รู้พอแล้วหันมารู้ตัวเองกันบ้างเถอะ
เรื่องที่จะมาพูดคุยนั้น ในโลกของอินเทอร์เนทย่อมมีข้อมูลความรู้มากมายในการที่จะศึกษา จึงมิบังอาจแสดงความคิดเห็นหรือโอ้อวดความรู้ที่มีอยู่เพียงน้อนนิดในขณะนี้ได้ แต่เรื่องที่น่าจะพูดคุยน่าจะเป็นเรื่องที่คนในปัจจุบันไม่ค่อยจะรู้ตัวเองตามคำสอนของพระพุทธเจ้าว่าเราเกิดมานั้นความสุขที่แท้จริงก็คือความไม่มี บางครั้งรู้สึกอิจฉาคนบ้า(ที่เราเรียกกัน)คนเหล่านั้นเรามักเห็นกันตามท้องถนนหรือตามที่ต่างๆ เห็นทุกข์ เห็นสุข ของเขาแล้วนึกอิจฉา เคยคิดเหมือนกันว่าคนเหล่านี้ไม่ป่วยไข้เลยหรือไร ไม่หิวโหยเลยหรือ อยู่ได้ไง แต่เค้าก็ยังอยู่ ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องทะเลาะ ไม่ต้องเรียกร้อง เนี่ยคือสัจธรรมที่แท้จริง เกิด ตั้งอยู่ ดับไป อย่างแท้จริง เฮอ! คนเราก็เท่านี้ แข่งกันทำไม อวดกันทำไม ไขว่คว้าเพื่ออะไร นี่สิที่เราควรรู้ จึงไม่จำเป็นต้องแสดงความรู้อะไรกันอีกหรอก
เมื่ออ่านข้อมูลของคุณแล้ว คุณเป็นคนดีชีวิตคุณอยู่ใกล้ศาสนา อยู่ใกล้คุณจึงอบอุ่นไม่ถูกหลอกลวง สาธุ สาธุ
พี่ปล่อยวางเถอะค่ะใครอยากเชื่อ ไม่อยากเชื่อก็ช่างมัน
ใจเย็นๆครับ คนบ้าก็เป็นคนๆหนึ่งในสังคมเหมือนกันครับ แต่เป็นคนที่มีกรรม ในเมื่อเรามีโอกาส มีความรู้ สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ อย่างน้อยๆก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ต มาเขียนบล็อกได้ คนเรามีความถนัดแตกต่างกัน ความสามารถแตกต่างกันไป เราควรใช้ความสามารถของเราให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมไม่มากก็น้อยก็ดี ดีกว่าไม่ทำอะไรนะครับ อย่างที่คุณว่า ความสุขที่แท้จริงแล้วนั้นก็คือความไม่มี ก็ถูกครับ แต่ในหนทางที่ท่านพระพุทธเจ้าได้สั่งสอนมาได้แก่ ความพอดี เท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสุขที่แท้จริงครับ ท่านอาจจะมีความรู้น้อยอย่างที่ท่านกล่าวมา แต่ความรู้อันน้อยนิดเหล่านี้ คนอื่นอีกหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ ดังนั้นจะเขียนอะไร จะเผยแพร่อะไรก็ทำเถอะครับ อาจเป็นประโยชน์ได้กับคนอื่นๆนะครับ
เกิดปัญหาอะไรทำให้กลุ้มใจกังวลใจเกี่ยวกับชีวิตหรือการทำงาน ไม่มีทางออก ก็ลองนั่งสมาธิ นั่งหลับตาสบายๆค่อยๆคิดหาทางแก้ไขไปก็ได้ครับ ขอให้มีสติ แล้วจะเกิดปัญญาเอง...