ปัญหาที่ว่าหนักหนาแท้ที่จริงแล้วมันไม่ได้หนักหนาสาหัสด้วยตัวมันเอง แต่เป็น “ใจ” ของเรา ที่ปรุงแต่งและขยายบาดแผลให้กว้าง
ปัญหา..... เป็นสิ่งที่พวกเราได้ยิน คุ้นเคยกันดีอยู่ หลายคนฟังคำว่าปัญหาแล้วก็อยากจะหลีกหนี แต่จริงๆแล้วยิ่งหนีปัญหาเราก็ยิ่งเจอเพราะปัญหาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรา แล้วถ้าเราไม่มีวันหนีปัญหาพ้น จะไม่ดีกว่าหรือครับหากเราเตรียมใจให้พร้อมเพื่อต้อนรับมันอยู่เสมอ
ทำยังไง ! หลายคนอาจสงสัย ก็ให้มองว่า...ปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาๆ ของชีวิต ที่ไม่มีใครหนีพ้นเช่นเดียวกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย สัจธรรม ประจำโลก อันนี้ก็เป็นการมองอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราเผชิญกับปัญหาได้โดยไม่ทุกข์มากนัก แต่วิธีที่ดีกว่านั้นก็คือ...เปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นปัญญา เพราะนอกจากจะไม่ทุกข์หรือขาดทุนแล้วยังได้ประโยชน์เป็นกำไรกลับมาด้วย
ลองสังเกตดูดีๆสิครับ....คำว่าปัญหากับปัญญานั้นมีความใกล้เคียงกันมากต่างกันแค่ตัวอักษรเดียวคือ “ห” กับ “ญ” เพราะฉะนั้นในชีวิตจริงก็เช่นเดียวกันสิ่งที่เรียกว่าปัญหานั้นก็อยู่ใกล้กับปัญญามากเช่นเดียวกัน
ขั้นต่อไปก็คือเปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนพฤติกรรมหรือการใช้ชีวิตของเราให้ถูกต้อง เหมาะสม อย่างชาญฉลาด และก็ไม่ควรมองว่าปัญหาคือทางตัน มองให้ดีๆในตัวปัญหานั้นก็มีทางออกด้วยเหมือนกันครับ อย่าลืมว่า..
“ สลักที่ล็อคประตูนั้นก็เป็นสลักอันเดียวกับที่ใช้เปิดประตู ”
“ สวิตช์ที่ปิดไฟก็เป็นอันเดียวกับที่ใช้เปิดไฟให้สว่าง ”
ในคำถามก็มักมีคำตอบเฉลยอยู่เสมอถ้าเราลองค้นหาดีๆ เราก็จะพบว่าในความทุกข์ทั้งหลายที่เราประสบก็มีทางออกจากความไม่ทุกข์แฝงอยู่เสมอ
เพราะฉะนั้นความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงที่มีก็เพื่อสอนเราให้รู้จักหลุดพ้นจากความทุกข์ ปัญหาเกิดขึ้นก็เพื่อสอนให้เกิดปัญญา ด้วยเหตุนี้ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากคือครูที่มาสอนให้เราฉลาดขึ้นนั้นเองครับ...

ผมคิดว่าทุกคนย่อมเคยผ่าน “บาดแผล” ทั้งเล็กและใหญ่ในชีวิตมาบ้างไม่มากก็น้อย
เพียงแต่เกือบทุกครั้ง เราชอบจมอยู่กับปัญหาของเรา
โดยไม่มองคนรอบข้าง โดยไม่แยแสโลก
เราปกปิดความบอบช้ำในชีวิตของเรา
โดยชอบพูดว่า
“ไม่เป็นเองไม่รู้หรอก”
“ปัญหาของเรา ก็ต้องสำคัญที่สุดสิ”
“ฉันไม่สนใจปัญหาของคนอื่น แค่ปัญหาของตัวเองก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว”
ฯลฯ......
เกือบทุกประโยคตัดพ้อคนอื่นว่าคอยสร้างแต่ปัญหา
เกือบทุกความรู้สึกโกรธ ชิงชัง ไม่พอใจสิ่งที่คนอื่นทำกับตัวเอง
เป็นความรู้สึกที่หมกมุ่นอยู่แต่กับตัวเอง
เป็นวิธีคิดที่ไม่ได้ช่วยคลายปมในใจให้หายยุ่งเหยิงบ้างเลย
ปัญหาของ “ปัญหา” ไม่ได้อยู่ที่ว่า
เราจะแก้ไขมันได้สำเร็จและถูกต้องทุกครั้งหรือเปล่า
เรื่องบางเรื่องก็อาจผิด-ถูกตามข้อกำหนดทางสังคม
เรื่องบางเรื่องก็ดี-เลวตามมาตรฐานความดีในใจของแต่ละคน
ผมคิดว่าบ่อยครั้งที่เราก็แก้ปัญหาไม่ได้
หรือแก้ไม่ถูกวิธี ไม่ถูกจุด
แต่นั่นต้องหมายความว่า เราได้ทำมันอย่างรับผิดชอบ
ทำมันอย่างดีที่สุดแล้ว…
จะด้วยประสบการณ์ วัยวัน อารมณ์ หรืออะไรก็ตาม
ผมว่า “ปัญหา” เหล่านั้น
ยังไงมันก็ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้เรา
เพียงแต่เราต้องมี “ปัญญา” มากพอเพื่อที่จะรู้ว่า
วิธีคิดแบบไหนในชีวิตต่อจากนี้ไป
ถึงจะไม่เพิ่มบาดแผลใหญ่ๆในชีวิต...ให้กับตัวเอง

ขอบคุณมากค่ะ น้องชาย
สวัสดีครับ
เปลี่ยนปัญหา ให้เป็นปัญญา
เป็นมุมมองที่ดีมากครับ
สวัสดีค่ะ
ได้ข้อคิดดี ๆ เกิดกำลังใจค่ะ
แต่ละคนมีมาตรฐานอยู่ในใจของตัวเอง
เห็นด้วยเช่นกันค่ะ
ปัญหาทำให้เราเข็มแข็ง
และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ต่อไป.
อีกทั้งทำให้เราฉลาดขึ้นด้วย
สู้ สู้ ค่ะ
สวัสดีค่ะ คนพลัดถิ่น
ขอเห็นด้วยกับข้อความนี้อีกคนค่ะ
เข้ามาอ่านบันทึกของคุณทีไรก็จะได้ข้อคิดดีๆๆกลับไปทุกครั้ง
และขอให้เรียนจบปริญญาเอกอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ เป็นกำลังใจให้
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน สาธุ สมพรปากด้วยครับ
อ้าว เหรอครับ อิอิ นี่หลานสาวทั้งสองคน ไปก่อกวนหรือเนี่ย อิอิ
พักผ่อนบ้างครับ ขอบคุณครับ
ปลดปล่อยอดีต ก้าวไปในอนาคต ให้อภัยแต่ไม่ลืม
มาดึกจังครับ
ตื่นมาก็มาดูเลยว่ามีท่านใดมา โห ตี 1 เลย ขอบคุณครับ
ขอบคุณคะ แนวคิดที่ดี ๆ จะได้เกิดปัญญา
ครับ ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเผชิญหาครับ ว่าคุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ยังมีคนยืนเคียงข้างอยู่อีกคนนั่นคือ จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ครับ