื่องมาให้ดูเป็นน้ำจิ้ม ก่อนนะคะ ชวนไปฟังกันนะคะ......
สายใยรัก : น้ำนมจากแม่สู่ลูก
ยามเช้าท่ามกลางสายลมเย็นแผ่ว พัดหมอกให้ลอยอ้อยอิ่งละเลียดอยู่ตามยอดหญ้า ริมถนนสายหนึ่งในจังหวัดลำพูน
กลางฤดูหนาว ปี 2549 แม่อัจ ขับรถไปตามเส้นทางมุ่งหน้าไปสู่บ้านแป้น อำเภอเมือง เพื่อเยี่ยมเยียนบ้านของคนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักและเรียกกันว่า พ่อหลวงบ้านแป้น
ระหว่างทางไปบ้านพ่อหลวงบ้านแป้น แม่อัจนึกถึงวัยเด็กที่ทางบ้านพ่อแม่มีลูก 6 คน ทำให้ต้องทำงานหาเงินส่งลูกๆ เรียนจนไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลมากนัก จึงอยู่กับพี่สาวมากกว่า จนกระทั่งแต่งงานมีครอบครัวและลูก แม่อัจจึงเน้นความสำคัญของครอบครัว และให้การใส่ใจต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาโดยตลอด ซึ่งการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นอกจากจะทำให้ทารกแข็งแรงและมีภูมิต้านทานทางด้านร่างกายมากกว่าแล้ว ทารกจะได้รับความรักความอบอุ่นจากการดื่มนมแม่จากการกอดและสัมผัสกันโดยตรง
เมื่อ พญ. วรรณมณี มาธนะสารวุฒิ แพทย์สูติกรรม ชักชวนให้แม่อัจไปแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่หมู่บ้านของพ่อหลวงบ้านแป้น ซึ่งได้มาปรึกษากับพญ. วรรณมณี ว่าลูกสะใภ้ของพ่อหลวงบ้านแป้นคลอดลูกได้ประมาณ 6 เดือนกว่าแล้ว และต้องการที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในระยะแรกไปปรึกษาที่ศูนย์อนามัยเขต 10 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไกลบ้านมากเกินไป จึงมาปรึกษากับทางโรงพยาบาลลำพูน ซึ่งทางพ่อหลวงบ้านแป้น ได้ประสานงานให้ คุณแม่หลังคลอดที่สนใจการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไว้ประมาณ 4 ครอบครัว
บ้านสองชั้น ยกพื้นสูงตามแบบฉบับบ้านทางภาคเหนือ บนแคร่นั่งที่ปูเสื่อไว้ มีแม่ลูกนั่งเล่นของเล่นกันอยู่ ถัดไปเป็นพ่อหลวงและแม่หลวงบ้านแป้นเดินมาต้อนรับ เป็นความประทับใจในตัวพ่อหลวงและแม่หลวงบ้านแป้นตั้งแต่แรกเจอ ซึ่งในวันนั้นแม่อัจและทีม ด้ให้ความรู้กับคุณแม่หลังคลอดซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากนั้นแม่อัจและทีมงาน จึงไปพบปะและให้ความรู้แก่สมาชิกคุณแม่หลังคลอดประมาณเดือนละครั้ง ซึ่งได้รับร่วมมืออย่างดีจาก อสม.ของหมู่บ้านอีกด้วย
ในการลงพื้นที่ส่วนใหญ่ จะใช้วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ แต่บ่อยครั้งเข้าสมาชิกในทีมเริ่มท้อ และบางคนก็บ่นว่า “วันหยุดก็ไม่ได้หยุดมีงานต้องทำที่บ้านก็ต้องเลื่อนไป” ฯลฯ แม่อัจจึงให้กำลังใจกับทีมงานด้วยการยกตัวอย่างของสิ่งที่พ่อหลวงแม่หลวงบ้านแป้นให้กับเพื่อนร่วมทีมฟังว่า “ให้นึกถึงสิ่งที่ปู่กับย่าทำ ขนาดเขาไม่มีอะไรเลย ก็ยังเสียสละเวลาทำกับข้าวไว้ให้พวกเราทานทุกครั้งที่ไป แต่เรามีหมดทุกอย่างแล้วเสียสละเวลาแค่นี้เพื่อให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้น ก็ถือว่าคุ้ม” เป็นแรงกระตุ้นให้ทีมงานรวมถึงแม่อัจกลับมามีกำลังใจทำสิ่งดีๆ ต่อ
จากนั้น แม่อัจและทีมงานแนะนำให้พ่อหลวงบ้านแป้น ขอความร่วมมือกับสถานีอนามัยในเขตตำบลบ้านแป้น และทำหนังสือไปที่เทศบาลเพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนในชุมชนที่ความสนใจเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ว่า นอกจากทีมโรงพยาบาลลำพูนแล้วยังมีสถานีอนามัยในเขตตำบลดูแลเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งการประสานงานเป็นไปได้ด้วยดี
ขณะนี้ตอนนี้มีสมาชิกผู้ที่สนใจการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้น มีทั้ง กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ กลุ่มหลังคลอด และกลุ่มคุณแม่ที่กำลังไปทำงาน จากเดิมเจ้าหน้าที่จากศูนย์อนามัย เขต 10 เป็นพี่เลี้ยง ตอนนี้สามารถทำงานกันได้เองโดยทีมงานจากโรงพยาบาลลำพูน และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเทศบาล ซึ่งเป้าหมายสำคัญต่อไปในปี 2542 ของการทำงาน คือ จะให้หมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านที่ปลอดขวดนม
ประสบการณ์จริงในการดูแลลูก การพบปัญหา อุปสรรคและวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งบางครั้งอาจไม่มีสอนในตำราเรียน เป็นสิ่งที่แม่อัจและทีมงานได้พบและเรียนรู้จากการทำสิ่งดีๆ เหล่านี้ ต่อมาโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวโรงพยาบาลลำพูน ร่วมกับเทศบาลตำบล โดย พญ.พรพรรณ์ วรรณฤทธิ์ ได้ชักชวนแม่อัจได้เข้าร่วมทีมจึงเป็นอีกหนึ่งที่แม่อัจได้รับโอกาสดี ยิ่งทำให้รู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น แต่แม่อัจก็ยังเกรงใจครอบครัวและสามี เพราะบางครั้งตนอาจจะไม่ค่อยได้อยู่บ้านในวันหยุดมากนัก
ภาพนายทหารมาดเข้ม ดูน่าเกรงขามคนหนึ่งที่เห็นความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กลับมาจากทำงาน รีบไปล้างมือ หยิบแก้วและบีบน้ำนมให้ภรรยา เนื่องจากภรรยาของนายทหารคนนี้มีปัญหาเรื่องหัวนมสั้นทำให้ทารกไม่สามารถดื่มน้ำนมจากอกแม่เองได้ ภาพนายทหารป้อนนมลูกด้วยท่าทีที่ทะมัดทะแมงในรายการ “มหัศจรรย์นมแม่” ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เป็นภาพที่กินใจ และประทับใจสามีของแม่อัจจนถึงกับต้องเรียกมาให้แม่อัจดู
สามีของแม่อัจจึงบอกทั้งที่ยังน้ำตาซึมอยู่ว่า “อัจก็ทำสิ่งดีๆ อย่างนี้ต่อไปเถอะ”
การทำงานในระบบสาธารณสุขปัจจุบันแพทย์และพยาบาลจะถูกมองว่าเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพส่วนผู้ป่วยคือผู้รับบริการ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพเมื่อทำงานไปจนบางครั้งขาดความสนใจว่าสิ่งที่เราสอนหรือทำให้ผู้ป่วยนั้น เขาเต็มใจรับหรือต้องการจริงหรือไม่ แต่โครงการสายใยรัก ซึ่งเป็นโครงการดีๆ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) สนับสนุนให้หน่วยงานสาธารณสุขได้เข้าร่วม รวมถึงโรงพยาบาลลำพูน เป็นโครงการที่เน้นการให้ความสัมพันธ์ระหว่างสถานพยาบาลกับคนในชุมชนได้อย่างชัดเจน
ความประทับใจของการทำงานด้วยย่างก้าวเล็กๆ ของแม่อัจ อาจเริ่มต้นจากการชักชวนของผู้อื่นไม่ใช่จากการริเริ่มของตนเอง หากแต่ด้วยความฝันที่ต้องการเห็นครอบครัวที่พร้อมหน้าทั้ง พ่อ แม่ ลูก เป็นความอบอุ่นในใจของแม่อัจเสมอ เมื่อได้มองดูภาพเหล่านั้น ความฝันเล็กๆ เหล่านี้ จึงโยงใยไปสู่การแบ่งปันความอบอุ่นแห่งของนมแม่ ความเป็นครอบครัว ซึ่งแม่อัจอยากสื่อคุณแม่คนอื่นๆ ได้รับรู้ความอบอุ่นนี้ด้วยเช่นกัน
ภาพที่แม่ประคองลูกน้อยในอ้อมอก จึงเป็นภาพความประทับใจที่สื่อสายใยรักของแม่ได้อย่างแท้จริง


ขอบคุณเรื่องราวดีๆ จากลำพูน ขอบคุณแม่อัจ เล่าเรื่อง และขอบคุณคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่เอื้อเฟื้อเนื้อหาเรื่องราว ค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องเล่าของแม่อัจครับ
มาเติมเต็มค่ะ
ขอขอบคุณกับสิ่งที่ดี ๆ มีคุณค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะมาเยี่ยม มาก่อนพี่โย่ง อิอิ
ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะมาเยี่ยม มาก่อนพี่โย่ง อิอิ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ จากครูคิม ค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ครูโย่ง....แงๆๆๆ คิดถึงแม่ ก็โทรหาสิคะ คุณพ่อด้วยเป็นอย่างไรบ้างคะ
หนู paula จ๊ะ ลุงมีลูกชาย 2 คน จากการตรวจทางการแพทย์ปรากฏว่าเป็นธาลัสซีเมียทั้งสองคน ลุงและแม่บ้านเสียใจมาก โดยเฉพาะทราบมาว่าเราทั้งสองเป็นต้นเหตุของโรคดังกล่าว คือตัวเองไม่เป็นแต่มีกรรมพันธุ์ถ่ายทอดมา ตอนนี้ลูกชายทั้งสองของลุง อายุ 27 ปีและ 24 ปีแล้ว ลุงอยากทราบว่าจนถึงขณะนี้ในวงการแพทย์มีตัวยาสำหรับรักษาโรคนี้ให้หายขาดหรือยัง และธรรมชาติของโรคนี้ทำให้ผู้ป่วยมีแนวโน้มทางอารมณ์ สังคม สติปัญญาเป็นอย่างไร การทานยาประจำสำหรับโรคนี้ มีข้อควรปฏิบัติอย่างไรบ้าง ได้ยินแต่คนเขาพูดว่า หากทานยาไปนาน ๆ เมื่ออายุมากขึ้นจะต้องทำการถ่ายตะกอนธาตุเหล็กในเส้นเลือด ลุงอยากทราบว่าจะต้องทำตอนอายุเท่าไร ค่าใช้จ่ายประมาณ(หนูบอกตรง ๆ เลย)เท่าไร สถานพยาบาลที่ชำนาญการนี้ คือ ที่ไหน ขอวานหนูพอลล์ช่วยให้คำตอบด้วย
คำขอร้องจาก ลุงท้าวฯ
สวัสดีค่ะคุณลุง... ขอบคุณมากค่ะ ที่มาอ่านบล็อกพอลล่า โรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรมค่ะ ต้องดูว่าน้องป่วยเป็นพาหะ หรือเป็นเลยคะ รายละเอียดเรื่องโรค พอลล่าไม่ใช่แพทย์ค่ะ ขอติดไว้ก่อนนะคะ อาจต้องขอรายละเอียดคุณลุงเพิ่มเติมค่ะ แต่น้องอายุ 27 แล้ว แสดงว่าคุณลุง คุณป้า คงดูแลเขาเป็นอย่างดีแน่ๆ มีเบอร์โทรไหมคะ ส่งมาทางอีเมล์นะคะ [email protected] ค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนในครอบครัวค่ะ สู้ๆๆนะคะ
สวัสดีค่ะ
ภาพที่แม่ประคองลูกน้อยในอ้อมอก จึงเป็นภาพความประทับใจที่สื่อสายใยรักของแม่ได้อย่างแท้จริง
ขอบคุณน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณ
. มนัสนันท์
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
พี่พอ น้องเพียง.... เป็นเด็กน่ารักจังเลยค่ะ
สวัสดีค่ะท่านผอ.... ไปตรวจแล้ว ทราบผลหรือยังคะ... เกิด แก่ เจ็บ ตาย มีครบในรพ. เข้าใจชีวิตคนทำงานรพ. ดีขึ้นใช่ไหมคะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ เป็นห่วง ค่ะ
สวัสดีค่ะครูลำดวน
. ลำดวน
ใช่แล้วค่ะ แม่รักลูกมากมายเลยค่ะ อยากไปฟังเรื่องจริง วันที่ 8 ตค. นี้ เร็วๆจังค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ขจิต ฝอยทองที่ปรึกษา~natadee
อยากมีแม่คุณจริงๆ หรือคะ...อิอิ..ไหนว่าไม่อยากมี คริคริ ...ลืมพยาบาลคนนั้นไม่ได้ล่ะสิคะ บอกแล้วว่าพยาบาลอ่ะ เสน่ห์แรง น่ารัก ใจดี อีกด้วย อิอิ...เอ..ใจดีทำไมหักอก อาจารย์ได้ล่ะคะ
สวัสดีค่ะน้องpaula ที่ปรึกษา~natadee
ฟังดี ๆ อ่านดี ๆ นะคะ
พี่คิมมีเรื่องมาบอก เป็นเรื่องที่น้องพอลล่าต้องปลื้มมมค่ะ
เด็ก ๆ ของพี่คิมฮืฮามากเลยที่เห็นรูปของน้องพอลล่า
มีบอกฝากคิดถึงมาหาอีกแน่ะ
เขาว่างจากการสอบ การประเมิน พี่คิมอนุญาตให้เขาเข้าไปเรียนรู้อ่านบันทึกจากบล็อค
แต่ก็มาติดใจตรงบล็อคของน้องพอลล่าค่ะ
นอนหลับฝันดีนะคะ