ใครเล่าจะเตือนสติเรานั้น หากเราไม่เปิดใจรับฟัง..

เรื่องจริง บ้างครั้งก็ยังเป็นเรื่องเล่าที่ฟังแล้วอมตะ หรือชวนให้ติดตามและน่าสนใน ใคร่รู้...
        แต่หากเรื่องที่จะเล่าทำให้อีกผู้เกิดความรู้สึกที่มีความพยายามบากบั้นในการมานะสู้ฝ่าฟันกับอุปสรรค ควรเล่า.. กระนั้น ก็ควรละเลยเรื่องจริงที่ปวดร้าวที่จะทำให้จิตใจของอีกผู้ ต้องได้รับการกระทบกระเทือน หากเว้นไว้ว่าเรื่องที่กระทบกระเทือนจะเป็นแสงส่องเข้าในจิตใจ ให้เห็นแสงสว่างของการเดินทางของชีวิตไม่ได้จบลงเพียงแค่เรื่องนั้น..
ใครเล่าจะเตือนสติเรานั้น หากเราไม่เปิดใจรับฟัง..
       
เรื่องที่ผ่านมาของอดีต อาจจะแฝงด้วยความจริงที่น่าชื่นชม น่ายกย่องสรรเสริญ หรือ น่าขยักแขยงจิตใจ ไม่น่ารื่นรมย์ ไม่น่าที่จะจดจำ แต่หากว่ามันคืออดีตไปแล้ว ซึ่งความจริงข้อหนึ่งว่า ใช่เรื่องจริงหรือไม่ สำคัญตรงไหน ปัจจุบันคือสิ่งที่เราสามารถแก้ไขมันได้
       
เรื่องที่เล่า ก็คงเป็นเฉกเช่นเรื่องที่ผ่านมาแล้วผ่านไป หากทำให้จิตใจพร้อมที่จะก้าวสู่โลกกว้างใหญ่ไฟศาลนี้แล้วมีพลังจงเก็บและรักษาไว้และสู้ต่อไป แต่หากทำให้จิตใจพบกับความหดหู่แล้ว เราก็จงเลือกที่จะทำอย่างไร เพื่อให้การก้าวเดินของเส้นทางของชีวิตผ่านไปด้วยความทรงจำที่มีคุณค่า
       
มนุษย์ ต่างจากสัตว์ประเภทอื่น ๆ ตรงเรื่องการคิด และการเก็บเรื่องราวที่ผ่านมาไว้ในสมองที่ซับซ้อน เรื่องที่เล่าจะจริงหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ผันผ่าน กลับทำให้จิตใจเราเข้มแข็งขึ้น นี่ซิ นะ ...ความเป็นผู้ใหญ่ ของจิตใจ ก็มีวิวัฒนาการของมันเองแล้ว....

พล..

23 เม.ย. 2551, 9:16 น.