ผมยังคงยึดหลักการเดิมๆที่เชื่อมั่นว่า การเรียนรู้อยู่ที่ได้ทำจริง ไม่ใช่การฟังและท่องจำ

   วันนี้ 29 กย. 51 เป็นวันสุดท้ายของการเรียน ตามปฏิทินวิชาการของมหาวิทยาลัย  และเป็นวันปิดคอร์สของวิชารหัส ENGL701 ชื่อวิชา การประเมินและพัฒนา นวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษ ที่ผมรับผิดชอบสอนอยู่  ที่จริงผมว่าชื่อวิชานี้น่าจะเป็น การพัฒนาและประเมิน นวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษ  ดูจะดีกว่า หรือ การพัฒนา นวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษ เฉยๆ ก็น่าจะพอ เหตุผลก็คือ การคิดค้น พัฒนา น่าจะมาก่อนการประเมิน  และแม้ชื่อหลังจะสั้นๆ ไม่มีคำว่า ประเมิน ก็น่าจะยอมรับได้ เพราะการประเมินย่อมต้องมีอยู่ในกระบวนการ สร้างสรรค์และพัฒนา นวัตกรรมอยู่แล้ว ซึ่งรายละเอียดจะปรากฏอยู่ใน Course Description .. จะอย่างไรก็ตามผมก็ว่ามาตลอดภาคเรียนจนกระทั่งมีกิจกรรมสำคัญในวันนี้

     วันนี้เป็นวันนัดหมายให้นักศึกษาจัดนิทรรศการเล็กๆภายในห้องประชุมคณะ และนำเสนอผลงานกลุ่มทั้ง 7 กลุ่ม  โดยผมยังคงยึดหลักการเดิมๆที่เชื่อมั่นว่า การเรียนรู้อยู่ที่ได้ทำจริง  ไม่ใช่การฟังและท่องจำ  ผมจึงไม่เน้นการ Lecture เนื้อหาสาระ  แต่หัวใจอยู่ที่การมอบให้นักศึกษาแต่ละคนที่มีรายการต้องออกไปศึกษา สังเกตการเรียนการสอนในโรงเรียน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตามเงื่อนไขบังคับของกระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยมอบหมายให้ศึกษาปัญหาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่มีอยู่จริงๆในโรงเรียน แล้วเลือกมา 1 ปัญหาพร้อมเสนอแนวคิดในการที่จะสร้างสรรค์ พัฒนาสื่อ หรือนวัตกรรมใหม่ๆไปแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งยังได้กำหนดว่าทุกคนจะต้องระบุชื่อรุ่นพี่ที่กำลังฝึกสอน 1 คน และครูพี่เลี้ยงอีก 1 คน ในฐานะคู่คิด และที่ปรึกษา

    เมื่อทุกคนกลับมาต้องมีรายงานมาส่งคนละ 1 ชิ้น  จากนั้นก็แบ่งสมาชิกเป็น 7 กลุ่ม  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการเล่าสู่กันฟังถึงปัญหาที่พบ และแนวทางการแก้ปัญหาของแต่ละคน  สุดท้ายก็ให้คัดเลือกเพียง 1 ปัญหา เพื่อออกแบบ พัฒนาสื่อ หรือนวัตกรรมเป็นผลงานกลุ่มที่ต้องนำเสนอตอนปลายภาคเรียน

   ในการเรียน ผมพยายามไม่เน้นมากนักที่ตัวผลผลิต แต่มุ่งให้นักศึกษาคิดและทำงานอย่างเป็นระบบ มีแผนงานล่วงหน้า  และที่สำคัญจะต้องแสวงหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของแต่ละกลุ่มเอง โดยจะกำหนดให้นำเสนอ เรื่องราว ความรู้ที่ได้ค้นคว้ามาเป็นบันทึกทั้งใน Blog ของนักศึกษาเอง และบนพื้นที่ ที่กำหนดให้นำเสนอ ใน Blog ประจำวิชาที่ผมเปิดขึ้นเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนวิชานี้ 

   ผมได้เตรียมการตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น ด้วยการไปซื้อขนมและเครื่องดื่มเพื่อจัดให้นักศึกษาได้ทานกันในช่วงพัก เตรียมกระติกน้ำร้อนมาจากบ้าน 1 ใบ ยืมที่คณะอีก 1 ใบก็พอใช้ พอเหมาะ พอดีกับจำนวนคน ทั้งยังได้จัดซื้อจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ที่จำเป็นมาแจกจ่ายให้แต่ละคนได้นำไปใช้อีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากเป็นรายวิชาที่นักศึกษาได้ชำระค่าวัสดุฝึกไปแล้ว สามารถเบิกจ่ายมาใช้ได้ แต่ไม่เกิน 80 % ของยอดเงินรวม

   นักศึกษาทุกคน ทุกกลุ่มตั้งใจทำงานดีมาก หลังการนำเสนอของแต่ละกลุ่ม  ผมถือเป็นโอกาสสำคัญที่พวกเขาจะได้เรียนรู้จากการซักถามและวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากเพื่อนๆ และอาจารย์ผู้สอน ทุกย่างดำเนินไปด้วยดี และยืดเยื้อมาตั้งแต่ 9.00 น. มาจบลงเอาตอนใกล้บ่าย 3 โมงครับ .. รายละเอียดอีกมากมาย ยากที่จะกล่าวได้หมด ..

    ในวันนี้ผมยังได้แนะนำคร่าวๆ และเสนอตัวอย่างการใช้ Software ง่ายๆบางตัวเพื่อสร้าง และสนับสนุนการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เช่น การสร้าง E-Book ด้วยโปรแกรม FlipAlbum ซึ่งผมสามารถตรึงความสนใจให้ทุกคนนิ่งได้ ด้วยการให้ลองตั้งใจดู และจับเวลาว่าผมจะทำการสร้างสมุดภาพที่มีภาพนับร้อย เรียงหน้าละภาพ  มีสารบัญที่ Click เปิดไปหน้าไหนก็ได้  มีดัชนีท้ายเล่ม แยกหมวดหมู่ตามอักษรเรียบร้อย พร้อมให้ Click กลับไปดูหน้าใดก็ได้ แถมด้วยการกำหนดค่าให้สามารถนำเสนอ ได้ทั้งแบบเป็นสมุดเป็นหน้าๆไป หรือเป็น Slide Show แบบมี Transition Effect หลายรูปแบบได้ด้วย .. โดยใช้เวลาทำตั้งแต่ต้นจนจบ  ไม่น่าจะเกิน 3 นาที .. ผลการจับเวลา นักศึกษาตอบว่าผมใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีด้วยซ้ำไป

   จากนั้นผมก็รีบทำการแทรกข้อความในหน้าต่างๆ  ปรับแต่งตำแหน่ง ขนาดรูปภาพ และทำปกให้ดูอย่างรวดเร็ว  และบอกว่าถ้าอยากลองทำก็ไปศึกษาเพิ่มเติมดู มีโปรแกรมและคู่มือ แบบ Step by Step เพียง 8 หน้า แจกให้ ถ้าต้องการ .. ต่อท้ายด้วยการใช้ Photoscape ช่วยจัดการรูปภาพ พอให้เห็นเป็นแนวทาง .. และจบลงด้วการให้สัญญาว่า จะในหรือนอกรายวิชาใดไม่สำคัญ หากอยากเรียนรู้สิ่งที่ผมชี้แนะเพื่อไปพัฒนางานในหน้าที่ครูภาษาอังกฤษแล้ว  ไม่ต้องเกรงใจ  ยินดีให้การสนับสนุน ช่วยเหลือเต็มที่ พร้อมทั้งทบทวนเบอร์โทรศัพท์มือถือ ตามที่ได้ให้ไว้ตั้งแต่วันแรกของการเรียนอีกครั้ง ว่าโทรได้ ไม่ต้องเกรงใจ หากเป็นไปเพื่อพวกเขาจะได้พัฒนาตน พัฒนาวิชาชีพให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

    และ นี่คือภาพเหตุการณ์วันนี้ครับ