เมื่อเมฆหมอกมาบดบังหัวใจ

เมื่อเมฆหมอกมาบดบังหัวใจ

Sample Image

  อัล อัค เรียบเรียง        


                  พี่น้องท่านหนึ่ง เฝ้าถามว่า ตัวของเขาอยากจะปฏิบัติตัวให้เคร่งครัดในศาสนา แต่ทำให้สม่ำเสมอไม่ค่อยได้ สิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ที่ศาสนาห้ามก็อยากจะเลิก แต่เลิกได้สักพัก ก็กลับมาทำต่อ เขาจะทำอย่างไรดีกับอาการพวกนี้ บางครั้งก็ไม่อยากจะคบเพื่อนฝูงที่ดีๆ เพราะรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่ค่อยดี ไม่อยากเสแสร้งคบหา กลัวจะเป็นมุนาฟิก(คนกลับกลอก)
               
              คำแนะนำอย่างแรกคือ อย่าเลิกคบคนดีๆ หากเราจะเลิกคบกับผู้คน ปลีกตัวออกจากสังคม ขอให้รู้เถิดว่า นั้นเป็น "เสียงกระซิบจากชัยฏอน" ฉะนั้น อย่าไปฟังเสียงกระซิบนั้น ขอให้ยืนหยัดอยู่กับเพื่อนฝูงที่ดีๆต่อไป มนุษย์ที่ดีนั้นคือทำผิดแล้วกลับใจ มิใช่ทำผิดแล้วประชด

              ที่นี้ลองหันมาใคร่ครวญสาเหตุที่แท้จริง หันมาทบทวนกันอย่างจริงจัง ขออย่าสรุปแบบง่ายๆหยาบๆ เช่น ก็เพราะไม่เคร่งนะซิ’ ‘ก็เพราะอ่อนแอในการปฏิบัติศาสนานะซิเป็นต้น คำตอบเหล่านี้ดูเหมือนจะถูก แต่นี่ไม่ใช่สาเหตุ แต่เป็นอาการ เหมือนคนเป็นหวัด แล้วมีคนถามว่า ทำไมถึงเป็นหวัด คำตอบที่ได้มักจะเป็น ก็ตัวร้อน’ ‘ก็ไอนะซิบางครั้ง เราจึงสับสนระหว่างอาการของโรค กับสาเหตุของโรค อยู่เสมอ

             คำสอนอิสลามแสดงความกล้าและเปิดเผยตลอด ไม่หลงประเด็น แต่ตรงเข้าไปพูดอย่างเปิดเผยถึง เหตุของอาการนั้นๆ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม จึงประกาศตรงไปตรงมาถึงเหตุของอาการต่างๆไว้ว่า "พึงทราบเถิด ในร่างกายมีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากว่ามันดี ร่างกายจะดีไปด้วยทั้งหมด หากว่ามันเสียหาย ร่างกายทั้งหมดก็จะเสียหายไปด้วย มันคือ หัวใจ"(รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม)

จากฮะดีษนี้แสดงให้เห็นถึงหน้าที่ของหัวใจที่คอย "ควบคุม" อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ

              ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้อธิบายคำว่า หัวใจ ซึ่งในภาษาอาหรับคือคำว่า ก็อลบฺ นั้นเป็นศัพท์ที่มีรากศัพท์เดียวกับคำว่า ตะก็อลลุบ ซึ่งแปลว่า การพลิกผัน(อย่างรวดเร็ว)

             ลักษณะสำคัญของหัวใจก็คือ มันสามารถซึมซับเอาความเลวร้ายต่างๆจากภายนอกได้ ดังมีกล่าวไว้ในฮะดีษบทหนึ่งว่า "ฟิตนะฮฺ(การทดสอบและการล่อลวง)ปรากฏขึ้นบนหัวใจ ประดุจดังเสื่อที่ถูกสานเส้นแล้วเส้นเล่า(คือมันจะเข้าสู่หัวใจอย่างเต็มที่) แล้วหากหัวใจดวงใดได้ดูดซับมันไว้ มันก็จะบังเกิดจุดสีดำขึ้น"(รายงานโดยมุสลิม

            Sample Imageสภาวะของหัวใจกับความเลวร้ายจึงได้รับกับการเปรียบเทียบเสมือน ดวงจันทร์กับก้อนเมฆที่เข้ามาบดบังจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ว่า "ไม่มีหัวใจดวงใด เว้นเสียแต่จะมีเมฆ(ที่จะมาบดบังมัน) เช่นเดียวกับเมฆ(ที่บดบัง)ดวงจันทร์ ขณะที่มันส่องแสงนั้น เมื่อมีเมฆมาบดบังมันๆก็จะมืดมิด เมื่อเมฆจากไป มันก็จะส่องสว่างอีกครา"(อัซ ซิลซิละฮฺ อัศ เศาะฮีฮะฮฺ 2268)

เราได้คำตอบในเบื้องต้นแล้วว่า "หัวใจ" ที่เต็มไปด้วยเมฆที่มืดมิดต่างหากที่เป็นเหตุให้มันปั่นป่วน ไม่สามารถทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกต่างๆไว้ได้ เราจึงต้องการ "ความสว่าง" หรือ "นูร" เข้ามาขับไล่เมฆหมอกในหัวใจของเราให้ออกไป

           เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความสว่างที่เราต้องการนั้น คือรัสมีแห่งศรัทธา หรือ "แสงแห่งอีหม่าน" ซึ่งเป็นแสงที่ได้มาจากอัลลอฮฺ ตะอาลา เป็นความรู้สึกเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมที่มีต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา มีทั้งความรู้สึกรักและยำเกรง แสงแห่งอีหม่านนี้แหละที่จะช่วยสร้างความสว่างไสวในหัวใจของเรา

           ประเด็นต่อมา เราต้องเรียนรู้ธรรมชาติของอีหม่านต่ออีกว่า อีหม่านในหัวใจนั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่คงที่ตายตัว แต่มันมีวันที่เข้มข้นและมีวันที่เจือจางลง หากเราปล่อยให้อีหม่านเราดำเนินไปตามยถากรรม ก็จะเป็นไปตามที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวไว้ในฮะดีษ เศาะฮีฮฺว่า "แท้จริงอีหม่านในหัวใจของพวกท่านคนหนึ่งคนใดจะทรุดโทรม เช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่สวมใส่จนเสื่อมสภาพ ดังนั้น พวกท่านจงขอต่ออัลลอฮฺ เพื่อให้พระองค์ทำให้อีหม่านมีสภาพใหม่อยู่ในหัวใจของพวกท่าน"(อัซ ซิลซิละฮฺ อัศ เศาะฮีฮะฮฺ 1585)

          สรุปได้ความแล้วว่า การแก้ไขปัญหาความเสื่อมถอยในการปฏิบัติตามหลักการอิสลามนั้นอยู่ที่ การนำแสงแห่งอีหม่านเข้ามาสู่หัวใจ หรือการทำให้เสื้อผ้าแห่งอีหม่านที่สวมใส่หัวใจใหม่อยู่เสมอ นี่เป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่ง

          คนรุ่นแรก(ชาวสลัฟ)จึงให้ความใส่ใจกับ "เชื้อเพลิงแห่งศรัทธา" ในหัวใจของเขาอยู่ตลอดเวลาว่า ขณะนี้มันมีอยู่ระดับไหนแค่ไหน มันมีมากหรือมีน้อย หากมีน้อย จะไปเติมที่ไหน? เติมอย่างไร?

         การเติมเชื้อเพลิงแห่งศรัทธานี้มีหลายวิธีการ บางทีแต่ละคนก็มีวิธีเติมแตกต่างกันไป บางคนเติมเชื้อเพลิงนี้ด้วยการละหมาดเยอะๆ ปฏิบัติอะมัล อิบาดะฮฺมากๆ แต่สำหรับบางคนอาจไม่สามารถใช้วิธีนี้ เพราะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำ ก็อาจจะหาวิธีการอื่น อาจด้วยการพาตัวเองไปอยู่ใน "บรรยากาศ" แห่งอีหม่าน เช่น ไปดูการฝังศพ, เยี่ยมผู้ป่วย, อยู่ร่วมกับเพื่อนๆที่ใช้ชีวิตในศาสนา เป็นต้น หรือบางที่เพียงแค่ "คิด" ก็สามารถจุดไฟแห่งอีหม่านได้แล้ว เช่น คิดถึงความหมายในอัล กุรอาน, คิดถึงการสร้างสรรค์ในธรรมชาติ, คิดถึงความตาย เป็นต้นSample Image

        อิบนุ กอยยิม นักฟื้นฟูอิสลามคนสำคัญ ได้กล่าวถึงการเติมเชื้อเพลิงแห่งอีหม่านเข้าสู่หัวใจ ด้วยการให้หัวใจทำงานเอาไว้อย่างน่าสนใจ ว่า "มีพื้นฐานสองข้อที่ขาดเสียมิได้ หนึ่งก็คือให้ท่านเคลื่อนหัวใจของท่านจากที่พำนักในโลกนี้ และให้มันไปสถิตอยู่ในที่พำนักแห่งโลกหน้า หลังจากนั้นให้นำหัวใจของท่านทั้งหมดจดจ่ออยู่กับความหมายอัล กุรอานและความกระจ่างในนั้น เพ่งพินิจและสร้างความเข้าใจในความมุ่งหมายของมัน"

         แนวคิดเรื่อง "หัวใจ" ในคำสอนอิสลามอันนี้ มีความสำคัญมากในการฟื้นฟูสภาพความเข้มแข็งของการปฏิบัติภารกิจอิสลามต่างๆ การปฏิบัติความดีงามต่างๆ การละเว้นความชั่วร้ายทั้งหลาย และแน่นอนว่า มันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนทำงานอิสลาม ในแง่ของยุทธวิธีการเปลี่ยนแปลงคนด้วยเช่นกัน

         ถึงตอนนี้ พี่น้องที่ทนทุกข์อยู่กับอาการขึ้นๆลงๆในการปฏิบัติอยู่ในหลักการอิสลามคงจะรู้แล้วว่า ต้นตอของปัญหาอยู่ ณ ที่ใด

.........................................