</font></span>
การฝึกเขียนข้อสอบ เมื่อเราได้ทราบหลักเกณฑ์การตัดสินว่าต้องได้คะแนนเท่าไรจึงจะถือว่าสอบได้ และได้ทราบถึงการให้ คะแนนของท่านอาจารย์แล้วว่าจะให้คะแนนก็ต่อเมื่อมี การเขียนหลักกฎหมายในเรื่องนั้น ตามคำถาม(แต่ไม่ ่จำเป็นต้องเขียนลงไปทั้งมาตรา ให้เขียนเฉพาะหลักกฎหมายที่ ใช้ในประเด็นที่วินิจฉัย และ ไม่ต้องใส่เลข มาตรา) และก็ต้องมีการวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่คำถามให้ในข้อนั้นๆ มา และต้องสรุปว่าผลจะเป็นอย่างไร รวมทั้งท่านได้ทราบถึงสิ่งซึ่งสำคัญมากในการสอบ นั่นก็คือสิ่งที่จะทำให้ท่านไม่ได้คะแนนกล่าวคือถ้าข้อเท็จ จริง เป็นตามคำถาม ถ้าท่านตอบ แต่ผล โดยไม่มีการเขียนหลักกฎหมายในเรื่องนั้นๆ เลย ท่านไม่มีทางที่จะ ได้คะแนนเลย ( ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ท่านไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ) จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การที่จะทำให้เรา ได้คะแนนสอบมากๆนั้น เราต้องพยายามเขียนให้ได้ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นและการที่เราจะเขียนได้เช่นนี้ เราต้องมีการฝึกฝน สังเกต ข้อเท็จจริง สังเกตข้อกฎหมาย และส ังเกตสรุปจากข้อสอบเก่าๆที่ได้ มีการเฉลย ทำเป็นธงคำตอบออกมาว่า วิธีการเขียนที่ดีนั้น ประกอบไปด้วยอะไรบ้างซึ่ง จะได้กล่าวโดยละเอียดพร้อม ตัวอย่างต่อไป ซึ่งผู้เขียนจะขอกล่าวถึงรูปแบบของการเขียนคำตอบโดยรวมก่อน เพื่อให้ท่านได้เห็นภาพกว้างๆ ทั้งหมดและจะได้นำไปประยุกต์ใช้ในการเขียนข้อสอบ ได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพสูงสุด การเขียนตอบที่จะทำให้ได้คะแนนดี ๑ . คำตอบต้องถูกต้อง ตรงประเด็น และตอบได้ครบถ้วนทุกประเด็นที่ข้อสอบถามมา
๒. ภาษาที่ใช้เขียนตอบต้องเป็นภาษากฎหมาย ๓. ต้องเขียนให้กะทัดรัด ชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย ๔. ต้องเขียนด้วยลายมือที่อ่านง่าย อย่าเขียนให้ตัวเล็กจนเกินไป ๕. ต้องไม่เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ข้อเท็จจริงที่ข้อสอบให้มา เพราะข้อเท็จจริงตามข้อสอบนั้นย่อมต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ๖. ต้องปฏิบัติตามระเบียบในการสอบอย่างเคร่งครัด ๑. คำตอบต้องถูกต้อง ตรงประเด็น และตอบได้ครบถ้วนทุกประเด็นที่ข้อสอบถามมา หมายถึงการตอบคำถาม ได้ถูกต้องตรงกับหลักกฎหมายในประเด็นที่ตอบนั้นและตรงตามประเด็นที่ข้อสอบ ต้องการทดสอบ โดยในข้อสอบของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ในแต่ละข้อนั้น จะมี ประเด็นที่ต้องการให้นักศึกษาตอบอยู่หลายประเด็น ซึ่งจะมีการแบ่งเป็นประเด็นหลัก และประเด็นรอง และ ในการให้คะแนนของท่านอาจารย์กรรมการผู้ตรวจย่อมจะต้องให้คะแนนประเด็นหลัก มากกว่าประเด็นรอง และมีประเด็นไม่น้อยกว่าสามประเด็น ซึ่งเราต้องดูให้ละเอียด ถี่ถ้วนว่า ข้อสอบในแต่ละข้อนั้น มีประเด็น หลักคือเรื่องอะไร และมีประเด็นรองในเรื่องอะไรบ้าง กี่ประเด็น และก็ตอบให้ถูกต้อง ตรงกับประเด็น และตอบให้ครบถ้วนทุก ๆ ประเด็นด้วยจึงจะทำให้เราได้คะแนนดี ถึงแม้บางครั้งเราอาจจะเห็นว่า เป็นเรื่อง ที่ทุกคนน่าจะทราบดีอยู่แล้ว ข้อสอบจึงไม่น่าจะต้องการให้ตอบในเรื่องนั้น ๆ ก็ตาม แต่ก็ควรจะต้องตอบไปด้วย เพราะ ถ้าหากว่าธงคำตอบกำหนดว่า เรื่องนั้นเป็นประเด็นรอง ที่ต้องการให้นักศึกษาตอบด้วย และมีการกำหนดคะแนนไว้ให้ด้วยว่าประเด็นนี้ ให้กี่คะแนน เมื่อเราไม่ได้ตอบในเรื่องนี้ซึ่งเราเห็นว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นก็จะทำให้เราไม่ได้คะแนนในประเด็นรองนี้(ซึ่งมักเกิดขึ้นบ่อย ๆ) ๒. ภาษาที่ใช้เขียนตอบต้องเป็นภาษากฎหมาย หมายถึงคำต่าง ๆที่ใช้เขียนตอบข้อสอบนั้นต้องเป็นภาษาเขียน ไม่ใช่ภาษาพูด และต้องเป็นภาษากฎหมาย ซึ่งจะกะทัดรัดชัดเจนกว่าและ หากไม่ใช้ภาษากฎหมายแล้วอาจทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไป จากคำตอบที่เราต้องการจะตอบจนทำให้ถูกหักคะแนนได้ เช่นเราเขียนตอบไปว่า “ การที่ นาย ก. ได้หยิบกระเป๋าของนาย ข.ไป โดยที่นาย ก.มีเจตนาทุจริต นั้น การกระทำของนาย ก.จึงเป็นการ พาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริตนาย ก.จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๓๔ ”เพราะว่าภาษากฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ นั้น ใช้คำว่า “ ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป …”แต่เราใช้ภาษาพูดซึ่งชาวปักษ์ใต้นิยมพูดกันว่า “ พา ” ซึ่งก็มีความหมายอย่างเดียวกับคำว่า “ เอา ”เช่นนี้เป็นต้น ๓. ต้องเขียนให้กะทัดรัด ชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย หมายถึงในการเขียนตอบข้อสอบนั้น ให้เขียนแต่ใจความ
ต้องการ การเขียนตอบแบบตุ๊กตาอย่างระเอียดนะค่ะ