ต้องการที่ปรึกษา ช่วยให้คำแนะนำ ด่วน บริหารจัดการที่ดี ทุกคนมีสุข องค์กรเข้มแข็งภายใต้ปปช.
สวัสดีครับคุณสมชาย
ขอให้มีความสุขกับการเขียนบันทึกนะครับผม
จะรอคอยอ่านบันทึกใหม่ๆ
สวัสดี และขอขอบคุณ คนพลัดถิ่น คุณประจักษ์ และคุณจตุพร ช่วยให้คำแนะนำน้องใหม่ด้วยนะครับ mox"
ดร. สมบัติ เปี่ยมบริบูรณ์ อาจารย์ผู้สอนวิชา " หลัก ทฤษฎี และปฏิบัติการบริหารการศึกษา " ป.โท (BTU) ให้แนวคิดไว้ว่า การบริหารจัดการองค์กรที่ดี ( Good Management : GM ) มี หลัก ๗ ประการได้แก่
Morality, Accountability, Participation, Lawfulness, Economy, Transparency, Satisfaction
ท่านเรียกว่า MAPLETS เจ็ดยุทธศาสตร์ ได้แก่
หลักคุณธรรม, หลักความรับผิดชอบ, หลักการมีส่วนร่วม, หลักการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์, หลักความคุ้มค่า, หลักความโปร่งใส และหลักความพึงพอใจ.
จำง่ายดี ปฏิบัติก็ไม่ยากเลย มันสำคัญอยู่ที่ว่า " จะทำให้ดี หรือทำให้เสีย " ใช่ไหมคะ ??????
สำเนา -
กองการเจ้าหน้าที่ โทร. 139
14/กจ./ 7 พฤศจิกายน 2544
การสรรหาเจ้าหน้าที่เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.
เรียน ท่านเลขาธิการ (ผ่านผู้ช่วยเลขาธิการ)
กองการเจ้าหน้าที่ ตระหนักเสมอว่าในการบริหารงานองค์กร “คน” เป็นทรัพยากรการบริหารที่มี
คุณค่ายิ่งขององค์กร ที่ส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้ องค์กรจึงต้องสร้างสรรค์และพัฒนา
กระบวนการสรรหา/คัดเลือก ให้เป็นระบบที่ชัดเจน และมีมาตรฐานที่ดี เพื่อให้ได้ “คนที่มีคุณภาพ” โดยเฉพาะ
สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติ “ภารกิจพิเศษ” ดังนั้นการสรรหา/
คัดเลือก คนเข้าสู่องค์กร จึงควรสูงกว่ามาตรฐานของระบบราชการทั่ว ๆ ไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสรรหา/คัดเลือก เจ้าหน้าที่ที่มีศักยภาพและความสามารถสูง เข้ามาร่วมปฏิบัติงานกับองค์กร
2. เพื่อให้กระบวนการสรรหา/คัดเลือก เป็นมาตรฐาน มีขั้นตอนที่แน่นอน
มีการดำเนินการที่เป็นธรรม/เสมอภาค และโปร่งใส
3. เพื่อควบคุมงบประมาณด้านกำลังคนให้เหมาะสม โดยไม่มีคนล้นงาน หรืองานล้นคน
4. เพื่อมุ่งสู่การใช้คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาองค์กร
หลักการสรรหา
1. องค์กรไม่สนับสนุนและไม่ส่งเสริมการใช้เส้นสาย หรืออภิสิทธิ์ใด ๆ ปฏิเสธระบบพรรคพวก
หรือไม่ผ่านกระบวนการสรรหา/คัดเลือก ที่องค์กรกำหนด เมื่อเข้ามาทำงานกับองค์กรแล้ว จะพิจารณาให้ความ
เป็นธรรมและความเสมอภาคแก่ทุกคน
2. องค์กรจะรับและบรรจุแต่งตั้งเฉพาะบุคคลที่ผ่านขั้นตอนและกระบวนการสรรหา/คัดเลือก
ที่องค์กรกำหนดไว้ครบทุกขั้นตอนแล้วเท่านั้น โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ
3. องค์กรจะสรรหา/คัดเลือก ตามความจำเป็นและความเหมาะสมของงานในแต่ละหน่วยงาน
โดยยึดหลัก ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ศักยภาพ ทัศนคติ พฤติกรรม อายุงานในตำแหน่งประสบการณ์ คุณวุฒิ
การพัฒนาและฝึกอบรม ขีดความสามารถ และมาตรฐานที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้น
4. ในกรณีการสรรหา/คัดเลือก จากเจ้าหน้าที่ภายในองค์กร ต้องผ่านมาตรฐานการทดสอบ/
วัดผล/ฝึกอบรม/ขั้นตอนใด ๆ ที่องค์กรกำหนดขึ้นตามความเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น ๆ เช่น กรณีการย้าย
สับเปลี่ยนสายงาน
5. องค์กรจะใช้บริการ “ศูนย์ทดสอบกลาง” เพื่อให้การสรรหา/คัดเลือก เป็นไปโดยสุจริต
เที่ยงธรรม ขจัดปัญหาการเล่นพรรคเล่นพวกตามระบบราชการเดิม ๆ
6. ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ต้องเข้ารับการพัฒนาศักยภาพตามที่องค์กรกำหนด สำหรับราชการ
บรรจุใหม่ ต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพก่อนได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่บรรจุแต่งตั้ง
7. ศูนย์ทดสอบกลาง ประกอบด้วย กองการเจ้าหน้าที่ และสถาบันของรัฐที่สำนักงาน ป.ป.ช.
ว่าจ้างเป็นที่ปรึกษา ร่วมกันดำเนินการสรรหาคัดเลือกเจ้าหน้าที่ให้กับองค์กร
8. การสร้างแบบทดสอบ องค์กรจะจัดสร้างแบบทดสอบ ดังนี้
8.1 แบบทดสอบภาคทฤษฎี/ปฏิบัติ กำหนดให้กองการเจ้าหน้าที่ ผู้ชำนาญหรือ
ผู้เชี่ยวชาญในงานหน้าที่นั้น ๆ และ/หรือผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ทดสอบกลาง ร่วมกันออกแบบทดสอบ
8.2 แบบทดสอบพฤติกรรม/วุฒิภาวะ กำหนดให้สถาบันนิติจิตเวช เป็นผู้สร้าง
แบบทดสอบ โดยครอบคลุมอย่างน้อย 5 คุณลักษณะ คือ
(1) ความมีจิตสำนึกในด้านคุณธรรมและความซื่อสัตย์
(2) ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคม
(3) ความอดทนต่อภาวะความกดดันและการควบคุมอารมณ์
(4) ความเข้มแข็งของจิตใจต่อการปรับตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ
(5) ความสามารถในการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ
8.3 แบบสัมภาษณ์งานมาตรฐาน กำหนดให้กองการเจ้าหน้าที่ และผู้เชี่ยวชาญ
เฉพาะสาขา ร่วมกันสร้างแบบสัมภาษณ์
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
1. อนุมัติหลักการสรรหา เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ
2. อนุมัติให้กองการเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามความเหมาะสม
สมชัย ถิระวันธุ์
(นายสมชัย ถิระวันธุ์)
ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่
<< Click เพื่อดูรายละเอียดการสรรหาบุคลากรประจำปีง
คุณกบนอกกะลาครับ
ช่วยขยายความให้ด้วยก็จะดี และขอขอบคุณมาก @ MOX
สืบเนื่องจาก ความเห็นที่ ๕ ของ กบ นอกกะลา ( ศุกร์ ที่ ๒๖ ก.ย. ๒๕๕๑)
...............................................
กบ นอกกะลา ผู้ประกาศตนว่าเป็นลูกศิษย์ โทรศัพท์มาบอกว่า เอาสิ่งที่ผมเคยสอนไว้ ไปลงเว็บ อยากให้ช่วยขยายความ เพราะมีผู้สนใจ ผมรับปากไวแล้วจะดำเนินการให้ แต่ขอเวลากลับจากต่างจังหวัดก่อน วันนี้กลับมาแล้ว จะค่อยๆทะยอยทำให้ ขอบคุณ ท่านสมชัย ถิรวันธุ์ ที่ต่อยอดความสำคัญให้กับ MAPLETS
ดร.เป้ เปี่ยมบริบูรณ์ ( อังคาร ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ )
ท่านผู้อ่านที่เคารพ
ด้วยบุคลิกลักษณะพิเศษส่วนตัวของผม " มีความเชื่อเชิงวิทยาศาสตร์ คิดอย่างอิสระ ตัดสินใจด้วยความจริง เหตุผล และข้อมูลสารสนเทศ ปฏิบัติตามกฎกติกาและมารยาทของสังคม ยืดหยุ่นได้บ้างตามสมควร เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นสำคัญ และพร้อมจะรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้น "
วันนี้ ในฐานะนักวิชาการอิสระ ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เต็มที่เลยครับ
ประเทศชาติเป็นของเราทุกคน บ้านเมืองมีปัญหา ใครเล่าจะอาสาแก้ไข ... สังคมเสื่อมทราม เศรษฐกิจทรุดโทรม การเมืองสับสน ประชาชนออกมาเดินขบวนในท้องถนน จนถึงขั้นบุกยึดทำเนียบ ... นี่คือภาพแห่งความหายนะ ดูไม่ได้ก็ต้องดู ทนไม่ได้ก็ต้องทน
มันไม่ใช่แตกต่างทางความคิดเท่านั้นนะครับ ลุกลามเลยเถิดไปจนถึงขั้นแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันไปจนถึงในระดับประเทศ ... ยากจะเยียวยาแก้ไข ... ใครคือต้นเหตุ ใครคือผู้ต่อต้าน / สานต่อ ก็รู้ๆกันอยู่
ในฐานะนักการศึกษา ผมมองว่า การให้การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองแบบบูรณาการ ... ไม่ค่อยมีใคร แม้แต่นักการศึกษา จะพูดเรื่อง " ... เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นสำคัญ "
วิสัยทัศน์ผู้เรียนกำหนดไว้ว่า " เก่ง ดี มีสุข " ถ้าเป็น " ดี เก่ง กล้า แกร่ง ขยัน มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นสำคัญ " น่าจะเหมาะกว่าไหมครับ ( ยังมีต่อ โปรดติดตาม )
ดร.เป้ เปี่ยมบริบูรณ์ ( ๒๑ ต.ค. ๒๕๕๑ )
ท่านสมชัย ถิรวันธุ์ และท่านผู้สนใจทั้งหลาย ผมเกริ่นนำไปครั้งที่แล้วว่า บ้านเมืองมีปัญหา ....... การจัดการศึกษาเป็นต้นเหตุ มิได้มีเจตนาตำหนิติติงใครเป็นพิเศษ แต่ข้อสังเกตของผมก็คือ วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ที่เป็นต้นแบบในการกำหนดนโยบายในการจัดการศึกษาของชาติ ไม่ชัดเจนและเหมาะสมกับสถานการณ์ของบ้านเมือง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นตัวบ่งชี้พอสมควรว่า มีคนส่วนหนึ่งเห็นแก่ตนเองและพวกพ้องมากจนเกินไป มีคนอีกส่วนหนึ่งที่อ้างว่าทำเพื่อสังคม-ประเทศชาติ แต่ลืมคิดไปว่าตนเองก็ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน คนที่มีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาก็ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเกินไป ทำให้อีกฝ่ายได้ใจทำอะไรได้ตามอำเภอใจตนเอง อยู่ด้วยกันในสังคมเดียวกันต้องประสานความเชื่อ ร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันธำรงรักษา ร่วมกันพัฒนา ร่วมกันแก้ปัญหา และต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย คนไทยมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่า ทำงานเป็นทีมไม่ค่อยเป็น ถ้าเป็นงานส่วนตัวหรืองานใครงานมันละก้อ คนไทยไม่ค่อยเป็นรองใคร จริงไหมเอ่ย ??? อย่างกีฬาระดับโลกหรือโอลิมปิคที่ได้เหรียญทอง /เงิน / ทองแดงมาไงล่ะ ก็เป็นประเภทบุคคลทั้งนั้น หรือว่าจะจริงดังเขาว่า ??? เมื่อไรก็ตามที่มีการรวมตัวตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ก็เกิดเป็นองค์กรขึ้นมาแล้ว ต้องมีการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เป็นเวทีประชาธิปไตยที่จะฝึกคนให้รู้จักการอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันอย่างสันติสุข หน่วยงานราชการยึดหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (Good Governance : GG) ซึ่งมี ๖ หลักการสำคัญพยายามจะจำ แต่ก็จำไม่ได้สักที ก็เลยต่อยอดความคิดเป็นแบบฉบับของตนเอง เพื่อความสะดวกในการจดจำและนำไปใช้ (ทั้งสอนลูกศิษย์ และในชีวิตประจำวัน)อย่างจริงจัง ผมรักที่จะเรียกมันว่า การบริหารจัดการองค์กรที่ดี (Good Management : GM ) ซึ่งมีหลักการ / ยุทธศาสตร์สำคัญ ๗ ประการ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษที่พอมีความรู้อยู่บ้าง เป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ดังนี้ M - Morality (คุณธรรมจริยธรรม) A - Accountability (ความรับผิดชอบ) P - Participation (การมีส่วนร่วม) L - Lawfulness (การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์) E - Economy (ความคุ้มค่า : Efficiency & Effectiveness ) T - Transparency (ความโปร่งใส) S - Satisfaction (ความพึงพอใจ) เอาละสิ หมดเวลาอีกแล้ว ต้องขอไปทำธุระก่อน คราวหน้าจะมาเขียนต่อใหม่ ขอโทษนะครับ (ถ้าสนใจจริง กรุณาติดตาม)
ท่านสมชัย ถิรวันธุ์ และท่านผู้สนใจทั้งหลาย
ผมเกริ่นนำไปครั้งที่แล้วว่า บ้านเมืองมีปัญหา ....... การจัดการศึกษาเป็นต้นเหตุ มิได้มีเจตนาตำหนิติติงใครเป็นพิเศษ แต่ข้อสังเกตของผมก็คือ วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ที่เป็นต้นแบบในการกำหนดนโยบายในการจัดการศึกษาของชาติ ไม่ชัดเจนและเหมาะสมกับสถานการณ์ของบ้านเมือง
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นตัวบ่งชี้พอสมควรว่า มีคนส่วนหนึ่งเห็นแก่ตนเองและพวกพ้องมากจนเกินไป มีคนอีกส่วนหนึ่งที่อ้างว่าทำเพื่อสังคม-ประเทศชาติ แต่ลืมคิดไปว่าตนเองก็ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน
คนที่มีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาก็ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเกินไป ทำให้อีกฝ่ายได้ใจทำอะไรได้ตามอำเภอใจตนเอง
อยู่ด้วยกันในสังคมเดียวกันต้องประสานความเชื่อ ร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันธำรงรักษา ร่วมกันพัฒนา ร่วมกันแก้ปัญหา และต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย
คนไทยมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่า ทำงานเป็นทีมไม่ค่อยเป็น ถ้าเป็นงานส่วนตัวหรืองานใครงานมันละก้อ คนไทยไม่ค่อยเป็นรองใคร จริงไหมเอ่ย ??? อย่างกีฬาระดับโลกหรือโอลิมปิคที่ได้เหรียญทอง /เงิน / ทองแดงมาไงล่ะ ก็เป็นประเภทบุคคลทั้งนั้น หรือว่าจะจริงดังเขาว่า ???
เมื่อไรก็ตามที่มีการรวมตัวตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ก็เกิดเป็นองค์กรขึ้นมาแล้ว ต้องมีการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เป็นเวทีประชาธิปไตยที่จะฝึกคนให้รู้จักการอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันอย่างสันติสุข
หน่วยงานราชการยึดหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (Good Governance : GG) ซึ่งมี ๖ หลักการสำคัญพยายามจะจำ แต่ก็จำไม่ได้สักที ก็เลยต่อยอดความคิดเป็นแบบฉบับของตนเอง เพื่อความสะดวกในการจดจำและนำไปใช้ (ทั้งสอนลูกศิษย์ และในชีวิตประจำวัน)อย่างจริงจัง
ผมรักที่จะเรียกมันว่า การบริหารจัดการองค์กรที่ดี (Good Management : GM ) ซึ่งมีหลักการ / ยุทธศาสตร์สำคัญ ๗ ประการ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษที่พอมีความรู้อยู่บ้าง เป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ดังนี้
M - Morality (คุณธรรมจริยธรรม)
A - Accountability (ความรับผิดชอบ)
P - Participation (การมีส่วนร่วม)
L - Lawfulness (การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์)
E - Economy (ความคุ้มค่า : Efficiency & Effectiveness )
T - Transparency (ความโปร่งใส)
S - Satisfaction (ความพึงพอใจ)
เอาละสิ หมดเวลาอีกแล้ว ต้องขอไปทำธุระก่อน คราวหน้าจะมาเขียนต่อใหม่ ขอโทษนะครับ (ถ้าสนใจจริง กรุณาติดตาม)
สวัสดี ท่านสมชัยและท่านผู้สนใจทั่วไป
ผมดีใจที่มี GotoKnow เป็นเวทีแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการจัดการความรู้(KM) ที่รวดเร็ว ทั่วถึง(คนที่สนใจ) เชื่อ/ไม่เชื่อ ชอบ/ไม่ชอบ ไม่เป็นไร
ขอต่อเรื่อง MAPLETS เจ็ดยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการองค์กรที่ดี (ต่อจากความเห็นที่ ๑๑)
*** องค์กรที่มีปัญหา จะมีการดำเนินงานด้วยระบบที่ไม่ตรงไปตรงมา มองข้ามสาระของความจริงและเหตุผล มีการเล่นพรรคเล่นพวกมากจนเกินไป มีการทุจริตคอรับชั่น คนทำชั่วได้ประโยชน์ คนทำดีเกิดความรู้สึกท้อแท้ มีการจ้องทำลายล้างกัน ผู้นำ/ผู้บริหารไม่มีความยุติธรรม ผู้ตามไม่ปฏิบัติบัติตามนโยบายขององค์กร บางคนแสวงหาความดีใส่ตัวโดยการเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไป และอื่นๆอีกมากมาย .... สรุปว่า ในองค์กร บุคลากรส่วนใหญ่เป็นคนประเภท " กินแต่บุญเก่า เมาการสื่อสาร งุ่นง่านกับอคติ มีทิฐิไม่เป็นกลาง อวดอ้างอิทธิพล มุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตน " .... ผู้นำ/ผู้บริหารต้องตั้งหลักให้ได้และให้ดี นั่นคือ ต้องเชื่อ ต้องคิด และต้องปฏิบัติให้ได้ โดยยึดมั่นหลักการที่ ๑ ที่ว่า " M - Morality " หรือ " หลักคุณธรรมจริยธรรม " หมายความว่า ความถูกต้องและยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการองค์กร
ขออภัย หมดเวลา เวลาหมด คราวหน้าว่ากันใหม่ก็แล้วกัน.
ผู้นำ/ผู้บริหารต้องตั้งหลักให้ได้และให้ดี นั่นคือ ต้องเชื่อ ต้องคิด และต้องปฏิบัติให้ได้ โดยยึดมั่นหลักการที่ ๑ ที่ว่า " M - Morality " หรือ " หลักคุณธรรมจริยธรรม " หมายความว่า ความถูกต้องและยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการองค์กร
หลักการที่ ๒ " A - Accountability " หรือ " หลักความรับผิดชอบ " หมายความว่า ทุกคน(ผู้นำ-ผู้ตาม)ต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ต่อองค์กร และต่อสังคม/ประเทศชาติด้วย
หลักการที่ ๓ " P - Participation " หรือ " หลักการมีส่วนร่วม " หรือ " หลักความร่วมมือร่วมใจ " หมายความว่า ทุกคน(ผู้นำ-ผู้ตาม และผู้มีส่วนได้เสีย)ต้องสนใจที่จะแสดงความเป็นเจ้าของร่วมด้วยตามบทบาทที่ได้รับ ทั้งร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมปฏิบัติอย่างจริงจัง
หลักการที่ ๔ " L - Lawfulness " หรือ " หลักการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ " หรือ " หลักการปฏิบัติตามกฎกติกา มารยาท " หมายความว่า เมื่อทุกองค์กรมีวัฒนธรรม / บรรทัดของตนเองแล้ว บุคลากรทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตาม ถ้ามีกฎเกณฑ์ใดไม่เหมาะสม ก็ควรร่วมมือกันปรับแก้ให้เหมาะสมด้วย
หลักการที่ ๕ " E - Economy " หรือ " หลักความคุ้มค่า " หมายความว่า การดำเนินกิจการใดๆในองค์กร ต้องมีการวางแผนและประเมินความเป็นไปได้ของผลที่จะเกิดขึ้น ว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ โดยเน้นประสิทธิภาพ ( Efficiency ) และประสิทธิผล( Effectiveness )เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ
หลักการที่ ๖ " T - Tranparency " หรือ " หลักความโปร่งใส " หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับต้องมีความจริใจและพร้อมให้ผู้อื่นตรวจสอบและถ่วงดุลได้ตลอดเวลา โดยถือว่าทุกคนมีความบริสุทธิ์ใจ
หลักการที่ ๗ สุดท้าย " S - Satisfaction " หรือ " หลักความพึงพอใจ " หมายความว่า การบริหารจัดการใดๆ เป้าหมาย / ประโยชน์สูงสุดต้องเกิดขึ้นกับผู้รับบริการ / ผู้บริโภค / ลูกค้า / ประชาชน รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานในองค์กรด้วย
นี่คือ MAPLETS เจ็ดยุทธศาสตร์ ในการบริหารจัดการองค์กรที่ดี ( Good Management หรือ GM )
ใช่หรือไม่ใช่ ถูกใจหรือไม่ถูกใจ โปรดใช้ดุลพินิจส่วนตัวนะครับ
I'd like to see you. Easy to think, to remember and to do. Actaully excellent.
อ่านความคิดเห็นของ ดร.สมบัติ เปี่ยมบริบูรณ์ เกี่ยวกับ MAPLETS แล้ว
อยากคิดต่อยอด เพราะดิฉันเคยได้ยินบางคนเขาพูดกันว่า
๑. คุณธรรมจริยธรรม(M) มีไว้สำหรับคนโง่เง่า ที่อยากแอบไปเที่ยวสวรรค์สักพัก
๒. ความรับผิดชอบ(A) มีไว้สำหรับโจรกลับใจเท่านั้น
๓. การมีส่วนร่วม(P) มีไว้สำหรับคนที่ชอบแส่เรื่องของคนอื่น
๔. การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์(L) มีไว้สำหรับคนขี้แพ้
๕. ความคุ้มค่า(E) มีไว้สำหรับคนขี้เหนียว(คุณไข่เค็ม)
๖. ความโปร่งใส(T) มีไว้สำหรับนักการเมืองยุคปัจจุบัน(เกือบทุกคน)
และ ๗.ความพึงพอใจ(S) มีไว้สำหรับประชาชนที่มีสำนึกประชาธิปไตย เอาไว้จัดการกับนักการเมืองขี้ฉ้อทั้งหลาย ตอนเลือกตั้งไงล่ะคะ (สอบตก/กลับเข้ามาใหม่)
อาจดูไม่ค่อยสร้างสรรค์ละกระมัง โปรดอย่าถือสา แต่อยากให้สติคนบางคนค่ะ
คุณจิตร จำรูญ
คุณมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า
แล้วชีวิตคุณจะดีขึ้นกว่านี้ไหมเนี่ย คุณส่งเสริมความเสื่อมทรามในสังคมหรือเปล่า
คิดผิด คิดใหม่ได้นะครับ
ดั้ยอ่านข้อความที่ทุกท่านโพสวั้ยถึงกับ อึ่ง!! ก้อเรียนมาน้อยเลยมีหลายอย่างที่มั่ยค่อยเข้าใจ
ดร.เป้ช่างเป็นนักคิดจิงๆนะคับขอชื่นชม...คิดเก่งขนาดนี้สงสัยลูกศิษฐ์ท่านคงเป็นนักคิดที่เก่งเหมือนอาจารย์แน่ๆ
คิดถึงทุกท่านท่ีเคยร่วมคิด ร่วมแชร์กันมาเม่ือ๑๐ ปี เห็นจะได้.
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
สวัสดีครับคุณสมชาย
ขอให้มีความสุขกับการเขียนบันทึกนะครับผม
จะรอคอยอ่านบันทึกใหม่ๆ
สวัสดี และขอขอบคุณ คนพลัดถิ่น คุณประจักษ์ และคุณจตุพร ช่วยให้คำแนะนำน้องใหม่ด้วยนะครับ mox"
ดร. สมบัติ เปี่ยมบริบูรณ์ อาจารย์ผู้สอนวิชา " หลัก ทฤษฎี และปฏิบัติการบริหารการศึกษา " ป.โท (BTU) ให้แนวคิดไว้ว่า การบริหารจัดการองค์กรที่ดี ( Good Management : GM ) มี หลัก ๗ ประการได้แก่
Morality, Accountability, Participation, Lawfulness, Economy, Transparency, Satisfaction
ท่านเรียกว่า MAPLETS เจ็ดยุทธศาสตร์ ได้แก่
หลักคุณธรรม, หลักความรับผิดชอบ, หลักการมีส่วนร่วม, หลักการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์, หลักความคุ้มค่า, หลักความโปร่งใส และหลักความพึงพอใจ.
จำง่ายดี ปฏิบัติก็ไม่ยากเลย มันสำคัญอยู่ที่ว่า " จะทำให้ดี หรือทำให้เสีย " ใช่ไหมคะ ??????
สำเนา -
กองการเจ้าหน้าที่ โทร. 139
14/กจ./ 7 พฤศจิกายน 2544
การสรรหาเจ้าหน้าที่เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.
เรียน ท่านเลขาธิการ (ผ่านผู้ช่วยเลขาธิการ)
กองการเจ้าหน้าที่ ตระหนักเสมอว่าในการบริหารงานองค์กร “คน” เป็นทรัพยากรการบริหารที่มี
คุณค่ายิ่งขององค์กร ที่ส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้ องค์กรจึงต้องสร้างสรรค์และพัฒนา
กระบวนการสรรหา/คัดเลือก ให้เป็นระบบที่ชัดเจน และมีมาตรฐานที่ดี เพื่อให้ได้ “คนที่มีคุณภาพ” โดยเฉพาะ
สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติ “ภารกิจพิเศษ” ดังนั้นการสรรหา/
คัดเลือก คนเข้าสู่องค์กร จึงควรสูงกว่ามาตรฐานของระบบราชการทั่ว ๆ ไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสรรหา/คัดเลือก เจ้าหน้าที่ที่มีศักยภาพและความสามารถสูง เข้ามาร่วมปฏิบัติงานกับองค์กร
2. เพื่อให้กระบวนการสรรหา/คัดเลือก เป็นมาตรฐาน มีขั้นตอนที่แน่นอน
มีการดำเนินการที่เป็นธรรม/เสมอภาค และโปร่งใส
3. เพื่อควบคุมงบประมาณด้านกำลังคนให้เหมาะสม โดยไม่มีคนล้นงาน หรืองานล้นคน
4. เพื่อมุ่งสู่การใช้คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาองค์กร
หลักการสรรหา
1. องค์กรไม่สนับสนุนและไม่ส่งเสริมการใช้เส้นสาย หรืออภิสิทธิ์ใด ๆ ปฏิเสธระบบพรรคพวก
หรือไม่ผ่านกระบวนการสรรหา/คัดเลือก ที่องค์กรกำหนด เมื่อเข้ามาทำงานกับองค์กรแล้ว จะพิจารณาให้ความ
เป็นธรรมและความเสมอภาคแก่ทุกคน
2. องค์กรจะรับและบรรจุแต่งตั้งเฉพาะบุคคลที่ผ่านขั้นตอนและกระบวนการสรรหา/คัดเลือก
ที่องค์กรกำหนดไว้ครบทุกขั้นตอนแล้วเท่านั้น โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ
3. องค์กรจะสรรหา/คัดเลือก ตามความจำเป็นและความเหมาะสมของงานในแต่ละหน่วยงาน
โดยยึดหลัก ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ศักยภาพ ทัศนคติ พฤติกรรม อายุงานในตำแหน่งประสบการณ์ คุณวุฒิ
การพัฒนาและฝึกอบรม ขีดความสามารถ และมาตรฐานที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้น
4. ในกรณีการสรรหา/คัดเลือก จากเจ้าหน้าที่ภายในองค์กร ต้องผ่านมาตรฐานการทดสอบ/
วัดผล/ฝึกอบรม/ขั้นตอนใด ๆ ที่องค์กรกำหนดขึ้นตามความเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น ๆ เช่น กรณีการย้าย
สับเปลี่ยนสายงาน
5. องค์กรจะใช้บริการ “ศูนย์ทดสอบกลาง” เพื่อให้การสรรหา/คัดเลือก เป็นไปโดยสุจริต
เที่ยงธรรม ขจัดปัญหาการเล่นพรรคเล่นพวกตามระบบราชการเดิม ๆ
6. ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ต้องเข้ารับการพัฒนาศักยภาพตามที่องค์กรกำหนด สำหรับราชการ
บรรจุใหม่ ต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพก่อนได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่บรรจุแต่งตั้ง
7. ศูนย์ทดสอบกลาง ประกอบด้วย กองการเจ้าหน้าที่ และสถาบันของรัฐที่สำนักงาน ป.ป.ช.
ว่าจ้างเป็นที่ปรึกษา ร่วมกันดำเนินการสรรหาคัดเลือกเจ้าหน้าที่ให้กับองค์กร
8. การสร้างแบบทดสอบ องค์กรจะจัดสร้างแบบทดสอบ ดังนี้
8.1 แบบทดสอบภาคทฤษฎี/ปฏิบัติ กำหนดให้กองการเจ้าหน้าที่ ผู้ชำนาญหรือ
ผู้เชี่ยวชาญในงานหน้าที่นั้น ๆ และ/หรือผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ทดสอบกลาง ร่วมกันออกแบบทดสอบ
8.2 แบบทดสอบพฤติกรรม/วุฒิภาวะ กำหนดให้สถาบันนิติจิตเวช เป็นผู้สร้าง
แบบทดสอบ โดยครอบคลุมอย่างน้อย 5 คุณลักษณะ คือ
(1) ความมีจิตสำนึกในด้านคุณธรรมและความซื่อสัตย์
(2) ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคม
(3) ความอดทนต่อภาวะความกดดันและการควบคุมอารมณ์
(4) ความเข้มแข็งของจิตใจต่อการปรับตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ
(5) ความสามารถในการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ
8.3 แบบสัมภาษณ์งานมาตรฐาน กำหนดให้กองการเจ้าหน้าที่ และผู้เชี่ยวชาญ
เฉพาะสาขา ร่วมกันสร้างแบบสัมภาษณ์
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
1. อนุมัติหลักการสรรหา เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ
2. อนุมัติให้กองการเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามความเหมาะสม
สมชัย ถิระวันธุ์
(นายสมชัย ถิระวันธุ์)
ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่
<< Click เพื่อดูรายละเอียดการสรรหาบุคลากรประจำปีง
คุณกบนอกกะลาครับ
ช่วยขยายความให้ด้วยก็จะดี และขอขอบคุณมาก @ MOX
คุณกบนอกกะลาครับ
ช่วยขยายความให้ด้วยก็จะดี และขอขอบคุณมาก @ MOX
สืบเนื่องจาก ความเห็นที่ ๕ ของ กบ นอกกะลา ( ศุกร์ ที่ ๒๖ ก.ย. ๒๕๕๑)
...............................................
ดร. สมบัติ เปี่ยมบริบูรณ์ อาจารย์ผู้สอนวิชา " หลัก ทฤษฎี และปฏิบัติการบริหารการศึกษา " ป.โท (BTU) ให้แนวคิดไว้ว่า การบริหารจัดการองค์กรที่ดี ( Good Management : GM ) มี หลัก ๗ ประการได้แก่
Morality, Accountability, Participation, Lawfulness, Economy, Transparency, Satisfaction
ท่านเรียกว่า MAPLETS เจ็ดยุทธศาสตร์ ได้แก่
หลักคุณธรรม, หลักความรับผิดชอบ, หลักการมีส่วนร่วม, หลักการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์, หลักความคุ้มค่า, หลักความโปร่งใส และหลักความพึงพอใจ.
จำง่ายดี ปฏิบัติก็ไม่ยากเลย มันสำคัญอยู่ที่ว่า " จะทำให้ดี หรือทำให้เสีย " ใช่ไหมคะ ??????
...............................................
กบ นอกกะลา ผู้ประกาศตนว่าเป็นลูกศิษย์ โทรศัพท์มาบอกว่า เอาสิ่งที่ผมเคยสอนไว้ ไปลงเว็บ อยากให้ช่วยขยายความ เพราะมีผู้สนใจ ผมรับปากไวแล้วจะดำเนินการให้ แต่ขอเวลากลับจากต่างจังหวัดก่อน วันนี้กลับมาแล้ว จะค่อยๆทะยอยทำให้ ขอบคุณ ท่านสมชัย ถิรวันธุ์ ที่ต่อยอดความสำคัญให้กับ MAPLETS
ดร.เป้ เปี่ยมบริบูรณ์ ( อังคาร ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ )
...............................................
ท่านผู้อ่านที่เคารพ
ด้วยบุคลิกลักษณะพิเศษส่วนตัวของผม " มีความเชื่อเชิงวิทยาศาสตร์ คิดอย่างอิสระ ตัดสินใจด้วยความจริง เหตุผล และข้อมูลสารสนเทศ ปฏิบัติตามกฎกติกาและมารยาทของสังคม ยืดหยุ่นได้บ้างตามสมควร เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นสำคัญ และพร้อมจะรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้น "
วันนี้ ในฐานะนักวิชาการอิสระ ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เต็มที่เลยครับ
ประเทศชาติเป็นของเราทุกคน บ้านเมืองมีปัญหา ใครเล่าจะอาสาแก้ไข ... สังคมเสื่อมทราม เศรษฐกิจทรุดโทรม การเมืองสับสน ประชาชนออกมาเดินขบวนในท้องถนน จนถึงขั้นบุกยึดทำเนียบ ... นี่คือภาพแห่งความหายนะ ดูไม่ได้ก็ต้องดู ทนไม่ได้ก็ต้องทน
มันไม่ใช่แตกต่างทางความคิดเท่านั้นนะครับ ลุกลามเลยเถิดไปจนถึงขั้นแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันไปจนถึงในระดับประเทศ ... ยากจะเยียวยาแก้ไข ... ใครคือต้นเหตุ ใครคือผู้ต่อต้าน / สานต่อ ก็รู้ๆกันอยู่
ในฐานะนักการศึกษา ผมมองว่า การให้การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองแบบบูรณาการ ... ไม่ค่อยมีใคร แม้แต่นักการศึกษา จะพูดเรื่อง " ... เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นสำคัญ "
วิสัยทัศน์ผู้เรียนกำหนดไว้ว่า " เก่ง ดี มีสุข " ถ้าเป็น " ดี เก่ง กล้า แกร่ง ขยัน มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นสำคัญ " น่าจะเหมาะกว่าไหมครับ ( ยังมีต่อ โปรดติดตาม )
ดร.เป้ เปี่ยมบริบูรณ์ ( ๒๑ ต.ค. ๒๕๕๑ )
ท่านสมชัย ถิรวันธุ์ และท่านผู้สนใจทั้งหลาย
ผมเกริ่นนำไปครั้งที่แล้วว่า บ้านเมืองมีปัญหา ....... การจัดการศึกษาเป็นต้นเหตุ มิได้มีเจตนาตำหนิติติงใครเป็นพิเศษ แต่ข้อสังเกตของผมก็คือ วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ที่เป็นต้นแบบในการกำหนดนโยบายในการจัดการศึกษาของชาติ ไม่ชัดเจนและเหมาะสมกับสถานการณ์ของบ้านเมือง
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นตัวบ่งชี้พอสมควรว่า มีคนส่วนหนึ่งเห็นแก่ตนเองและพวกพ้องมากจนเกินไป มีคนอีกส่วนหนึ่งที่อ้างว่าทำเพื่อสังคม-ประเทศชาติ แต่ลืมคิดไปว่าตนเองก็ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน
คนที่มีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาก็ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเกินไป ทำให้อีกฝ่ายได้ใจทำอะไรได้ตามอำเภอใจตนเอง
อยู่ด้วยกันในสังคมเดียวกันต้องประสานความเชื่อ ร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันธำรงรักษา ร่วมกันพัฒนา ร่วมกันแก้ปัญหา และต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย
คนไทยมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่า ทำงานเป็นทีมไม่ค่อยเป็น ถ้าเป็นงานส่วนตัวหรืองานใครงานมันละก้อ คนไทยไม่ค่อยเป็นรองใคร จริงไหมเอ่ย ??? อย่างกีฬาระดับโลกหรือโอลิมปิคที่ได้เหรียญทอง /เงิน / ทองแดงมาไงล่ะ ก็เป็นประเภทบุคคลทั้งนั้น หรือว่าจะจริงดังเขาว่า ???
เมื่อไรก็ตามที่มีการรวมตัวตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ก็เกิดเป็นองค์กรขึ้นมาแล้ว ต้องมีการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เป็นเวทีประชาธิปไตยที่จะฝึกคนให้รู้จักการอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันอย่างสันติสุข
หน่วยงานราชการยึดหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (Good Governance : GG) ซึ่งมี ๖ หลักการสำคัญพยายามจะจำ แต่ก็จำไม่ได้สักที ก็เลยต่อยอดความคิดเป็นแบบฉบับของตนเอง เพื่อความสะดวกในการจดจำและนำไปใช้ (ทั้งสอนลูกศิษย์ และในชีวิตประจำวัน)อย่างจริงจัง
ผมรักที่จะเรียกมันว่า การบริหารจัดการองค์กรที่ดี (Good Management : GM ) ซึ่งมีหลักการ / ยุทธศาสตร์สำคัญ ๗ ประการ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษที่พอมีความรู้อยู่บ้าง เป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ดังนี้
M - Morality (คุณธรรมจริยธรรม)
A - Accountability (ความรับผิดชอบ)
P - Participation (การมีส่วนร่วม)
L - Lawfulness (การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์)
E - Economy (ความคุ้มค่า : Efficiency & Effectiveness )
T - Transparency (ความโปร่งใส)
S - Satisfaction (ความพึงพอใจ)
เอาละสิ หมดเวลาอีกแล้ว ต้องขอไปทำธุระก่อน คราวหน้าจะมาเขียนต่อใหม่ ขอโทษนะครับ (ถ้าสนใจจริง กรุณาติดตาม)
สวัสดี ท่านสมชัยและท่านผู้สนใจทั่วไป
ผมดีใจที่มี GotoKnow เป็นเวทีแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการจัดการความรู้(KM) ที่รวดเร็ว ทั่วถึง(คนที่สนใจ) เชื่อ/ไม่เชื่อ ชอบ/ไม่ชอบ ไม่เป็นไร
ขอต่อเรื่อง MAPLETS เจ็ดยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการองค์กรที่ดี (ต่อจากความเห็นที่ ๑๑)
*** องค์กรที่มีปัญหา จะมีการดำเนินงานด้วยระบบที่ไม่ตรงไปตรงมา มองข้ามสาระของความจริงและเหตุผล มีการเล่นพรรคเล่นพวกมากจนเกินไป มีการทุจริตคอรับชั่น คนทำชั่วได้ประโยชน์ คนทำดีเกิดความรู้สึกท้อแท้ มีการจ้องทำลายล้างกัน ผู้นำ/ผู้บริหารไม่มีความยุติธรรม ผู้ตามไม่ปฏิบัติบัติตามนโยบายขององค์กร บางคนแสวงหาความดีใส่ตัวโดยการเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไป และอื่นๆอีกมากมาย .... สรุปว่า ในองค์กร บุคลากรส่วนใหญ่เป็นคนประเภท " กินแต่บุญเก่า เมาการสื่อสาร งุ่นง่านกับอคติ มีทิฐิไม่เป็นกลาง อวดอ้างอิทธิพล มุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตน " .... ผู้นำ/ผู้บริหารต้องตั้งหลักให้ได้และให้ดี นั่นคือ ต้องเชื่อ ต้องคิด และต้องปฏิบัติให้ได้ โดยยึดมั่นหลักการที่ ๑ ที่ว่า " M - Morality " หรือ " หลักคุณธรรมจริยธรรม " หมายความว่า ความถูกต้องและยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการองค์กร
ขออภัย หมดเวลา เวลาหมด คราวหน้าว่ากันใหม่ก็แล้วกัน.
ผู้นำ/ผู้บริหารต้องตั้งหลักให้ได้และให้ดี นั่นคือ ต้องเชื่อ ต้องคิด และต้องปฏิบัติให้ได้ โดยยึดมั่นหลักการที่ ๑ ที่ว่า " M - Morality " หรือ " หลักคุณธรรมจริยธรรม " หมายความว่า ความถูกต้องและยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการองค์กร
หลักการที่ ๒ " A - Accountability " หรือ " หลักความรับผิดชอบ " หมายความว่า ทุกคน(ผู้นำ-ผู้ตาม)ต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ต่อองค์กร และต่อสังคม/ประเทศชาติด้วย
หลักการที่ ๓ " P - Participation " หรือ " หลักการมีส่วนร่วม " หรือ " หลักความร่วมมือร่วมใจ " หมายความว่า ทุกคน(ผู้นำ-ผู้ตาม และผู้มีส่วนได้เสีย)ต้องสนใจที่จะแสดงความเป็นเจ้าของร่วมด้วยตามบทบาทที่ได้รับ ทั้งร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมปฏิบัติอย่างจริงจัง
หลักการที่ ๔ " L - Lawfulness " หรือ " หลักการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ " หรือ " หลักการปฏิบัติตามกฎกติกา มารยาท " หมายความว่า เมื่อทุกองค์กรมีวัฒนธรรม / บรรทัดของตนเองแล้ว บุคลากรทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตาม ถ้ามีกฎเกณฑ์ใดไม่เหมาะสม ก็ควรร่วมมือกันปรับแก้ให้เหมาะสมด้วย
หลักการที่ ๕ " E - Economy " หรือ " หลักความคุ้มค่า " หมายความว่า การดำเนินกิจการใดๆในองค์กร ต้องมีการวางแผนและประเมินความเป็นไปได้ของผลที่จะเกิดขึ้น ว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ โดยเน้นประสิทธิภาพ ( Efficiency ) และประสิทธิผล( Effectiveness )เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ
หลักการที่ ๖ " T - Tranparency " หรือ " หลักความโปร่งใส " หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับต้องมีความจริใจและพร้อมให้ผู้อื่นตรวจสอบและถ่วงดุลได้ตลอดเวลา โดยถือว่าทุกคนมีความบริสุทธิ์ใจ
หลักการที่ ๗ สุดท้าย " S - Satisfaction " หรือ " หลักความพึงพอใจ " หมายความว่า การบริหารจัดการใดๆ เป้าหมาย / ประโยชน์สูงสุดต้องเกิดขึ้นกับผู้รับบริการ / ผู้บริโภค / ลูกค้า / ประชาชน รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานในองค์กรด้วย
นี่คือ MAPLETS เจ็ดยุทธศาสตร์ ในการบริหารจัดการองค์กรที่ดี ( Good Management หรือ GM )
ใช่หรือไม่ใช่ ถูกใจหรือไม่ถูกใจ โปรดใช้ดุลพินิจส่วนตัวนะครับ
I'd like to see you. Easy to think, to remember and to do. Actaully excellent.
อ่านความคิดเห็นของ ดร.สมบัติ เปี่ยมบริบูรณ์ เกี่ยวกับ MAPLETS แล้ว
อยากคิดต่อยอด เพราะดิฉันเคยได้ยินบางคนเขาพูดกันว่า
๑. คุณธรรมจริยธรรม(M) มีไว้สำหรับคนโง่เง่า ที่อยากแอบไปเที่ยวสวรรค์สักพัก
๒. ความรับผิดชอบ(A) มีไว้สำหรับโจรกลับใจเท่านั้น
๓. การมีส่วนร่วม(P) มีไว้สำหรับคนที่ชอบแส่เรื่องของคนอื่น
๔. การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์(L) มีไว้สำหรับคนขี้แพ้
๕. ความคุ้มค่า(E) มีไว้สำหรับคนขี้เหนียว(คุณไข่เค็ม)
๖. ความโปร่งใส(T) มีไว้สำหรับนักการเมืองยุคปัจจุบัน(เกือบทุกคน)
และ ๗.ความพึงพอใจ(S) มีไว้สำหรับประชาชนที่มีสำนึกประชาธิปไตย เอาไว้จัดการกับนักการเมืองขี้ฉ้อทั้งหลาย ตอนเลือกตั้งไงล่ะคะ (สอบตก/กลับเข้ามาใหม่)
อาจดูไม่ค่อยสร้างสรรค์ละกระมัง โปรดอย่าถือสา แต่อยากให้สติคนบางคนค่ะ
คุณจิตร จำรูญ
คุณมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า
แล้วชีวิตคุณจะดีขึ้นกว่านี้ไหมเนี่ย คุณส่งเสริมความเสื่อมทรามในสังคมหรือเปล่า
คิดผิด คิดใหม่ได้นะครับ
ดั้ยอ่านข้อความที่ทุกท่านโพสวั้ยถึงกับ อึ่ง!! ก้อเรียนมาน้อยเลยมีหลายอย่างที่มั่ยค่อยเข้าใจ
ดร.เป้ช่างเป็นนักคิดจิงๆนะคับขอชื่นชม...คิดเก่งขนาดนี้สงสัยลูกศิษฐ์ท่านคงเป็นนักคิดที่เก่งเหมือนอาจารย์แน่ๆ
คิดถึงทุกท่านท่ีเคยร่วมคิด ร่วมแชร์กันมาเม่ือ๑๐ ปี เห็นจะได้.