โครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้พัฒนามาจาก โครงการศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปี พ . ศ.2542 โดยนาย วีระ สุวรรณโชติ กรรมการผู้จัดการบริษัท ลัคคิด จำกัด ได้รับการสนับสนุนจาก องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ หรือ สยช. โดยเด็กๆจาก10 จังหวัดได้มีโอกาสผลิตข่าวโทรทัศน์ เนื่องในวันโทรทัศน์และวิทยุเพื่อเด็กและจัดงาน ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี คุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปี พ . ศ.2543 องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนบริษัท ลัคคิด จำกัด ดำเนินการโครงการศูนย์ข่าวเยาวชนไทยเพิ่มเติม โดย เด็กๆจาก 12 จังหวัด ได้ผลิตสกู๊ปข่าวโทรทัศน์เพื่อร่วมในงานวันโทรทัศน์และวิทยุเพื่อเด็ก โดยมี กรมประชาสัมพันธ์ เข้ามาร่วมสนับสนุนให้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และสถานีวิทยุประเทศไทย และร่วมจัดงาน ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยมี คุณหญิง สุพัตรา มาศดิสถ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปี พ . ศ.2544 องค์การยูนิเซฟ ได้ให้การสนับสนุนบริษัท ลัคคิด จำกัด ดำเนินการจัดตั้ง โรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ต้นแบบ ขึ้น 2 โรงเรียนคือโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น และ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งประสบสำเร็จด้วยดีปลายปี 2544 กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดย คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธาน ได้ประกาศดำเนินการโครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทยขึ้นใน 10 โรงเรียน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ต่อเนื่องตลอดปี 2545ปี พ . ศ.2546 จากความสำเร็จของการดำเนินการโครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทยทั้ง 12 โรงเรียนที่ผ่านมา กรมสามัญศึกษาได้ดำเนินการขยายโครงการในโรงเรียนมัธยมศึกษาเพิ่มอีก 20 โรงเรียน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย บริษัท ลัคคิด จำกัด และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส นอกจากนี้ กรมประชาสัมพันธ์ยังได้ให้เวลาออกอากาศผลงานการผลิตข่าวโทรทัศน์ของเด็กๆในรายการ เปิดใจคิด ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และเป็นเจ้าภาพในการถ่ายทอดสดงานวันโทรทัศน์และวิทยุเพื่อเด็ก โดยมี คุณ จาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และผลงานการร่วมผลิตรายการโทรทัศน์ของเด็กๆนักข่าวเยาวชน กับช่อง 11 ส่งให้ประเทศไทย ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการชิงรางวัลเอมมี่ อวอด์ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสุดยอดรางวัลด้านโทรทัศน์ระดับโลก เป็นครั้งแรกปี พ . ศ.2547 เพื่อพัฒนาโครงการสู่ระดับชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ และองค์กรพันธมิตรเพื่อเด็กจัดตั้ง คณะทำงานระดับชาติเพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในสื่อ เพื่อหาแนวทางการขยายผล และสร้างความใจและการยอมรับในการใช้สื่อเป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือช่วยพัฒนาเด็กโดยมี อาจารย์ ศรีศักดิ์ ไทยอารี ผู้อำนวยการ สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เป็นประธานคณะกรรมการ ขณะเดียวกัน คณะครู ผู้บริหารโรงเรียนบางส่วน ได้รวมตัวกันจดทะเบียนจัดตั้งเป็น สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย โดยมี นาย วีระ สุวรรณโชติ กรรมการผู้จัดการบริษัท ลัคคิด จำกัด เป็นนายกสมาคมปี พ . ศ.2548 คณะกรรมการระดับชาติ ได้สรุปแผนการพัฒนาโครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย และได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ ในการดำเนินการโครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนฯ ต้นแบบ โดยได้รับการสนับสนุน จาก องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ให้พัฒนา โรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย 32 โรงเรียนเดิมจากการดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ปี 2544 เพื่อให้เป็นต้นแบบที่แท้จริงและสามารถขยาย พัฒนาสู่ระดับนโยบายได้ต่อไป นอกจากจะประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศแล้ว โครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ยังได้รับความสำเร็จระดับนานาชาติ เช่น ได้นำเสนอ เป็นหนึ่งในความสำเร็จของประเทศไทย ในการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเชีย แปซิฟิค 2 ปีซ้อน , ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมระดับโลกที่ประเทศบลาซิล , ได้ร่วมแลกเปลี่ยนโครงการกับประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น การดำเนินการโครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย นับว่าสอดคล้องกับการแนวทางการปฏิรูปการศึกษา และยุทธศาสตร์ในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนของกระทรวงศึกษาธิการเป็นการปฏิรูปการเรียนรู้ โดยเน้นพัฒนาผู้เรียน ได้เรียนรู้ตามความสนใจ และความถนัด เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้รอบด้าน ได้รับการพัฒนาเพื่อความตระหนักถึงสิทธิ บทบาท หน้าที่สามารถนำความรู้มาส่งเสริมพัฒนาการท้องถิ่นสะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี พัฒนาทักษะชีวิตให้กับเด็กๆ รวมทั้ง พัฒนาทักษะการให้สื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยี การสื่อสารที่ทันสมัย ซึ่งสามารถเป็นพื้นฐานวิชาชีพให้กับเด็กๆได้ต่อไปนับว่าโครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ เด็กๆ ได้รับผลประโยชน์ อย่างเต็มที่ ในฐานะผู้แทนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ หนูขอกราบขอบพระคุณ กระทรวงศึกษาธิการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยที่ได้เปิดโอกาสดีดีอย่างนี้ให้กับเด็กๆทั่วประเทศ ปี พ.ศ. 2549 กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศตั้งคณะกรรมการโครงการศูนย์ข่าวเยาวชนไทย โดยมีอาจารย์วินัย รอดจ่าย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ โครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ภายใต้การดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ปี พ . ศ .2544 - ปัจจุบัน ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นที่น่าพอใจ อย่างยิ่ง จาก 2 โรงเรียนในปี 2544 เป็น 32 โรงเรียนในปัจจุบัน ทำให้เห็นแนวทางในการพัฒนาสู่ระดับนโยบาย เพื่อสามารถขยายสู่โรงเรียนทั่วประเทศได้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทั้งตัวนักเรียน ครู ผู้บริหาร และชุมชน เนื่องจากการจะพัฒนาสู่ระดับนโยบายได้ จำเป็นต้องมีต้นแบบที่ดี รูปแบบการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมชัดเจน และมีการใช้หลักวิชาการมาอธิบายได้ในทุกกระบวนการ พร้อมมีการประเมินผลการดำเนินการ จากนักวิชาการทั้งจากภายในและนอกกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้บรรลุผลนั้น กระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศแต่งตั้งคณะทำงานโครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2549 คณะทำงานฯ ได้จัดการประชุม และเห็นชอบต่อแผนการพัฒนาโครงการโรงเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทย 2549 โดยมีการดำเนินการ 4 ขั้นตอนคือ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ , การดำเนินการโทรทัศน์ ( วิทยุ ) ในโรงเรียน , การผลิตโทรทัศน์ ( วิทยุ ) ระดับชาติ และการจัดสัมมนาระดับชาติ กิจกรรมแรกที่ดำเนินการคือ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ความรู้เพิ่มเติม 5 ประเด็นแก่นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ การถอดบทเรียนเพื่อการร่างแผนพัฒนาโครงการของคณะครู และการประชุมเพื่อรับทราบนโยบายของทีมผู้บริหาร ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 30 เมษายน 2549
เยี่ยมชมเว็บไซต์ศูนย์ข่าวขามทะเลสอวิทยา
ผลงานศูนย์ข่าวเยาวชนไทย โรงเรียนขามทะเลสอวิทยา จังหวัดนครราชสีมา
สรุปบางส่วนได้ดังนี้ปีการศึกษา 2546- ผลงานในการทำกิจกรรมเริ่มต้นนี้นักเรียนได้ผลิตสกู๊ปข่าว 5 เรื่อง คือรักในวัยเรียน วอลเลย์บอลเพื่อชีวิต หลวงพ่อคูณ (คนของแผ่นดิน) รักในวัยเรียน และการจัดระเบียบสังคม ซึ่งออกอากาศในรายการ “เปิดใจคิด” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง 11
- สกู๊ปข่าววอลเลย์บอลเพื่อชีวิต ได้ออกอากาศในรายการเวทีคนเก่ง ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (วันที่ 26 มิถุนายน 2546)
- เข้าร่วมโครงการโรงเรียนแสนสุข ได้ออกอากาศเผยแพร่กิจกรรมในรายการ “เพื่อนแก้ว” สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 (วันที่ 19 ต.ค.2547)ปีการศึกษา 2547 - เข้าร่วมโครงการนักข่าวรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ โดยการสนับสนุนจาก สสส. เข้ารับการอบรมและได้ทำสกู๊ปข่าว 3 ข่าว คือ เด็กหนีเรียน ปัญหายาเสพติด และรักในวัยเรียน ทั้ง 3 ข่าวได้ออกอากาศในรายการ “เปิดใจคิด” ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 (วันที่ 7 พ.ค.2549)
- ร่วมบันทึกรายการ “เปิดห้องเรียนสู่โลกกว้าง” โดยศูนย์ข่าวเยาวชนไทยเป็นกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนอีกรูปแบบหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ในฐานะครูที่ปรึกษา ออกอากาศในรายการ “คิดได้ไง” สถานีโทรทัศน์ไอทีวี (วันที่ 20 มิ.ย.2547)ปีการศึกษา 2548 - ผลิตสกู๊ปข่าวเรื่อง “เกมออนไลน์” เพื่อเผยแพร่ในวันวิทยุโทรทัศน์เพื่อเด็กโลกและได้พาตัวแทนนักเรียนศูนย์ข่าวเยาวชนไทยเข้าร่วมรายการสดในห้องส่งของสถานีวิทยุโทรทัศน์ฯ ช่อง 11 - วันที่ 4-9 มกราคม 2548 ตัวแทนศูนย์ข่าวเยาวชนไทยร่วมกิจกรรมสภาเยาวชนแห่งชาติ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นักเรียนได้สัมภาษณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน - เข้าร่วมโครงการ “ศูนย์ข่าวเยาวชนไทยรณรงค์เพื่อการเลือกตั้งท้องถิ่น 2548” โดยการสนับสนุนจาก กกต. ร่วมรณรงค์การเลือกตั้ง อบต. รับการอบและผลิตสกู๊ป “ไฮโซบ้านนอก” ได้ออกอากาศในรายการใต้ร่มธงไทย สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 และสถานีวิทยุโทรทัศน์ฯ ช่อง 11ปีการศึกษา 2550- วันที่ ๑-๓ พ.ย.๒๕๕๐ ร่วมทำข่าวการจัดกิจกรรม งาน"มหัศจรรย์เด็กไทย" ณ เมืองทองธานี ในส่วนโถงที่ ๒ หลังพิธีเปิดทีมศูนย์ข่าวของเรามีโอกาสสัมภาษณ์ ฯพณฯ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี - ประธานศูนย์ข่าวฯ (อัครเดช นารี) ร่วมกับเครือข่ายเยาวชนภาคอีสาน โดยการสนับสนุนจาก ปปส. อบรมและผลิตสื่อในโครงการ “นักข่าวเยาวชนไทยรู้เท่าทันยาเสพติด” - ประธานศูนย์ข่าวฯ (อัครเดช นารี) เสนอทำโครงการ “นักข่าวเยาวชนไทยใส่ใจการเรียนรู้” โดยการสนับสนุนจากโครงการเยาวชน 1000 ทาง นำครู-นักเรียนสมาชิกศูนย์ข่าวฯ จำนวน 40 คน ศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตรายการโทรทัศน์ ณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 และเรียนรู้ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park (วันที่ 20 พฤศจิกายน 2550)การดำเนินโครงการศูนย์ข่าวเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง การทำกิจกรรมของสมาชิกศูนย์ข่าวเยาวชนไทย นอกจากผลิตสกู๊ปข่าวต่างๆแล้ว ยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียน กิจกรรมในชุมชน จัดรายการ “Varity TYN” ผ่านระบบโทรทัศน์ในโรงเรียน และได้เผยแพร่กิจกรรม-กระบวนการทำงานของศูนย์ข่าวเยาวชนไทย โดยจัดนิทรรศการ ถ่ายทอดความรู้การทำข่าว ในงานมหกรรมผลงานทางวิชาการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 5 ทุกครั้ง เมื่อสิ้นปีการศึกษามีสมาชิกศูนย์ข่าวเยาวชนไทย จบการศึกษาไปส่วนหนึ่ง จึงรับสมัครนักเรียนที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการฯ และจัดอบรมให้ความรู้กับสมาชิกที่เข้าใหม่ตลอดมา โดยให้สมาชิกรุ่นพี่ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่สมาชิกใหม่ จากเริ่มต้นมีสมาชิก 20 คน ได้มีนักเรียนสนใจสมัครเป็นสมาชิกศูนย์ข่าวฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี และในปีการศึกษา 2551 มีสมาชิก จำนวน 88 คน การเป็นสมาชิกศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ต้องทุ่มเท เสียสละ ให้คำแนะนำ ดูแลช่วยเหลือ ให้โอกาสเพื่อนๆ และร่วมพัฒนาศูนย์ข่าวเยาวชนไทย สมาชิกที่รับผิดชอบและมีประสบการณ์จะมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่หน่วยงานต่างๆจัดขึ้น โดยมีครูที่ปรึกษาช่วยดูแล ปัจจุบันมีอุปกรณ์ มีห้องจัดรายการโทรทัศน์ ออกอากาศในระบบโทรทัศน์ภายในโรงเรียน เป็นที่สำหรับผู้ที่มีใจรักการทำข่าวได้แสวงหาประสบการณ์ปีการศึกษา 2551 ร่วมโครงการกับสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย และองค์กรแพลน จัดโครงการ "ศูนย์ข่าวเยาวชนไทยรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงในโรงเรียน" เพื่อสร้างสกู๊ป/หนังสั้น รณรงค์ต่อต้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเป็นกระบอกเสียงให้โรงเรียน/ครู ได้ทราบความคิดเห็นของเยาวชนในการดำเนินชีวิตในรั้วโรงเรียน ว่ามีความรู้สึกรุนแรงในด้านใดบ้าง หากสามารถปรับได้จะทำให้เยาวชนอย่างในโรงเรียนอย่างมีความสุข โครงการนี้จะมีการอบรมให้ความรู้ การสัมมนาระดับภาค การสร้างสรรค์ผลงาน การคัดเลือกผลงานเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรมกับต่างประเทศ
ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย
ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น