ไม่รู้....ก็ยอมรับว่าไม่รู้….ใช่ว่าจะเป็นคนโง่...เสมอไป
เมื่อวันศุกร์ที่ 19 -21 กันยายน 2551 มดไปเรียนที่สีคิ้ว(นิด้า) โดยมี ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงค์ สอนวิชาระบบสังคมและการเมืองไทย ได้ทั้งความรู้และมีการสอดแทรกข้อคิดให้กับนักศึกษาด้วย
ที่ผ่านมา....มดไม่ค่อยจะสนใจและเข้าใจระบบการเมืองไทยที่ดี....สักเท่าไร เพราะคิดว่าไม่ใช่ธุระตัวเองที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และการเมืองคงไม่เกี่ยวกับตัวเรา
จากที่ไปนั่งเรียนมาวันศุกร์วันเสาร์วันอาทิตย์ จึงได้ความรู้ที่กระจ่างแจ้ง(แต่ก็ใช่ว่าเก่งแล้วเพียงแค่3วันได้รู้ได้เข้าใจมากขึ้นจากที่มีความรู้อยูน้อยนิดและรู้อย่างแบบถูกๆผิดๆส่วนมากก็ผิด) การเมืองจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับคนไทยเราทุกคนนี้แหละ ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งเราทุกคนต้องมาเรียนรู้ทำความเข้าใจการเมืองและสังคมไทยที่ละนิดๆแต่ต้องถูกต้องถูกตามหลักการวิชาจริงๆไม่ใช่มั่วรู้ แล้วนำมาพูดคุยกัน เถียงกันว่าการเมืองน้ำเน่าเหมือนละครไทยเกือบทุกช่องในปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมา
การเรียนรู้ทุกอย่างไม่เคยสายเกินไปสำหรับคนเราทุกคน วันนี้ถ้ามดขาดเรียนวิชาการเมืองและสังคมไทย มดก็จะเข้าใจ...ตามที่ตัวเองคิด แต่...ไม่ถูกต้องตามหลักการวิชาที่เจ้าของตำราเรียนมาสอนด้วยตัวเอง มดก็ซื่อบื่อถื่อ และโง่ต่อไปและมองคนอื่นว่าเก่งกว่าหรือโง่พอๆกันมาเถียงกัน และส่งเดชพูดต่อไปเรื่อยๆมั่วๆวันๆ
โดยไม่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ถูกต้อง และคิดทนงตัวเองว่า “คิดดีและถูกต้องแล้ว” (ไม่รู้ใครเป็นเช่นนี้บ้าง....อย่าอายเลยยอมรับมาเถอะ....แล้วมาเริ่มต้นใหม่....)
ที่สังคมเราเป็นเช่นนี้เพราะการศึกษามีส่วนสำคัญ เมื่อสอบก็ท่องให้จำแล้วทำข้อสอบผ่าน ครูก็ชมว่าเก่ง หลักจากนั้นทุกวิชาที่เรียนผ่านมาก็คืนให้กับอาจารย์ผู้สอนทันที กลัวครูผู้สอนจะขาดทุน ครูจะได้ไปสอนคนอื่นต่อ....ใจบุญ
การเรียนที่ผ่านมาไม่ได้นำมาวิเคราะห์พิจารณา แก้ปัญหาอะไรทั้งสิ้น ไม่ได้นำมาสังเคราะห์ใดๆให้ยุ่งยากต่อสมอง นั่งเรียนนั่งฟังอย่างเดียวอย่าไปถามครู เดี๋ยวจะเสียเวลาครูผู้สอนอีก...ถามมากเดี๋ยวเพื่อนรำคาญอีก
แล้วการศึกษาไทยเราก็เป็นเช่นนี้ ….ตลอดมา.....และตลอดไป....
ในฐานะที่ตัวเองเป็นเพียงครูผู้สอน เมื่อได้มาเรียนกับอาจารย์ ก็จะนำมาปรับปรุงแก้ไขการเรียนการสอนของตนเองให้ดีขึ้น เพราะมีแบบอย่างทีดีให้เห็นแล้ว ว่าครูที่ดีมีคุณภาพมีลักษณะอย่างไรก็จะนำมาพัฒนาตัวเอง
....เพราะคุณภาพการศึกษาที่ดีอยู่ที่ครูผู้สอน ก็จะนำมาปรับปรุงแก้ไขในการสอนและการเรียนที่ดีต่อไป(ที่เรียนมา 3วัน คงไม่เสียเปล่า....รับรอง ถึงวิชานี้ฝันถึงAแต่คงไปไม่ถึง....ก็ขอเพียงตนเข้าใจดีขึ้น สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็ถือ”ว่าคุ้มค่าแล้ว” )
เพราะฉะนั้นการเมืองไทยขึ้นอยู่กับการศึกษาไทยเป็นสำคัญ เมื่อคนไทยหันมาสนใจวิชาการที่ถูกต้องและส่งเสริมให้เด็กๆได้เรียนรู้วิชาสังคมและการเมืองตั้งแต่เด็กๆ
เมื่อได้ครูสอนดีสอนเก่ง ก็จะปลูกฝังสิ่งดีๆให้กับเด็กๆ ที่ถูกต้องทำให้เด็กๆเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจสังคมและการเมืองที่ดี
เพราะฉะนั้นอย่ามานั่งโทษกันอยู่เลย เสียเวลาเปล่าๆ อย่ามาถามกันอยู่เลยว่า “ทำไม่บ้านเมืองเราเป็นเช่นนี้ปีแล้วปีเล่าไม่ลืมตาอ้าปากเสียที่ เสียที” เรามีพรรคการเมืองแล้ว มาจากเสียงประชาชนแล้ว มีนายกแล้ว มีส.ส แล้ว
ทำไม่การเมืองไทยเรายังเป็นเช่นนี้อีก ....เอ่ยปากถามกันอยู่ได้ทุกวัน ....น่า....สงสารพี่ไทยหน่อ...ถ้ายังไม่รู้อีกก็ลองไปถ้าพี่เขมรดูซิ.....จะได้เข้าใจมากขึ้น
การเมืองอยู่ที่ตัวเรา...ว่าตัวเราที่ผ่านมามีความสนใจสังคมไทยมากน้อยเพียงไร
เมื่อไรที่เราหันมาถามตัวเองที่ละข้อ แล้วค่อยๆปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ละนิดที่ละหน่อย โดยให้ความสนใจและเรียนรู้อย่างถูกวิธีถูกต้องจาก.....ผู้รู้จริงตามหลักวิชาการไม่ใช่จากที่....เขาเล่ามา บอกมา....
เมื่อนั้นการเมืองที่ดีก็จะตามมา เมื่อการเมืองที่ดีตามมาเศรษฐกิจที่ดีก็ตามมา และความเป็นอยู่ที่ก็ตามมา ฟังและดูเหมือนจะง่ายๆแต่....ยากนะ เพราะประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 แล้ว รัฐธรรมนูญมีการเปลี่ยนแปลงมาหลายฉบับแล้ว บ้านเมืองเราก็ยังเป็นเช่นนี้อีก
แล้วจะโทษใครได้ถ้าไม่ใช่....ต้องโทษตัวเอง .......ที่อวดรู้ ว่ารู้แล้ว....และไม่สนใจใคร....
แล้วบ้านเมืองเราก็จะเป็นดังที่เราเห็นมาชั่วลูกชั่วหลาน เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เรา....ยังไม่เกิด
ยังไม่สาย...เกินไปที่จะมาเรียนรู้สังคมและการเมืองที่ถูกวิธีและถูกต้องตามหลักวิชาการ....ไม่ใช่ถูกต้องตามใจฉัน
การเมืองที่ดี มาจากการศึกษาที่ดี ปัจจุบันครูควรให้เด็กไทย....ร้องเพลงชาติไทยให้ได้ก่อน(รักประเทศก่อน)เพราะถ้าร้องเพลงชาติไทยไม่ได้เสียแล้วก็ไม่รู้จะสอนวิชาอะไรอีก....มัวให้เพื่อนบ้านร้องเพลงชาติไทย...
เดี๋ยว....ก็จะหมดพื้นแผ่นดินไทยให้คนไทยได้อยู่...
มดบ่นไป....พิมพ์ไปออกมาเป็นเรื่องอะไร....เนี่ย....


สวัสดีครับ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ
ตามความคิดเห็นของผมเอง (อาจจะผิด)
ผมว่าการเมืองไทย ขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนครับ ไม่น่าที่จะขึ้นกับการศึกษาเป็นหลัก เพราะการศึกษา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเมืองไทยครับ
ที่ผ่านมา การศึกษา กับ ชีวิตจริง คล้ายๆกับว่าจะอยู่ "แยกส่วน" กันมานานแล้วครับ
การศึกษา มักจะเพื่อนำไปสอบเท่านั้น ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรไปถึงการเมืองได้มากนัก เพราะ "การเมือง" คือชีวิตจริง
จะให้กระทบไปถึง "การเมือง" ต้องอยู่ที่ "วิธีคิดของคนทุกๆคน" ครับ
และ "วิธีคิดของคนทุกๆคน" ไม่จำเป็นจะต้องมาจากการศึกษาอย่างเดียวครับ ที่สำคัญจะต้องมาจาก "วัฒนธรรมในชีวิตจริงของเขา" ครับ
การศึกษา ก็สำคัญครับ แต่ วัฒนธรรม สำคัญกว่า
(เป็นมุมมองส่วนตัวนะครับ อาจจะผิด)
ขอบคุณครับ
"การเมืองที่ดี ย่อมมาจาก การศึกษาที่ดี" ... หมายถึง การให้การศึกษาให้ทั่วถึงแก่ประชาชนทุก ๆ คน ไม่เลือกว่าจะเป็นใคร
เพราะการศึกษาที่ดี ไม่จำเป็นต้องตกอยู่กับ คนที่ฐานะดี เท่านั้น
บันทึกแสดงความจริงใจดีครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนทัศนะ..ด้วยคนครับฯ
พอได้ยินคำว่า "การเมือง ก็รู้สึกไม่ค่อยดี หายใจไม่ทั่วท้อง" อาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้เรียนวิชาเกี่ยวกับการเมืองที่ถูกต้องหรือเปล่า (วิสัยทัศน์แคบ) แต่ปัจจุบันนี้ "จิตสำนึกที่ดี"ในการทำหน้าที่ของนักการเมืองนั้นไม่ค่อยมีที่เห็นส่วนใหญ่ปัจจุบันก็ทำเพื่อตัวเองหรือพวกพ้อง เป็นหลัก แต่อยากเห็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการทำหน้าที่มากกว่า คงขาดไม่ได้ที่จะต้องใช้หลักธรรมความถูกต้องในการครองตน "การเมืองก็เหมือนเกมส์ ก็ต้องเล่นตามเกมส์ เกมส์จบก็ต้องจบ ปัจจุบันเกมส์จบแล้วไม่จบ ประมาณว่าอารมณ์ค้างเล่นนอกเกมส์ หรือบางทีสร้ากติกาเกมส์ขึ้นใหม่เพื่อให้ตนเองเล่นได้สะดวกในสไตล์ที่ตนเองถนัด" ก็ขึ้นอยู่กับว่าเกมส์นั้นใครเป็นคนกำหนดกติกา ...(น่าเศร้านะ)
..การศึกษาที่ดี ทำให้คนเป็นคนเก่ง แต่ก็ไม่สามารถทำให้คนเป็นคนดีได้..ปัจจุบัน(การเมือง) เราจึงเห็นแต่คนเก่ง แต่ไม่ค่อยเห็นคนดีสักเท่าไหร่..และคนดีส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยออกมายืนหยัดเป็นหลักให้ได้เดินตามนัก..(คงเป็นเพราะท่านเบื่อหน่าย)หรือบางทีก็ยืนหยัดทนแรงเสียดทานไม่ไหว ก็ต้องถ่อยฉากออกมา..คงเหลือแต่คนกลุ่มเดิม ซึ่งสามารถยืนหยัดอยู่ได้เพราะอาศัยพวกมาก..
..อย่างน้อยต้องมีคุณธรรม 4 ข้อนี้บ้าง สำหรับนักการเมือง คือ
1. สัจจะ ความซื่อสัตย์ซื่อตรง จริงใจ พูดจริงทำจริง
2. ทมะ การฝึกฝนตนเอง ควบคุมจิตใจอารมณ์ ความรู้สึกของตนเองให้ได้
3. ขันติ ความอดทนอดกลั่น ต่อทุกสิ่งที่อยู่รอบกาย
4. จาคะ ความเสียสละ มีน้ำใจ มองประโยชน์ส่วนร่วมเป็นหลักมากกว่าประโยชน์ของตนเอง
หลักธรรม 4 ข้อนี้เรียกว่า "ฆราวาสธรรม" ธรรมสำหรับคนครองเรือนหรือฆราวาส ..คนที่เรียกตนเองว่า ..คนที่อาสามาทำงานส่วนร่วม ต้องมีคุณธรรมเหล่านี้ในใจเป็นหลักเลย..ไม่อย่างนั้น ความสงบสุขที่ทุกคนถวิลหา ความก้าวหน้าที่ทุกคนรอค่อย ก็คงยากที่จะเห็นและได้เจอ ..คงจะได้เห็นแต่ภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ถ้ามองแล้วเหมือนไม่เคยได้รับการพัฒนาเลย..(คิดเอง) ซึ่งมันควรจะดีกว่านี้ แต่เหมือนประชาธิปไตยไม่ได้พัฒนาเลย..ประชาธิปไตยที่ดีและสมบูรณ์นั้นต้องใช้ธรรมาธิปไตยนำ คือหลักความถูกต้อง เป็นหลักก่อนแล้วประชาธิปไตยค่อยเดินตาม แล้วเราจะได้เห็นภาพที่ทุกคนในประเทศอยากเห็น ฯ..
(เป็นมุมมองส่วนตัวของศิษย์วัด)
ขอบคุณสมาชิกทุกท่าน
ขอบคุณศิษย์วัดที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะคะ