เงินทุนและกิจกรรม
กับจิตใจที่รักการเสียสละ

โดย อัล อัค
ผมนับครั้งไม่ได้แล้วว่า มีนักศึกษามุสลิมถามผมเรื่องเงิน สสส. ว่ารับได้หรือไม่? ตั้งแต่สมัยเป็นชูรอ(ที่ปรึกษา)ให้กับ สนท. (สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม) ในยุคที่กองทุนนี้ออกมาใหม่ ๆ จนถึงทุกวันนี้ที่ไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ กับพวกนักศึกษาแล้ว แต่คำถามนี้ก็วนเวียนมาเหมือนเดิม ... และยังคงเป็นความขัดแย้งระดับรุนแรงระหว่างสองฝ่ายอยู่เช่นเดิม
ผมยังมีจุดยืนที่เหมือนเดิม คือ “ไม่รับ” ... ตั้งแต่การแนะนำกรณีเงินทุนนี้ให้กับสนท. จนถึงทุกวันนี้เมื่อมีคำถามเข้ามาอีก ผมก็ยังยืนยันว่า “ไม่เอา”... และเหตุผลตั้งแต่วันนั้นก็คือ ผมไม่ได้ตัดสินใจในมุมมองทางฟิกฮฺของฝ่ายใด และไม่เคยมองว่าฝ่ายที่รับเป็นคนชั่วประเภทไป “เอาปัสสาวะมาราดอุจจาระ” ...
แต่มุมมองผมเป็นเรื่องความเห็นส่วนบุคคลที่ให้ความสำคัญกับงานดะอฺวะฮฺ เป็นหลัก ... หมายความว่า ผมปฏิเสธเงินทุนนี้ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่วางอยู่บนประโยชน์ของสนามดะอฺวะฮฺ (และผมก็คิดว่าพี่น้องที่รับได้ ก็ใช้เหตุผลของงานดะอฺวะฮฺประกอบด้วยเช่นกัน)
เงินสสส. ในมุมมองทางฟิกฮฺและในผลประโยชน์ของชนกลุ่มน้อยมุสลิม ก็มีช่องทางที่สามารถนำมาใช้ได้ในบางกรณี แต่การทำกิจกรรมของนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ในความเห็นของผม ไม่สมควรแตะต้อง นอกจากเหตุผลหนึ่งคือรับมาแล้วก่อความขัดแย้งระหว่างพวกเราค่อนข้างรุนแรง อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ มันกำลังตอกย้ำค่านิยมในการทำกิจกรรมราคาแพงให้กับคนรุ่นใหม่ ...
ในความเห็นส่วนตัวของผม กองทุนใดที่มีความซับซ้อน มีความละเอียดอ่อน ต้องระวังให้มาก และยิ่งกองทุนบางกองทุนจากประเทศตะวันตกที่มีคำถามคาใจมากมาย ยิ่งต้องระมัดระวังยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า
ผมสังเกตกิจกรรมในช่วงหลังนี้มักจะเน้นปัจจัยที่สะดวกสบายมาสร้างแรงดึงดูดในการเข้าร่วม ... หลายครั้งที่ผมได้ยินคนหนุ่มชวนเพื่อน ๆ ไปร่วมกิจกรรมฟังบรรยายในบางที่ ด้วยเหตุผลเพราะผู้จัดมีอาหารอย่างดีคอยต้อนรับ
ผมเคยพบว่า เยาวชนบางคนขอลาออกจากค่ายอบรมขององค์กรมุสลิมบางแห่ง เพราะไม่สะดวกสบายเหมือนค่ายอื่น ๆ ที่ทางราชการจัดให้ ที่มีห้องพักพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีอาหารและเบรกกันเต็มที่ มีกิจกรรมที่สนุกสนานเฮฮากันอย่างครบสูตร
ที่น่าเจ็บใจมากก็คือ ผมต้องเจอคนหลายคนที่เรียกร้องสิ่งนี้จากกิจกรรมของกลุ่มทำงานจน ๆ ... ขออาหารอร่อย ขอค่าเดินทาง ขอที่พักอย่างดี โดยอ้างว่าให้เหมือนกับที่นั่นที่โน่นที่เค้าจัดกัน
ปัญหาที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องเสียหายคือ ค่านิยมที่ผิดๆ ในการทำงานรับใช้อิสลามที่เน้นใช้เงินทุนจำนวนมาก มากแบบบางครั้งเป็นระดับที่ไม่มีความจำเป็น ค่านิยมนี้น่าเบื่อหน่ายที่สุดตอนที่ผมมักต้องเจอหนังสือหาทุนของกลุ่มต่าง ๆ ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการทำกิจกรรม
ค่านิยมในการทำกิจกรรมที่เน้นเงินทุนจำนวนมากอย่างไม่จำเป็น ทำให้เกิดวิกฤติในวันข้างหน้า ดังในยุคหนึ่งที่เงินทุนจากอาหรับเข้ามาเยอะมาก ทำให้ทุกคนทำงานกันอย่างไหลเลื่อน แต่เมื่อเงินทุนหยุดชะงัก งานดะอฺวะฮฺก็ต้องเผชิญกับโลกที่เป็นจริงอย่างทุลักทุเลยิ่ง
ระยะหลังผมค่อนข้างอึดอัดกับการทำกิจกรรมที่ราคาแพงเกินไป มีเลี้ยงบุพเฟ่ มีกระเป๋าแจก มีห้องพักหรู ซึ่งแหล่งเงินทุนก็อาจมาจากองค์กรมุสลิมเองด้วยซ้ำ ถ้านาน ๆ ครั้งก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรมาก แต่บ่อย ๆ เข้า รู้สึกว่าน้ำหนักตัวจะเพิ่ม สมาธิการทำงานชักจะต่ำ พาลคิดถึงชีวิตเศาะฮาบะฮฺ และชีวิตของพี่น้องที่ยากลำบากในที่ต่าง ๆ … ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่แย่มากก็คือ เนื้อหาสาระที่ปรากฏในรูปแบบเอกสารที่มีคุณภาพก็พบได้น้อยอีกด้วย
สิ่งที่ผมเฝ้าบอกคนรุ่นใหม่ที่ทำกิจกรรมอยู่เสมอก็คือ เราต้องสร้างค่านิยมในการทำกิจกรรมที่เน้นเนื้อหา และให้ประหยัดงบประมาณในระดับต่ำที่สุด ให้หันมาพึ่งพาตัวเอง พึ่งกระเป๋าเงินตัวเองเป็นสำคัญ
ว่ากันว่าคนเรามักจะถูกทดสอบและถูกพิสูจน์ในสิ่งที่ตนเองได้ยืนยันไว้ วันหนึ่งผมเองก็ได้ถูกทดสอบด้วยการไม่มีเงินทำกิจกรรมเอาเลย และเราต้องอดทนกับการไม่ขอเงินคนทำกิจกรรม ด้วยการประหยัดอย่างเต็มพิกัด และต้อง “อึด” ในการทำเนื้อหา ... แต่อย่างไรผมก็ยังเชื่อมั่นว่า ค่านิยมการทำกิจกรรมด้วยปัญญาและการพึ่งพาตนเอง จะสร้างความยั่งยืนให้กับสนามการทำงาน
เพื่อนผมบอกว่า การบริจาคเงินล้านบาทของเศรษฐีพันล้าน มันไม่ได้อารมณ์ความรู้สึกเท่ากับการบริจาคเงิน 10 บาทของคนที่ไม่สตางค์จะซื้อนมให้ลูกกิน ... ผมจึงอยากให้นักกิจกรรมรุ่นใหม่ฝึกฝนเสียสละในหนทางของอัลลอฮฺมาก ๆ เพราะการเสียสละทำให้เรารู้คุณค่าในแนวทางที่เราเชื่อมั่น เหมือนพี่น้องบางท่านเคยบอกว่า เงินพันบาทที่พ่อแม่ให้มาใช้ มันไม่ได้ความรู้สึกผูกพันเท่ากับเงิน 100 บาทที่เราทำมาหากินมาแล้วให้กับลูกเรากินขนม
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่เป็นความเชื่อมั่นที่ได้มาจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺก็คือฺ “ถ้าหากพวกท่านช่วยเหลืออัลลอฮฺ พระองค์ก็จะช่วยเหลือพวกท่าน” การเสียสละของเรามันจะได้คืนกลับมาอย่างประมาณมิได้ ...
ความเชื่อมั่นนี้คือสิ่งที่เราต้องกลับมาทบทวนใหม่ถึงแหล่งเงินทุน การใช้เงิน และการขอเงินในการทำกิจกรรมของเรา รวมทั้งทบทวนรูปแบบการทำกิจกรรมของเราด้วย