ขนาดโชคดีนะที่ตัวเองนอนหลับง่ายสบายมาก  ไม่มีอะไรมากวนสมาธิในขณะนอนได้เชียว  แต่แล้วเหตุการณ์พลิกผัน วันดีคืนดีเสียงกระหน่ำซ้ายขวา  ฝั่งขวาเสียง "คร่อก ฟี้ คร่อกฟี้ " ออกแนวทุ้ม สลับกับการพ่น "ฟู่" แน่หันมาทางซ้าย เจออ้าปากนอนแหงนคอ "คร่อก ฟี้ คร่อกฟี้ "แนวแหลม สรุปโชคดี สองต่อเลยทั้งบิดาและบุตรกรนประสานเสียงกัน มีความสุขจริง ๆเลย  ...เฮ้อ!

   ทำไงเหรอค่ะ ...ลุกมาหมุนหัวคุณสวามีตะแคง แล้วก็สลับหัวสลับหางกับลูกสาวหลบเสียงประสานได้หน่อย  พอเช้าตื่นมาบอกมีการปฏิเสธเสียงแข็งเชียว..ไม่ได้กรน  ไม่เคยนอนกรนเล้ย....แน่ะ!! ส่วนแม่ลูกสาวสนุกใหญ่ ขำเชียว  พอเจอบ่อยๆ อ่านหนังสือเจอเรื่องนอนกรน แถมเจอเรื่องเล่าจากพี่ตู่เรื่องน้องชายป้าตู่นอนกรนแล้ว deep ขนาดต้องใส่เครื่องกระตุ้นเวลานอน  ก็อดกังวลไม่ได้ ก็มีคนแนะนำว่าให้พาลูกไปตัดทอลซินออกจะช่วยได้บ้าง  โอ้โห!! เรื่องใหญ่เลยทีนี้

   ก็เลยโทรไปปรีกษาเพื่อนที่เชียงใหม่ เพราะเพื่อนอยู่NICU เด็กค่ะ เผอิญสาวจอยก็ลูกสาวนอนกรนประสานเสียงกับสามีเหมือนกัน  เธอบอกว่า "ชั้นเคยปรึกษาอาจารย์แพทย์มาแล้ว อาจารย์ไม่แนะนำให้ผ่าตัดนะเธอ  ถ้าลูกเราไม่มีปัญหาขาดออกซิเจน ไม่มีปัญหาว่าตอนเช้าตื่นมาไม่สดชื่นเหมือนเด็กอดนอน"

  พอโตขึ้นก็จะดีขึ้นเอง  เออ!! โล่งอกไป เพราะมีเพื่อนแล้ว  แล้วตอนหลังพอพาลูกไปว่ายน้ำก็อาการดีขึ้นนะคะ  หายใจโล่งขึ้นไม่ค่อยกรนแล้ว ส่วนคุณสามีก็พอลดน้ำหนัก ไปตีแบดก็ดีขึ้นเยอะเหมือนกัน เนี่ยค่ะข้อดีของการออกกำลังกาย..และการมีเพื่อน