จากประสบการณ์ในการทำงานของผมที่ผ่านมา ผมพบว่าปัญหาของการทำงานส่วนหนึ่งเกิดมาจาก “การฟัง” ครับ นั่นคือ 1. ไม่ฟัง 2. ฟังแต่ไม่ได้ยิน 3. ฟังได้ยินแต่ไม่ยินดี นั่นคือส่วนใหญ่หลายคน ถนัดที่จะ “พูด” มากกว่า ชอบที่จะ “ฟัง” คือดูเหมือนว่า คนพูด จะเป็นคนเก่ง ยิ่งพูดเอาชนะคนอื่นได้เท่าไร ยิ่งแสดงความเก่งกาจมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นก็เลย “จ้องจะพูด” มากกว่า “จ้องจะฟัง” ผลก็เลย “พังทั้งคู่” Linus Pauling นักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลกล่าวเอาไว้ว่า “วิธีการที่ดีที่สุดที่จะได้มาซึ่งความคิดดีๆ คือการมีความคิดหลาย ๆ อย่าง” ดังนั้น วิธีการที่จะได้มาซึ่งความคิดดีๆ คือ “การฟัง” และการฟังที่ดี คือ การฟังเพื่อหาสิ่งที่มีคุณค่าจากสิ่งที่ผู้อื่นพูด อย่าฟังเพื่อตัดสินว่าเห็นด้วยกับเขาหรือไม่ เป็นการฟังเพื่อหาคุณค่าในตัวของทุกคน แทนที่จะฟังเพื่อหาสิ่งที่เห็นด้วย จะช่วยยกระดับบรรยากาศของการสนทนาหรือการประชุมให้สูงขึ้นครับ ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้อื่นพูด จากนั้นก็สรุปว่า “ไม่ถูกต้อง ไม่เห็นด้วย ที่ถูกต้องเป็นอย่างที่ผมพูด” ท่าน Thich Nhat Hanh เขียนเอาไว้ว่า “ เมื่อเราใส่ใจผู้อื่น เราจะสังเกตเห็นว่าผู้อื่นมีความทุกข์ การจะระบายกับใครสักคน เราต้องอยู่ที่นั่นเพื่อรับฟังอย่างลึกซึ้ง การรับฟังอย่างลึกซึ่ง คือ การแสดงออกซึ่งความรัก แต่ถ้าเราเต็มไปด้วยความโกรธ ความขุ่นเคือง และ อคติ เราจะไม่มีความสามารถที่จะฟังผู้ที่เรารักได้อย่างเต็มที่ หากคนที่เรารักไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ พวกเขาจะยิ่งทุกข์มากขึ้น การเรียนรู้ที่จะรับฟังอย่างลึกซึ้งเป็นหน้าที่ของเรา เราต้องรับฟังด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมโดยไม่มีเจตนาที่จะตัดสินเจา ประณามหรือวิพากษ์วิจารณ์เขา ถ้าเราตั้งใจรับฟังเขา เราได้แสดงออกซึ่งความรักอย่างแท้จริง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องพูดอะไร แค่ฟังก็พอ” สรุปได้ว่าการฟังให้ดี มีแต่ได้ครับ 1. ได้คุณค่าสาระ 2. ได้ความคิดดีๆ 3. ได้ช่วยเหลือคน 4.ได้สร้างบรรยากาศที่ดีของการประชุม 5. ได้ปฏิบัติธรรม แล้วทำไมจึงไม่ฟังกันล่ะครับ ซึ่งนอกจากไม่ฟังแล้วยังชอบพูดยกตน “เพื่อสร้างปัญหา” ขึ้นมาอีก ฟังให้ดีก็มีปัญญา ที่มีปัญหาเพราะไม่ฟัง ครับ ขอบคุณครับ
ฟังให้ดีก็มีปัญญา ที่มีปัญหาเพราะไม่ฟัง
ฟังให้ดีก็มีแต่ได้ แล้วทำไมจึงไม่ค่อยฟัง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
กานท์กวี · 23 ก.ย. 2551
กานท์กวี · 23 ก.ย. 2551
ประกายรุ้ง · 23 ก.ย. 2551
Todsapol · 23 ก.ย. 2551
Todsapol · 23 ก.ย. 2551
ฟังมากรู้มากครับ
สวัสดียามเช้าครับ
อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรอง
การฟัง เป็นมารยาทอย่างยิ่ง คนที่ไม่ฟังใครพูดแสดงว่า เป็นคนไม่รักษามารยาท ไม่ให้เกียรติคนอื่น และเป็นคนเสียโอกาส เสียเวลา ไม่คุ้มค่ากับชีวิต
มีครั้งหนึ่งท่านรองดิเรก ฯ (ท่านในกระทรวงนะคะ) ไปพูดให้คณะพวกเราฟังที่....ท่านไม่ทราบจะใช้วาจาอย่างไรจึงได้แต่พูดว่า..."ครู...คุยเก่งที่สุด น่าจะสอนเก่งนะ"
การที่นาน ๆ จะได้ฟังท่านผู้ใหญ่พูด ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะครูบ้านนอก ...
ผมชอบรูปภาพที่ส่งมามากครับ
แทนคำพูดได้เป็นอย่างดี
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ..small man~natadee
ครูอ้อย ล่ะ เง็ง
มีความสุขกับการทำงานทั้งวัน เลยนะคะ
บางครั้ง ขณะผมเป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อย สมาชิกประมาณ 7 -8 คน ยังคุยกันเลยครับ คุยกันต่อหน้าต่อตา
เวลาผมไปประชุมสัมมนาที่ใหน ผมจะเลือกนั่งแถวหน้าสุดครับ และนั่งกับคนที่ไม่รู้จัก
จะได้ "ฟัง" ครับ
ผมว่าเราน่าที่จะต้องมีหลักสูตร "การฟัง" ขึ้นมาบ้างแล้วหละครับ
ทั้ง "ครู" และ "เด็ก"
หน่วยงานหนึ่ง มาบ่นให้ฟังว่า "พวกครูนี่ คุยกันเก่งจริง"
ขอบคุณครับ
ครับ เรื่องของการฟัง คนใกล้ๆนี่แหละตัวดี
ผมจึงมักจะนั่งกับคนที่ไม่รู้จัก ฟังก่อน แล้วค่อยคุยตอนหลัง
ขอบคุณครับ
ไม่ฟังจึงไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร
ฟังแล้วไม่เปิดใจ เหมือน ไม่ฟัง
ขอบคุณมากครับ สำหรับ สาระดีๆ เกียวกับการฟัง
สวัสดีตอนสาย ๆ ครับ
ส่วนใหญ่ก็ไม่เปิดใจนี่แหละครับ เลยไม่ค่อยจะฟังกัน
ขอบคุณครับ
ขอขอบคุณมากครับ ที่ช่วยเสริมเติมเต็มในทางทฤษฎีตะวันตก ให้การฟัง มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ผมขออนุญาตสรุปเสริมการฟังตามแบบพุทธครับว่า
ต้องฟังอย่าง "ใช้สติ" ให้มากทีสุด
หลีกเลี่ยงการฟังอย่าง "ใช้อารมณ์"
ก็จะเป็นการฟังที่เข้าถึง The Source
ขอบคุณครับ
ผมสบายดีครับ
ขอบคุณครับสำหรับความคิดเห็น เรื่อง หูมีมากกว่าปาก เป็นสัญญาณว่าต้องฟังมากกว่าพูด
ขอให้ท่านหัวหน้ามีความสุขทั้งกายและใจนะครับ