หลายปีแล้วนะที่ฉันเคยเรียน เคยรู้ว่าการไหว้พระนั้นท่านให้ยกหัวแม่มือจรดไว้ที่หว่างคิ้ว
แต่ฉันไม่รู้เหตุผลหรอกว่าทำไมต้องยกหัวแม่มือไว้ตรงนั้น
แต่วันก่อนฉันเพิ่งรู้เหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนั้น
วันนั้นหลังจากท่านอาจารย์สอนงานฉัน
วันนั้นฉันพูดคำว่า ครับ ครับ ครับ ได้ครับ ท่านสอนสิ่งใดมาฉันก็ฟัง คิดตามและตั้งใจพูดเสมอว่าครับ ครับ ครับ ได้ครับ
แต่คำว่าครับ ครับ ครับ ได้ครับ ในวันนั้นของฉัน เป็นคำว่าครับที่นุ่มที่สุดเท่าที่ปากฉันเคยพูด และหูของฉันเองเคยได้ยิน
ฉันพูดออกมาจากใจของฉัน ฉันพร้อมที่จะทำและปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านสอน ที่ท่านบอก และฉันจะทำตามท่าน “ไม่ให้ขาด ไม่มีเกิน...”
เมื่อท่านสอนงานฉันเสร็จแล้วขณะที่รถกำลังเคลื่อนออกไปนั่นเอง ในขณะนั้นฉันระลึกถึงความเมตตาของท่านอาจารย์อย่างสุดจิตสุดใจ ฉันนั่งลงแล้วยกหัวแม่มือขึ้นจรดที่หว่างคิ้ว สิ่งนั้นมันเป็นไปเอง แล้วฉันก็รู้สึกตัวขึ้นอย่างประหลาดว่า ตั้งแต่เกิดมาฉันเพิ่งได้ไหว้จริง ๆ ก็ครั้งนี้นี่แหละ เป็นการไหว้ที่ฉันรู้สึกซึ้งใจที่ได้ไหว้อย่างที่สุด จนมือนั้นยกขึ้นจรด จนหัวนั้นก้มลงได้อย่างจริงแท้...
ป.ล. แล้วจากนั้นมาเมื่อรับงาน ทำงาน มือของฉันก็ประสานไว้ที่ด้านหน้าเป็นธรรมชาติอย่างธรรมดา
สาธุ
เข้าใจเป็นอย่างดี
ตัวเอง เมื่อครั้งปฎิบัติธรรม สวดมนต์เช้า ไปถึงหน้าหนึ่งในบทสวด
น้ำตาไหล อิ่มเอิบกับเนื้อความ จนฉันจุกต้องหยุดสักครู่
เมื่อสวดจบ
ฉันก้มลงกราบ
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันกราบพระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ อย่างนอบน้อมจากดวงจิตทีเดียว
อีกครั้งคือฉันก้มกราบครูเมื่อครั้งเรียนจบและจนวันนี้ ด้วยความรักนับถือในความรักความเมตตาที่ครูมีมาให้ตลอด และยังรักคิดถึงครูจนทุกวันนี้
สาธุ สาธุ สาธุ
เมื่อจิตได้เกิด "ปีติ" เมื่อนั้นจิตย่อมได้รับสุขเหนือสุขใด...
ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็ ตั้งจิตว่า
ฉันจะไม่ไปยึดอะไรนอกตัวเป็นเครื่องให้อุ่นใจอีก
แต่ฉันจะน้อมเอาพระรัตนไตร มาเป็นสรณะ
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง (พุทโธ ธัมโม สังโฆ)เม สะระณัง วะรัง.
สรณะ (ที่พึ่ง) อื่นของข้าพเจ้าไม่มี (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) เป็นสรณะอันประเสริฐของช้าพเจ้า
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน,
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
(พุทธัง ธัมมัง สังฆัง) เมวันทะเมเนนะ, ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่ง (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์), ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้,
สัพเพปิ อันตะรายา เม, มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก้ข้าพเจ้า, ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.