ผู้ให้

       เมื่อสมัยที่ผมยังเป็นนักเรียน ทุกครั้งที่ใกล้จะปิดคอร์สในแต่ละเทอม สิ่งหนึ่งที่รู้สึกดีทุกครั้งคือการที่ตัวเองได้รับคำอวยพรจากบรรดาอาจารย์ผู้สอนในแต่ละวิชา บ้างก็อวยพรมากมายยืดยาว จนแอบขำในใจว่า อาจารย์ท่านนั้น คงจะฝึกการสวดมนต์ก่อนนอนมาเป็นปี ถึงได้ให้พรกับนักเรียนเสียยาวนาน... อาจารย์บางท่าน ก็อวยพรแบบสรุปได้ใจความ สั้นๆ กะทัดรัด ไม่ยืดเยื้อ...แต่ทว่า คำอวยพรที่ท่านอาจารย์ให้มา จะสั้น..หรือจะยาว... พวกเราเด็กๆก็มักจะพอใจและดีใจเสมอ ที่ได้รับคำอวยพรจากอาจารย์เหล่านั้น เพราะคำอวยพรของอาจารย์จะทำให้พวกเราทำข้อสอบได้ด้วยความมั่นใจ แม้บางครั้งมันอาจจะไม่สมพรปาก ตามที่อาจารย์ท่านอวยพรบ้างก็ตาม........(ฮ่าๆๆ)

       จนมาถึงวันนี้ เหตุการณ์เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ เมื่อสองวันที่ผ่านมา เมื่อผมต้องเข้าห้องเรียนอีกครั้ง เพื่อปิดคอร์ส  แต่ไม่ใช่ในฐานะนักเรียนเหมือนเมื่อก่อน แต่เปลี่ยนจากนักเรียนมาเป็นครูแทน ....อันที่จริงผมลืมไปแล้วซะด้วยซ้ำ เรื่องของการอวยพรนักเรียน นักศึกษาก่อนสอบ เหตุเพราะห่างเหินมานานนับ 20 ปี จนเมื่อมาเปลี่ยนงานทำเป็นคุณครูคนใหม่ สิ่งแวดล้อมเดิมๆเริ่มแวะเวียนมาสัมผัสอีกครั้งเป็นระยะๆ

       ในวิชาการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งที่ผมต้องสอนในเทอมนี้ นักศึกษาที่เรียน เป็นนักศึกษา ชั้นปีที่ 3 โปรแกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งตลอดทั้งเทอมที่ผ่านมา เราไม่ได้สอบเป็นกิจลักษณะกันเลย สอบกลางภาคก็ไม่มี เนื่องจากวิชานี้ เป็นวิชาปฏิบัติซะส่วนใหญ่ นักศึกษาเก็บคะแนนระหว่างเทอมด้วยการสอบปฏิบัติการพูดตลอด ดังนั้น การที่จะได้ลงมือทำข้อสอบบ้างระหว่างเทอมก็เลยไม่มี....

      เมื่อสอบปฏิบัติการพูดสุนทรพจน์คนสุดท้ายเสร็จในวันนั้น ผมเองก็ต้องทำหน้าที่ครูที่ดีต่อไป ด้วยการสรุปแนวข้อสอบปลายภาคให้กับนักศึกษา ซึ่งเป็นการสอบครั้งสำคัญและเป็นแค่ครั้งเดียวในรายวิชานี้ เด็กๆตั้งใจฟังและจดจ่ออยู่กับการแลคเช่อร์ (เหมือนที่ผมเคยทำในสมัยที่นานมาแล้ว ฮ่าๆ) บางคนถึงกับเอาเครื่องบันทึกเสียงแบบดิจิตอลรุ่นใหม่ๆมาใช้บันทึกในระหว่างที่ผมกำลังสรุปให้....จนมาถึงช่วงสุดท้ายของคาบ (คิดแล้วก็ใจหาย) ผมบอกกับนักศึกษาว่า "เราคงเจอกันคาบนี้เป็นคาบสุดท้ายแล้ว... ตลอดทั้งเทอมที่ผ่านมา เราได้เจอ และเรียนรู้กันและกัน ทั้งในส่วนที่เป็นวิชาการ และในส่วนที่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักศึกษา ครูรู้สึกดีใจทุกครั้ง ทีเห็นพัฒนาการของพวกเธอ จากบางคนที่พูดหน้าชั้นไม่ได้เลย ในวันแรกที่เจอกัน จนแทบจะกลายเป็นมืออาชีพด้านการพูดไปเลยในวันนี้ ครูขอให้พวกเธอ จงประสบความสำเร็จด้านการพูดในฐานะนักประชาสัมพันธ์.........." เด็กๆเริ่มเอามือมาพนมพร้อมกับก้มศรีษะลงอย่างช้า จนผมรู้สึกว่า ผมกำลังจะกลายเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาในขณะนั้น แต่ก็พยายามตั้งใจอวยพรต่อด้วยความขัดเขิน (แต่ในใจกลับรู้สึกดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จนอยากร้องไห้ออกมา) " และสุดท้าย ครูของให้พวกเธอ จงเป็นบัณฑิตที่ดีในอนาคต เอาความรู้ที่เรียนมา มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมมากที่สุด...." ผมหยุดไป เนื่องจากแอบเห็นนักศึกษาบางคนเช็ดน้ำตา (คงอาจมีความรู้สึกเช่นเดียวกับผม..หรือเปล่า? ซึ่งผมแอบคิดเข้าข้างตัวเอง....) จนผมพูดจูบ นักศึกษา ก็เอามือที่พนมอยู่แถวๆหน้าอกมาลูบศรีษะ แล้วยิ้มให้กับผมด้วยความรู้สึกที่ผมบรรยายไม่ถูกเลยทีเดียว มันให้ผมรู้สึกอย่างหนึ่งว่า ความรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า...คือสิ่งที่ผมกำลังตามหามาค่อนชีวิต ......

       จบการสอนในวันนั้น ผมรู้สึกเป็นสุขอย่างหาไหนไม่ได้อีกแล้ว.... เพียงแค่ผมได้ทำหน้าที่ของผม แต่เปลี่ยนบทบาท จากผู้ที่เคยได้รับในวันนั้น มาเป็นผู้ที่ให้ในวันนี้... มันทำให้ผมรู้สึกสุข สุขมากๆ สุขมากๆถึงมากที่สุด ผมบอกกับตัวเองว่า คำอวยพรที่ผมให้เด็กๆไป และความรู้สึกที่ได้รับจากเด็กๆในวันนั้น คงเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดในการทำหน้าที่ครูของผม และเมื่อใดที่ผมอ่านล้า ผมจะเก็บความรู้สึกที่ดีครั้งนี้ มาเป็นกำลังใจให้ผมก้าวเดินต่อไป ในถนนของความเป็นครูสายนี้..........

ครูต่อ

18 กันยายน 2551 21.55 น.