ช่วยกันคิดคนละนิดเพื่อพิชิตปัญหาภาวะโลกร้อน...
-

-
เห็นรูปข้างบนแล้วทำให้นึกถึงช่วงที่อบรมหลักสูตร การปฏิบัติการจิตวิทยาฝ่ายอำนวยการ รุ่นที่ ๑๐๓ สถาบันจิตวิทยาความมั่นคง สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เนื่องจากกลุ่มที่ผมสังกัดอยู่ได้รับมอบหมายให้ทำเอกสารศึกษาเฉพาะกรณี เรื่อง...ปัญหาภาวะโลกร้อน... เลยคิดว่าน่าจะนำมาขยายผลต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด ดีกว่าทำเป็นรูปเล่มแล้วเก็บรักษาไว้ในห้องสมุดเฉยๆ
-
จากภาพข้างบนพบว่าปัจจุบันพื้นผิวของโลกส่วนที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งมีอัตราการละลายเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน เหตุดังกล่าวสืบเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนนั่นเอง หากพวกเรายังนิ่งเฉย โดยเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป ก็อาจเป็นไปได้ว่าในอนาคตนอกจากเจ้าหมีน้อยจะไม่มีที่อยู่อาศัยแล้ว คนตาดำๆ อย่างพวกเราก็คงไม่มีที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกัน
-
ภาวะโลกร้อน (Global Warming) คืออะไร...คิดว่าพวกเราส่วนมากเคยได้ยินคำนี้กันทุกคน จึงขอกล่าวไว้เพียงสั้นๆ ว่า หมายถึง ภาวะที่ก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศเพิ่มปริมาณสูงขึ้นมากจนเกินสมดุลของธรรมชาติ ทำให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบสู่พื้นผิวโลกถูกกักเก็บไว้มากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิของชั้นบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้น อันมีผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
-
เมื่อกล่าวถึงภาวะโลกร้อน ก็จะมีอีกคำหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน คือ ปรากฏการณ์เรือนกระจก(Greenhouse Effect) อันเป็นกลไกของก๊าซต่างๆ ที่ห่อหุ้มชั้นบรรยากาศของโลกที่ยอมให้รังสีจากแสงอาทิตย์ผ่านเข้าสู่ผิวโลกได้ แต่จะดูดซับรังสีบางส่วนที่สะท้อนจากผิวโลกไม่ให้ผ่านออกนอกบรรยากาศโลก เราเรียกก๊าซต่างๆ ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวว่า "ก๊าซเรือนกระจก" ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน ก๊าซเพอร์ฟลูออโรคาร์บอน เป็นต้น ปกติแล้วธรรมชาติจะสร้างก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้อุณหภูมิของโลกอบอุ่นพอเหมาะต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต แต่หากมนุษย์ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศมากจนเกินสมดุลจะทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและส่งผลกระทบตามมามากมาย เช่น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง เกิดภัยแล้ง และระบบนิเวศวิทยาเปลี่ยนแปลง เป็นต้น
-
เห็นได้ว่าภัยจากภาวะโลกร้อนมีมากมายมหาศาล ถึงเวลาที่พวกเราทุกคนต้องให้ความสนใจ หันมาให้ความร่วม และหาหนทางเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว หรือหากแก้ไม่ได้ก็น่าจะหันมาหาทางช่วยกันลดต้นเหตุที่จะส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน
-
บันทึกนี้เขียนขึ้นมาไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอเนื้อหาทางวิชาการ แต่เพื่อกระตุ้นให้พวกเราทุกคนช่วยกันคิดค้นหาวิธีการลดปัญหาภาวะโลกร้อน เท่าที่พวกเราจะคิดขึ้นมาได้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างจริงจังในชีวิตประจำวัน โดยมีกติกาง่ายๆ คือ ใน ๑ COMMENT ให้เสนอแนะวิธีมาได้ไม่เกิน ๒ วิธี หากพวกเราคนใดมีไอเดียที่บรรเจิดคิดได้มากกว่า ๒ วิธี ก็ให้เข้ามา COMMENT หลายๆ รอบแล้วกันนะครับ (อิอิอิ) แล้วในช่วงสุดท้ายผมจะรวบรวมวิธีต่างๆ ในการลดปัญหาภาวะโลกร้อนที่พวกเราเสนอแนะมาให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เผื่อบุคคลหรือองค์กรใดที่ทำงานทางด้านนี้จะนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้โดยสะดวก...
-
อันดับแรก ผมในฐานะผู้เขียนบันทึก ขอฉวยโอกาสเสนอแนะก่อน ๒ วิธี ดังนี้ครับผม
-
๑. เลิกขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำงาน เปลี่ยนไปขี่รถจักรยานแทน
-
๒. เลิกใช้แอร์ (เพราะแก่เหลือเกิน) เปลี่ยนเป็นเปิดหน้าต่างรับลม รับฝนเต็มที่ เย็นสบายอุราดี...........................
1.ปลูกผักสวนครัวไว้กินเองในที่ดินว่างเปล่า
2.เก็บขยะรีไซเคิ้ลในบ้านไว้ชั่งกิโลขาย
***จะได้มีตังเก็บเยอะๆๆ***
ขอบคุณ คุณพัชราภรณ์ มากครับ...นับว่าเป็นวิธีที่ดี นอกจากประหยัดแล้ว ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก
ผมอยากทำอย่างที่ท่านแนะนำแต่
1.ผมอยู่ จ.นครปฐมแต่ต้องขับรถมาทำงานเพราะระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพยังไม่เวอร์ค
2.ห้องทำงานผมไม่มีหน้าต่างให้เปิด มีแต่หน้าน้องนู๋ให้ดู
ขอเสนอ 2 ข้อครับท่าน
1. ให้ พธม.และ นปช.เลิกชุมนุม ผมจะได้ไปทำงานสะดวก รวดเร็วและประหยัดน้ำมัน ลดก๊าซ co2 สามารถลดปรากฎการณ์เรือนกระจกได้
2. สมัครทำงานที่บ้าน จะได้ไม่ต้องขับรถมาทำงาน (ผมสมัครแล้วแต่เจ้านายไม่อนุมัติ สงสัยคิดถึงผมมาก)
คำตอบสำหรับคำถามแรกคือ อเมริกา
และคำถามที่สองก็อคือ อเมริกาเหมือนกันแหละครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมไปอ่านดูที่นี่ได้ครับhttp://www.nrdc.org/globalWarming/f101.asp#7
๑. เลิกทานเนื้อวัว ทานผักให้มากขึ้น
๒. ใช้กระดาษทั้ง ๒ หน้า (เพิ่งไปถ่ายเอกสารมา เห็นด้านหลังยังไม่ได้ใช้ ก็เลยเอาไปถ่ายให้ครบทั้งสองด้าน)
ผมนึกออกอีก 2 วิธี
1. เลิกเรอ
2. เลิกผายลม
ข้อห่วงใย การขี่จักรยานต้องดูแลอานให้ดี ต้องให้นุ่มพอ และควรสวมใส่กางเกงขี่จักรยานที่บุฟองน้ำด้วย เพื่อเป็นการถนอมอวัยวะสำคัญบางอย่างของผู้ขี่ครับผม ไม่เชื่อไปลองศึกษาชีวประวัติ แลนส์ อาร์มสตรอง แชมป์ตูร์เดอร์ฟรอง 8 สมัยดูสิครับ